โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามสหรัฐฯ - อิหร่าน กลับมาใส่เดี่ยวกันอีกรอบ ยกนี้ไม่มีใครยอมใคร!

Amarin TV

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สหรัฐฯ และอิหร่านล่าสุดกลับมาปะทะกันอีกรอบ ทำให้ทั่วโลกกลับมาจับตาอีกครั้งกับความท้าทายด้านราคาน้ำมัน และค่าครองชีพที่พุ่งขึ้นสูง

หลังจากที่มีการประกาศหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งทั่วโลกหวังว่าความขัดแย้งนี้จะคลี่คลาย แต่สงบได้ไม่นาน ล่าสุดกลับมาปะทะกันอีกรอบ ทำให้ทั่วโลกกลับมาจับตาอีกครั้งว่าโลกจะต้องกลับมาเผชิญกับความท้าทายด้านราคาน้ำมัน และค่าครองชีพที่พุ่งขึ้นสูงอีกรอบไหม?

Spotlight จะพาไปย้อนความหลังกัน พร้อมดูว่าแนวโน้มสงครามจะเป็นยังไงกันแน่?

ย้อนไทม์ไลน์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 : เป็นวันที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เหตุจากการสังหารอายะตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านผ่านการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล

เดือนมิถุนายน ก่อนการประชุมสุดยอด NATO : ทั้ง 2 ฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว (MoU) เพื่อปูทางไปสู่การเจรจาสันติภาพ และอิหร่านได้ทำการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือขนส่งสินค้าเดินทางเข้าออกได้ตามปกติ โดยระหว่างนั้นก็มีปากเสียง กล่าวหากันบ้างว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

ต้นสัปดาห์กรกฎาคม 2026 : การเจรจาสันติภาพต้องหยุดชะงักชั่วคราว เนื่องจากชาวอิหร่านหลายล้านคนมีการเข้าร่วมพิธีศพ และไว้ทุกข์แก่อายะตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ทำให้ไม่สามารถทำการเจรจาใด ๆ ได้กับสหรัฐฯ

ทำไมสงครามกลับมาปะทุอีกครั้ง?

ระหว่างการจัดงานศพ และไว้ทุกข์อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบอฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวในเช้าวันที่ 8 กรกฎาคมว่า ประเทศของเขาจะไม่ยอมโดนสหรัฐฯ กลั่นแกล้งอีกต่อไป ทำให้อิหร่านมีการเปิดฉากโจมตีเรือพาณิชย์ และเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เพื่ออ้างสิทธิ์เหนืออธิปไตยในพื้นที่ช่องแคบ อิหร่านต้องการให้เรือทุกลำเดินทางผ่านเส้นทางที่ตนอนุมัติ ‘เท่านั้น’ และจะ ‘ต้องจ่าย’ ค่าธรรมเนียมบริการทางทะเลให้กับอิหร่าน เราเลยเดินทางกลับมายังจุดเริ่มต้นของสงครามนี้อีกครั้ง “ช่องแคบฮอร์มุซ” ช่องแคบที่เป็นเส้นทางเดินเรือส่งออกน้ำมัน และพลังงานกว่า 20% ของโลก

การโจมตี และการตอบโต้รอบแรก

ในระหว่างการประชุมสุดยอด NATO ทรัมป์ได้ประกาศว่า “ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านนั้นสิ้นสุดลงแล้ว” และปฏิเสธที่จะเจรจาต่อเพราะเขามองว่าเป็นการเสียเวลาเปล่า ๆ จนเช้าวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ โดยกองกำลังส่วนกลางของสหรัฐ (CENTCOM) ทำลายเป้าหมายทางทหารของอิหร่านตามแนวชายฝั่ง รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศ คลังขีปนาวุธ และจุดจอดโดรน นอกจากนี้ สะพาน และเส้นทางการเดินทางที่เชื่อมต่อกับเมืองมัชฮัดที่มีการจัดงานศพของอดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านก็ถูกสหรัฐฯ โจมตีจนเสียหายเช่นกัน

