โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัยวัฒน์ประกาศมุ่งปราบคนโกงให้หมด กทม. ริเริ่มเทศกิจติดกล้อง ส่องพฤติกรรมส่วยรีดไถ ฟังเสียงผู้ค้ารายย่อย

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ชัยวัฒน์ประกาศมุ่งปราบคนโกงให้หมด กทม. ริเริ่มเทศกิจติดกล้อง ส่องพฤติกรรมส่วยรีดไถ ฟังเสียงผู้ค้ารายย่อย

ย้อนอ่านคำตอบของ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 10 จากพรรคประชาชน บนเวทีดีเบต ‘THE STANDARD BKK Election 2026 Battle for Bangkok เกมเปลี่ยนกรุง’ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่าน ซึ่งในโจทย์ข้อสุดท้าย แคนดิเดตทุกคนจะต้องตอบคำถามจากคลิปวิดีโอเสียงสะท้อนของประชาชนตัวจริง โดยไม่ทราบคำถามล่วงหน้า

ประเด็นสำคัญ

  • โจทย์จริงจากเสียงจริง ‘ผู้ค้ารายย่อย’ แฉส่วยยุคดิจิทัล เก็บแบ่ง ‘ส่งเข้าเขต’
  • ชัยวัฒน์เปิดวิสัยทัศน์ ยกเครื่องระบบจองพื้นที่ค้าขายออนไลน์ เทศกิจต้องติดกล้อง
  • ตอบชัชชาติ: ขยายจุดผ่อนผัน ต้องฟังความเห็นจากผู้ค้าเป็นหลัก
  • ตอบอนุชา: ส่วยส่งเข้าเขตแก้อย่างไร ชูวัฒนธรรมไม่ทนกับคนโกง

โจทย์จริงจากเสียงจริง ‘ผู้ค้ารายย่อย’ แฉส่วยยุคดิจิทัล เก็บแบ่ง ‘ส่งเข้าเขต’

เนื้อหาในคลิปวิดีโอที่เป็นโจทย์ปัญหา เป็นคำบอกเล่าจากแม่ค้ารายย่อยที่ออกมาแฉประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการต้องจ่ายเงินนอกระบบ หรือ ‘ส่วย’ เพื่อให้สามารถค้าขายต่อไปได้ โดยระบุว่า ต้องจ่ายเงินเป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 500 บาท ซึ่งในปัจจุบันวิธีการเก็บเงินได้ปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยขึ้น

แม่ค้ารายย่อยคนนี้เล่าว่า เจ้าหน้าที่มีการให้สแกนคิวอาร์โค้ดและส่งสลิปหลักฐานการโอนเข้ามือถือ อย่างไรก็ตาม สำหรับแม่ค้าที่ทำระบบออนไลน์ไม่เป็น เจ้าหน้าที่ก็จะลงมาเก็บเป็นเงินสดถึงที่ โดยบางครั้งมาในชุดเครื่องแบบเต็มยศ และมีการกล่าวอ้างจากผู้เก็บเงินด้วยว่า “เงินก้อนนี้ไม่ได้เก็บไว้กินคนเดียว แต่ต้องนำไป ‘ส่งเข้าเขต’ หรือส่งต่อให้กับเจ้านายเบื้องบน”

คำถามคือ หากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. จะทำอย่างไรให้แม่ค้ารายย่อยไม่ต้องตกอยู่ในสภาวะจำยอมที่ต้องเลือกระหว่างการจ่ายส่วยเพื่อทำมาหากิน กับการถูกไล่จับหรือกีดกันออกจากพื้นที่ และหากได้รับตำแหน่ง ภายใน 100 วันแรก ประชาชนจะได้เห็นการพิสูจน์ว่าระบบเทศกิจและการจัดระเบียบพื้นที่มีความโปร่งใสขึ้นจริงได้อย่างไร

ชัยวัฒน์เปิดวิสัยทัศน์ ยกเครื่องระบบจองพื้นที่ค้าขายออนไลน์ เทศกิจต้องติดกล้อง

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ‘โจ’ ตอบคำถามนี้ โดยเริ่มต้นด้วยการแสดงความเข้าใจหัวอกแม่ค้า เนื่องจากในวัยเด็กตนเคยค้าขายอยู่ริมถนนย่านบางลำพูมาก่อน เขาได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหา 2 ด้านหลัก ได้แก่

