โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ไมโครพลาสติก’ ในอากาศ เร่ง ‘โลกร้อน’ มากขึ้นกว่าที่คาดคิด

SpringNews

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ในอาหาร น้ำดื่ม และแม้แต่อากาศที่มนุษย์หายใจเข้าไป แต่ผลการศึกษาล่าสุดที่นำโดย ‘ดรูว์ ชินเดลล์’ (Drew Shindell) ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์โลกจาก Nicholas School of the Environment ของมหาวิทยาลัยดุ๊กในสหรัฐฯ ร่วมกับคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟู่ตั้นเปิดเผยข้อค้นพบที่สร้างความประหลาดใจว่า เศษพลาสติกขนาดเล็กที่ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศยังมีส่วนช่วยเพิ่มอุณหภูมิของโลกอีกด้วย

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Climate Change ระบุว่า อนุภาคไมโครพลาสติกที่มีสีสามารถดูดซับแสงอาทิตย์และกักเก็บความร้อน ส่งผลให้เกิดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกในระดับที่สามารถวัดได้

ไมโครพลาสติกสามารถลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้เมื่อเศษพลาสติกขนาดใหญ่แตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ มากพอที่จะถูกลมหรือไอทะเลพัดพาให้ลอยขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ

สมาชิกใหม่ของกลุ่มละอองลอยในชั้นบรรยากาศ

นักวิทยาศาสตร์ทราบมานานแล้วว่า อนุภาคขนาดเล็กที่ลอยอยู่ในอากาศหรือที่เรียกว่าละอองลอย (Aerosols) มีอิทธิพลต่อสภาพภูมิอากาศของโลก โดยเขม่าควัน ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดในเรื่องนี้ เนื่องจากอุดมไปด้วยคาร์บอนสีดำ (Black Carbon) หนึ่งในสารที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่รู้จักมา

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีการศึกษานี้ ประเด็นเรื่องไมโครพลาสติกยังไม่เคยถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในบริบทดังกล่าวมาก่อน งานวิจัยฉบับนี้จึงช่วยขยายขอบเขตความเข้าใจของกลุ่มละอองลอยที่มีผลต่อภาวะโลกร้อน

‘ชินเดลล์’ กล่าวว่า งานวิจัยนี้ช่วยเพิ่มไมโครพลาสติกเข้าไปในกลุ่มของละอองลอยที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งทำให้ไมโครพลาสติกกลายเป็นเป้าหมายที่สำคัญอย่างยิ่ง สำหรับการดำเนินมาตรการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สีของไมโครพลาสติกมีบทบาทสำคัญ

แบบจำลองสภาพภูมิอากาศในอดีตมักตั้งสมมติฐานว่าไมโครพลาสติกที่ลอยอยู่ในอากาศไม่มีสี อนุภาคที่ไม่มีสีจะสะท้อนแสงอาทิตย์กลับสู่อวกาศ ส่งผลต่อการลดอุณหภูมิเพียงเล็กน้อย ทำให้ไมโครพลาสติกจึงแทบไม่เคยถูกมองว่ามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยของชินเดลล์ได้หักล้างสมมติฐานดังกล่าว โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจัยสำคัญที่สุดคือสีของไมโครพลาสติก

เศษพลาสติกที่กักเก็บความร้อน

ทีมนักวิจัยใช้การจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ร่วมกับการทดลองในห้องปฏิบัติการ เพื่อศึกษาพฤติกรรมของแสงและความร้อนเมื่อกระทบกับเศษพลาสติกขนาดเล็ก โดยผลการศึกษาพบว่าไมโครพลาสติกในอากาศมีสีสันที่หลากหลาย และสีของพลาสติกจะยิ่งเข้มขึ้นเมื่อผ่านการใช้งานและเสื่อมสภาพจากสภาพแวดล้อม

สีที่เข้มขึ้นนี้เองเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไมโครพลาสติกสามารถดูดซับและกักเก็บความร้อนได้มากขึ้น

