โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569

efinanceThai

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 มิ.ย. 69 7:40: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 76.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 4.70 ดอลลาร์ หรือ -5.8%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนส.ค. ปิดที่ 78.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 4.21 ดอลลาร์ หรือ -5.1%

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงประมาณ 5% เป็นวันที่สองติดต่อกันในวันอังคาร (16 มิ.ย.) สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน หลังมีความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางและการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมไปถึงข้อตกลงที่จะอนุญาตให้อิหร่านกลับมาจำหน่ายน้ำมันได้

ทั้งนี้ น้ำมันดิบเบรนท์ปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.

*** ผลสำรวจล่าสุดชี้ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มการถือครองทองคำมากขึ้นกว่าที่เคย โดย 45% ของธนาคารกลางที่เข้าร่วมการสำรวจระบุว่า มีแผนเข้าซื้อทองคำเพิ่มเติมในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้ ครึ่งหนึ่งของธนาคารกลางที่มีแผนเพิ่มการถือครองทองคำระบุว่า จะใช้โครงการสะสมทองคำภายในประเทศเป็นแหล่งจัดหาเงินทุนสำหรับการซื้อ โดยรัฐบาลหรือธนาคารกลางจะเข้าซื้อทองคำจากผู้ผลิตเหมืองทองคำภายในประเทศด้วยสกุลเงินท้องถิ่น ก่อนนำทองคำดังกล่าวเข้าสู่ทุนสำรองระหว่างประเทศของตนเอง

ขณะเดียวกัน การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเร่งตัวขึ้นในไตรมาสแรกของปี โดยผู้ซื้อหลักยังคงเป็นธนาคารกลางในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันอุปสงค์ทองคำในตลาดโลก

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาศัยอำนาจตามกฎหมาย Defense Production Act เพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตและการพัฒนาอาวุธ ตลอดจนเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานสำหรับการผลิตและจัดหาเครื่องกระสุน ตามบันทึกคำสั่งที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันอังคาร

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นถึงศักยภาพของผู้ผลิตอาวุธสหรัฐฯ ในการรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งในด้านการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์และเครื่องกระสุนสำหรับการใช้งานด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ

*** สื่อต่างประเทศรายงานอ้างแหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านเตรียมได้รับสิทธิประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ภายใต้ข้อตกลงสงบศึกกับสหรัฐฯ โดยจะสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันได้ทันที พร้อมเข้าถึงกองทุนเพื่อการพัฒนามูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสนับสนุนเพื่อผลักดันการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะออกหนังสือยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรสำหรับการส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจากปิโตรเคมีของอิหร่านทันที หลังจากมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างสองประเทศ

*** รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งให้ Anthropic จำกัดการเข้าถึงโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นล่าสุดของบริษัทสำหรับบุคคลต่างชาติ โดยอ้างอำนาจในการกำกับดูแลเทคโนโลยีดังกล่าว

มาตรการห้ามส่งออกเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อซอฟต์แวร์ที่ธนาคาร สำนักงานกฎหมาย และหน่วยงานภาครัฐทั่วโลกกำลังเร่งนำมาใช้งาน อีกทั้งยังก่อให้เกิดความกังวลในหมู่ประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ว่า อาจตกอยู่ภายใต้ความไม่แน่นอนจากนโยบายของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ และอาจจำเป็นต้องมองหาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ ในอนาคต

ด้านเซบาสเตียง เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ประกาศว่า หน่วยงานภาครัฐจะเริ่มนำเครื่องมือที่พัฒนาบนเทคโนโลยีของ Mistral AI สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ของฝรั่งเศสมาใช้งาน ระบุว่า ฝรั่งเศสต้องมีเครื่องมือของตนเอง และไม่สามารถพึ่งพาพันธมิตรบางรายได้

*** เอกอัครราชทูตจีนประจำแอฟริกาใต้ประกาศว่า จีนจะมอบเงินสนับสนุนจำนวน 3.5 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยแอฟริกาใต้ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ HIV ซึ่งเป็นความช่วยเหลือที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง หลังจากสหรัฐฯ ปรับลดการสนับสนุนด้านดังกล่าวลง