  • การวางระบบจัดสรรพื้นที่ เขาระบุว่า กทม. ต้องจัดสรรพื้นที่ค้าขายให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมองด้วยตาเปล่าต้องรู้ชัดเจนว่าพื้นที่ใดอนุญาตให้ขาย มีการกำหนดล็อกและตำแหน่งที่อ้างอิงได้ชัดเจน ที่สำคัญคือต้องเปลี่ยนระบบการจับจองให้เป็นออนไลน์ เพื่อให้แม่ค้าเข้ามาตรวจสอบและต่อสัญญาได้อย่างโปร่งใส ซึ่งจะเป็นการตัดดุลพินิจส่วนตัวของเจ้าหน้าที่รัฐออกไป
  • การตรวจสอบการทำงานของเทศกิจ เขาเสนอมาตรการบังคับให้เจ้าหน้าที่เทศกิจทุกคนต้องติดกล้องวงจรปิด (CCTV หรือ บอดี้แคม) ประจำตัวทุกครั้งที่ออกปฏิบัติหน้าที่ เช่นเดียวกับแนวทางของตำรวจ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและป้องกันการเรียกรับสินบน โดยย้ำจุดยืนว่า จะไม่ยอมให้ผู้ทำผิดลอยนวล

ตอบชัชชาติ: ขยายจุดผ่อนผัน ต้องฟังความเห็นจากผู้ค้าเป็นหลัก

จากนั้น ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดคผู้ว่าฯ กทม. อิสระ เบอร์ 9 ได้ตั้งคำถามต่อยอดจากแนวคิดของชัยวัฒน์ โดยถามว่า ในทางปฏิบัติ กทม. จะมีแนวคิดในการจัดจุดผ่อนผันอย่างไร เพื่อให้สามารถรองรับพ่อค้าแม่ค้าที่กระจายตัวอยู่เป็นจำนวนมากได้อย่างเพียงพอ

ชัยวัฒน์เน้นย้ำเรื่องการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ค้าเป็นหลัก กทม. ไม่ควรจัดสรรเองโดยไม่รู้ความต้องการที่แท้จริง การวางระบบโควต้าต้องโปร่งใสและเป็นธรรม โดยให้สิทธิ์กับผู้ที่ค้าขายอยู่เดิมหรือคนในพื้นที่นั้นๆ ได้รับการจัดสรรก่อน

ทำให้ชัชชาติขอชี้แจงข้อมูลประกอบเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันหากผู้ค้าเข้ามาอยู่ในจุดผ่อนผันอย่างถูกต้อง จะเสียค่าธรรมเนียมเพียง 500 บาทต่อปี แต่หากขายนอกจุดผ่อนผัน จะถูกปรับ 500 บาทต่อเดือน มีใบเสร็จถูกต้อง ดังนั้น จึงต้องแยกให้ออกระหว่าง ‘ค่าปรับทางกฎหมาย’ กับ ‘ส่วยรีดไถ’ และ กทม. ต้องเร่งดึงคนที่อยู่นอกระบบให้เข้ามาอยู่ในจุดผ่อนผัน เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้เกิดการรีดไถ

ตอบอนุชา: ส่วยส่งเข้าเขตแก้อย่างไร ชูวัฒนธรรมไม่ทนกับคนโกง

ขณะที่ อนุชา บูรพชัยศรี แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 5 ได้หยิบยกประเด็นคำพูดของแม่ค้าในคลิปที่ระบุว่าเงินถูก ‘ส่งเข้าเขต’ มาตั้งคำถามว่า ชัยวัฒน์มองว่าส่วย กทม. ในปัจจุบันมีการแบ่งเป็นลำดับขั้น และถูกส่งต่อไปถึงระดับผู้อำนวยการเขต เพื่อเป็นผลประโยชน์ในการซื้อขายตำแหน่งหรือไม่

ชัยวัฒน์ยอมรับว่า คำว่า ‘ส่งเข้าเขต’ น่าจะหมายถึงการส่งเงินขึ้นไปข้างบนเรื่อยๆ เป็นทอดๆ ซึ่งสะท้อนถึงการใช้อำนาจหน้าที่หาผลประโยชน์ และนำไปสู่การทุจริตซื้อขายตำแหน่งจริง เขายืนยันว่า หากตนเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ที่ไม่อดทนต่อคนทำผิด หากมีการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำดังกล่าว ผู้กระทำผิดต้องถูกลงโทษและต้องออกจากองค์กรไป ส่วนข้าราชการน้ำดีจะต้องได้รับการสนับสนุนให้เติบโตในหน้าที่การงาน

โดยอนุชาได้สนับสนุนแนวคิดดังกล่าว ว่าเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ “คนโกงต้องไม่มีที่ยืนใน กทม.” และข้าราชการที่ทุจริตหาผลประโยชน์จะต้องไม่มีสิทธิก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างเด็ดขาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...