อนุภาคขนาดเล็กแต่ส่งผลกระทบยิ่งใหญ่

สิ่งที่น่าสนใจคือ ไมโครพลาสติกที่มีสีสามารถดูดซับความร้อนได้ประมาณ 16% ของประสิทธิภาพในการดูดซับความร้อนของคาร์บอนสีดำ ซึ่งถือว่าเพียงพอที่จะจัดให้เป็นหนึ่งในละอองลอยที่ควรได้รับความสนใจ

‘ชินเดลล์’ อธิบายว่า ปัจจุบันไมโครพลาสติกในบรรยากาศก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนในระดับใกล้เคียงกับการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินประมาณ 200 แห่งตลอดทั้งปี

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่าการจัดการกับไมโครพลาสติกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ทั้งหมด แต่หากสามารถลดผลกระทบที่เทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน 200 แห่ง ก็จะเป็นส่วนสำคัญในการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ

กระแสน้ำในมหาสมุทรกลายเป็นแหล่งกำเนิดไมโครพลาสติก

นักวิจัยยังศึกษาการกระจายตัวของไมโครพลาสติกในชั้นบรรยากาศทั่วโลก และพบว่ามีรูปแบบแตกต่างจากคาร์บอนสีดำอย่างชัดเจน

คาร์บอนสีดำมักสะสมอยู่เหนือพื้นดิน ขณะที่ไมโครพลาสติกกลับกระจุกตัวอยู่เหนือบริเวณวังวนมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือกึ่งเขตร้อน (North Pacific Subtropical Gyre) ระบบกระแสน้ำขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 8 ล้านตารางไมล์ และเป็นบริเวณที่มีการสะสมของขยะพลาสติกจำนวนมหาศาล

เมื่อคลื่นทะเลแตกตัว ละอองน้ำทะเลจะพาอนุภาคไมโครพลาสติกลอยขึ้นสู่บรรยากาศ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดมลพิษไมโครพลาสติกทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดของโลก

ปรากฏการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงวงจรที่เชื่อมโยงกันระหว่างมลพิษพลาสติกในมหาสมุทรกับมลพิษพลาสติกในชั้นบรรยากาศ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีการอธิบายไว้อย่างชัดเจน

จำเป็นต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติม

แม้ว่าผลการศึกษาจะชี้ให้เห็นว่าไมโครพลาสติกมีบทบาทต่อภาวะโลกร้อน แต่ ‘ชินเดลล์’ ยังไม่สรุปว่าไมโครพลาสติกเป็นปัจจัยหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากงานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบเฉพาะไมโครพลาสติกที่อยู่ใกล้พื้นผิวโลกเท่านั้น

นักวิจัยจึงหวังว่าจะมีการศึกษาปริมาณไมโครพลาสติกในบรรยากาศชั้นล่างทั้งหมด เพื่อประเมินผลกระทบที่แท้จริงต่อการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก

อนาคตที่เต็มไปด้วยพลาสติก

ปัญหามลพิษจากพลาสติกมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในอนาคต หากไม่มีมาตรการลดการใช้พลาสติก ลดการเกิดขยะ และปรับปรุงระบบจัดการรวมถึงการรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ ปริมาณพลาสติกที่รั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อมอาจเพิ่มขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับปี 2020 หรือคิดเป็นประมาณ 30 ล้านตันภายในปี 2040

ทีมนักวิจัยหวังว่าผลการศึกษาฉบับนี้จะเป็นข้อมูลสนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมลงนามในสนธิสัญญาพลาสติกแห่งสหประชาชาติ (U.N. Plastics Treaty) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติปัญหามลพิษจากพลาสติกทั่วโลก

ที่มา: Earth.com

https://www.earth.com/news/airborne-microplastics-have-an-unexpected-effect-on-earths-climate/

Credit ภาพ: Reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...