อิหร่านจึงตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ โดยให้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยิงขีปนาวุธ และโดรนโจมตีฐานทัพทหารของสหรัฐฯ 4 แห่งในคูเวต และบาห์เรนซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นทันทีประมาณ 6% ในวันเดียว

การโจมตี และการตอบโต้รอบสอง

ช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม ทรัมป์ออกมาเผยว่า การโจมตีครั้งนี้ของสหรัฐฯ เขาต้องการที่จะทำลายอำนาจในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ก่อนสั่งกองกำลังส่วนกลางของสหรัฐ (CENTCOM) ดำเนินการโจมตีทางอากาศรอบสองในอิหร่าน โดยพุ่งเป้าไปที่เมืองชายฝั่งตอนใต้ และตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ชาบาฮาร์ โกนารัก บันดาร์อับบาส และซิริก เพื่อทำลายโรงไฟฟ้านิวคเลียร์ โดยมีรายงานความเสียหายว่า เมืองชาบาฮาร์เกิดระเบิดรุนแรง ท่าเรือ และอาคารควบคุมการจราจรทางน้ำได้รับความเสียหายหนัก และไฟฟ้าดับวงกว้าง มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 รายจากการโจมตีของสหรัฐฯ และบาดเจ็บอีกประมาณ 78 ราย โดยส่วนมากเป็นเจ้าหน้าที่ทางทหาร ซึ่งทาง CENTCOM ได้ออกมาเผยว่า นี่คือการเอาคืนจากการรุกรานที่ไม่เป็นธรรมต่อเรือขนส่งสินค้า และลูกเรือที่บริสุทธฺ์เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยทางสหรัฐฯ ได้โจมตีฐานทัพอิหร่านถึง 90 จุด

นอกจากนี้องค์การเดินเรือแห่งสหประชาชาติ (IMO) ได้ออกมาแสดงความกังวลว่า มีลูกเรือบนเรือพาณิชย์ประมาณ 6,000 คนตกค้างอยู่ และกำลังเผชิญอันตรายจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ส่วนผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในรอบนี้คือ ราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุดซึ่งพุ่งสูงขึ้นอีก 4-5% โดยราคาน้ำมันสหรัฐฯ แตะ 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 2,500 บาท)

การตอบโต้กันล่าสุด

โมฮัมหมัด บาเกร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านได้ออกมาเตือนสหรัฐฯ ว่า “สหรัฐฯ ควรตระหนักได้แล้วว่า การทำตัวบูลลี่คนอื่น และไม่รักษาสัญญานั้นมีราคาที่ต้องจ่าย และผมขอพูดตรง ๆ ว่า ถ้าคุณโจมตี คุณจะเจ็บหนัก และผมขอย้ำอีกทีว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้ใช้ภายใต้การควบคุมของอิหร่านเท่านั้น ไม่ใช่ภายใต้การข่มขู่ของสหรัฐฯ ” รวมถึง กระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ได้ออกมาประณามสหรัฐฯ ว่า “การโจมตีครั้งล่าสุดของคุณคืออาชญากรรมทางสงครามที่ร้ายแรง”

ในการตอบโต้ ทรัมป์เองก็บอกกับนักข่าวว่า “ผมไม่อยากเจรจาใด ๆ หรือยุ่งเกี่ยวกับพวกนั้นอีกแล้ว พวกนั้นเป็นคนเลวทราม และป่วยทางจิต” ซึ่งอับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ก็ตอบโต้ทันทีว่า “เราไม่ตอบโต้ความหยาบคายด้วยความหยาบคาย แต่เราจะตอบโต้ด้วยการกระทำที่กล้าหาญ และมีเกียรติเท่านั้น”

ดังนั้น หมายความว่าสงครามได้กลับมาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว และอาจหนักกว่าเดิม มีความเสี่ยงสูงที่สงครามจะขยายวงไปทั่วตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น และตลาดโลกก็กำลังกังวลต่อผลกระทบด้านพลังงาน และเศรษฐกิจที่อาจร้ายแรงกว่ารอบที่แล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...