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยให้การสนับสนุนโครงการป้องกันและรักษา HIV ของแอฟริกาใต้มากกว่า 400 ล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ความช่วยเหลือดังกล่าวถูกลดทอนลง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าปรับลดงบประมาณความช่วยเหลือต่างประเทศ

*** การส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนพ.ค. ขยายตัว 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2022 โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งสำหรับรถยนต์และผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์

ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจของรอยเตอร์ คาดการณ์ไว้ที่ 16.2% และเร่งตัวขึ้นจากระดับ 14.8% ในเดือนเมษายน

การเติบโตของการส่งออกได้รับแรงหนุนหลักจากการส่งออกไปยังจีนที่เพิ่มขึ้น 17.9% เมื่อเทียบรายปี และการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น 12.5% โดยจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ขณะที่สหรัฐฯ เป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับสองของประเทศ

*** หุ้นจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในฮ่องกงกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนหันไปให้น้ำหนักกับหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่จดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่และตลาดหุ้นอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียเหนือมากกว่า โดยดัชนีวัดผลการดำเนินงานของหุ้นจีนที่จดทะเบียนในฮ่องกงปรับตัวลดลงเกือบ 8% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ดัชนี MSCI China กำลังเข้าใกล้ภาวะตลาดหมี (Bear Market) ซึ่งหมายถึงการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากจุดสูงสุดก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังมองว่าหุ้นจีนนอกแผ่นดินใหญ่มีโอกาสฟื้นตัวได้ในระยะต่อไป โดยได้รับแรงหนุนจากระดับมูลค่าหุ้นที่ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับตลาดอื่น รวมถึงความต้องการกระจายการลงทุนของนักลงทุน แต่คาดว่า ภาวะการปรับตัวต่ำกว่าตลาดโดยรวม (Underperform) อาจยังคงดำเนินต่อไปในระยะสั้น

*** หุ้น SpaceX ปรับตัวขึ้น 4.8% ปิดที่ 201.80 ดอลลาร์ ส่งผลให้บริษัทของอีลอน มัสก์ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดประมาณ 2.655 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 8 แสนล้านดอลลาร์จากช่วงที่เสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีมูลค่ามากกว่า Amazon ราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยก่อนหน้านี้ Amazon ครองตำแหน่งบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 5 ของประเทศ

ในช่วงหนึ่งของการซื้อขายยังสามารถแซง Microsoft ได้ในช่วงสั้น ๆ ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเก็งกำไรอย่างคึกคักในสัญญาออปชันหุ้นของบริษัท

*** SpaceX บรรลุข้อตกลงอย่างเป็นทางการในการเข้าซื้อกิจการ Cursor สตาร์ทอัพผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม vibe coding โดยนักลงทุนของ Cursor จะได้รับหุ้นของ SpaceX เป็นส่วนหนึ่งของดีลมูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คาดว่าจะช่วยให้ xAI ซึ่งเป็นธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ของ SpaceX สามารถเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและลดช่องว่างการแข่งขันกับคู่แข่งสำคัญอย่าง Anthropic และ OpenAI ในตลาดเครื่องมือเขียนโค้ดที่ขับเคลื่อนด้วย AI คาดว่าดีลระหว่าง SpaceX และ Cursor จะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ โดย Cursor จะได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรประมวลผลคอมพิวเตอร์ในระดับขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาและให้บริการเครื่องมือเขียนโค้ดด้วย AI ในอนาคต

*** Yum Brands ประกาศขายธุรกิจ Pizza Hut มูลค่ารวม 2,700 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจอาหารจานด่วน และการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ยังคงระมัดระวัง

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ธุรกิจ Pizza Hut ในจีนแผ่นดินใหญ่จะถูกขายให้กับ Yum China Holdings มูลค่า 1,200 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ธุรกิจ Pizza Hut ในตลาดอื่น ๆ ที่เหลือจะถูกขายให้กับบริษัทไพรเวทอิควิตี LongRange Capital ในมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์

ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...