โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชายแดนเขมรลากยาว เฟกนิวส์ชี้นำอารมณ์ !?

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เมืองไทย 360 องศา

พิจารณาจากอารมณ์ของคนไทยในเวลานี้กับอารมณ์ความรู้สึกกับกัมพูชาถือว่า “ไม่เป็นบวก” เอาเสียเลย หากจะบอกว่าเกลียดหรือไม่ชอบก็อาจดูรุนแรง และยังเป็นการส่งเสริมความเกลียดชังระหว่างประเทศถูกมองไม่ดีเสียอีก แต่เอาเป็นว่า เมื่อจับอารมณ์คนไทยแล้วยังไม่พร้อมที่จะแตะมือคืนดีด้วย อย่างน้อยก็ในระยะเวลาอันใกล้นี้แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเจอกับอาการ “ปากแจ๋ว” ตามสื่อกัมพูชาทั้งสื่อโชเชียลและสื่อหลักในกัมพูชาที่ยังอวดดี ยังมีการกล่าวหา โจมตีไทยอย่างไม่หยุดหย่อนแบบนี้ เป็นใครที่รับรู้ ได้ยินเรื่องราวเป็นต้อง “ขึ้น” แน่นอน

สิ่งที่สะท้อนความรู้สึกดังกล่าวของคนไทยส่วนใหญ่ที่มีต่อฝ่ายกัมพูชา รวมไปถึงรัฐบาลกัมพูชา ก็คือ กระแสข่าวที่ไหลออกมาว่าไทยกำลังเตรียมเปิดด่านชายแดนกับกัมพูชา โดยเฉพาะด้านอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้เด็กกัมพูชาเข้ามาเรียนหนังสือ(เรียนฟรี) ซึ่งก็ย่อมสร้างความเดือดดาลให้กับคนไทยที่ได้เห็นข่าวนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งข่าวลักษณะแบบนี้มีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมากลับมีออกมาแบบถี่ยิบและเป็นจริงเป็นจังมากกว่าเดิม

อาจเป็นเพราะเป็นช่วงที่กำลังเปิดเทอมในประเทศไทยก็เป็นได้ และที่ผ่านมาได้มีเด็กชาวกัมพูชาตามแนวชายแดนข้ามมาเรียนในฝั่งไทยจำนวนมาก โดยมีพวกองค์กรสิทธิมนุษยชน รวมไปถึงกลุ่มเอ็นจีโอในไทยสนับสนุนและแสดงความเห็นอกเห็นใจ จนคนไทยตำหนิอย่างรุนแรงจนต้องเงียบเสียงไปนาน

อย่างไรก็ดี ฝ่ายรัฐบาลโดย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ไม่มีการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาตามที่ขณะนี้มีข่าวปั่นในโลกโซเชียลว่าจะมีการเปิดด่านที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้เด็กกัมพูชาเข้ามาเรียนหนังสือในประเทศไทย

“สิ่งที่เผยแพร่กันอยู่เป็นข่าวปลอม ในขณะนี้ยังไม่มีการเปิดด่านแต่อย่างใด” น.ส.รัชดา กล่าวยืนยัน

ขณะเดียวกันกองร้อยทหารพรานที่ 1201 ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 ได้โพสต์ข้อความยืนยันเช่นเดียวกันว่า ตามที่มีสื่อโซเชียล แจ้งมีการเปิดด่านพรมแดนถาวรบ้านคลองลึก - ปอยเปต อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้เด็กเขมรเข้ามาเรียนหนังสือ กองร้อยทหารพรานที่ 1201 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ตลาดโรงเกลือ ขอแจ้งให้ประชาชนได้ทราบว่าในขณะนี้ยังไม่มีการเปิดด่านหรือมีคำสั่งให้เปิดด่านเเม้แต่อย่างใด ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเเละเชื่อถือได้ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ขอบคุณครับ”

ขณะเดียวกันยังมีความเคลื่อนไหวจากฝั่งกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดกัมพูชาได้ยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการอีกครั้งต่อประเทศไทย โดยครั้งนี้เกี่ยวกับการก่อสร้างพระพุทธรูป และการติดตั้งเสาธง โดยอ้างว่าไทยกระทำการอย่างผิดกฎหมายในดินแดนของกัมพูชาที่ถูกไทยยึดครอง

กระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาได้ออกคำแถลงเมื่อวันที่ 30 พ.ค. อธิบายเหตุผลของการประท้วง โดยระบุว่าการก่อสร้างดังกล่าว ละเมิดคำแถลงร่วมเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.

กระทรวงการต่างประเทศเตือนว่า ไทยยังคงละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของกัมพูชาในพื้นที่ที่ทหารไทยเข้ายึดครองอย่างผิดกฎหมายตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.

คำแถลงระบุว่าการประท้วงครั้งล่าสุดนี้ เกี่ยวข้องกับการสร้างพระพุทธรูปอย่างน้อย 36 องค์ในหลายพื้นที่ในเขต จ.พระวิหาร และจ.อุดรมีชัย และการติดตั้งเสาธง 2 ต้นในพื้นที่ จ.พระวิหาร

“หลังจากการหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. กองทัพไทยได้เสริมการควบคุมและการยึดครองดินแดนของกัมพูชาอย่างผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวร เช่น ถนน รูปปั้นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ การติดตั้งและเสริมความแข็งแกร่งของสิ่งกีดขวาง โดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนาม การตั้งเสาธงในหลายจุด และการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” คำแถลงระบุ

“การกระทำเหล่านี้ไม่สามารถถือได้ว่าเป็นมาตรการเพื่อรักษาตำแหน่งทางทหาร แต่ขัดแย้งกับมาตรการที่กำหนดไว้ในคำแถลงร่วมของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป สมัยพิเศษครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. โดยเฉพาะข้อที่ 2 และ 3” คำแถลงระบุเพิ่มเติม

กัมพูชาย้ำว่าไม่ยอมรับเส้นเขตแดนใดๆ ที่กำหนดขึ้นโดยใช้กำลังหรือการอ้างสิทธิในดินแดนฝ่ายเดียวใดๆ ที่ไทยกล่าวอ้าง

“กิจกรรมดังกล่าวข้างต้นจะไม่กระทบต่อสิทธิหรือสถานะทางกฎหมายของกัมพูชาเกี่ยวกับพรมแดนระหว่างประเทศ” คำแถลงระบุ

กัมพูชายังเรียกร้องให้ไทยยึดมั่นในพันธสัญญาที่ระบุไว้ในคำแถลงร่วมเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. เพื่อฟื้นฟูความไว้วางใจและความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน และส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ดีตามแนวชายแดนร่วมกันระหว่างสองประเทศ

นั่นคือความเคลื่อนไหวของฝั่งกัมพูชาที่ยังมีมาต่อเนื่องทั้งในประเทศและระหว่างประเทศที่ดำเนินการทุกทางกับฝ่ายไทย หลังจากที่มีการสู้รบตามแนวชายแดนมาแล้วสองครั้ง โดยครั้งล่าสุดหลังจากที่ฝ่ายไทยสามารถยึดคืนดินแดนที่กัมพูชายึดครองเอาไว้หลายสิบปีกลับคืนมาได้ และสถาปนาความมั่นคงในพื้นที่เอาไว้ กลับสร้างความร้อนรนให้กับรัฐบาลกัมพูชา “สองพ่อลูก” คือ ฮุน เซน กับ ฮุน มาเนต ที่ยึดอำนาจมานาน โดยสถานการณ์ภายในไม่ค่อยมั่นคงนัก เพราะเริ่มมีปัญหารุมเร้าทั้งภายในภายนอก หลังจากถูกไทยยืนคืนดินแดนกลับมาเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้ “กระแสชาตินิยม” ที่เคยปลุกเอาไว้กำลังย้อนกลับเข้าตัวเอง เพราะถูกชาวบ้านตั้งคำถาม โดยเฉพาะคำว่า “รบแพ้ไทย”

ขณะที่ปัญหาภายนอกที่เกิดจากวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลางกำลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจภายในอย่างรุนแรง เนื่องจากกัมพูชาเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจขนาดเล็กและต้องพึ่งพาภายนอกเกือบทั้งหมด ทุกอย่างจึงดูเลวร้ายไปหมด เพียงแต่ว่าจะยื้อได้นานแค่ไหนเท่านั้นเอง

ดังนั้นหากพิจารณาจากอารมณ์และความเคลื่อนไหวดังกล่าวข้างต้นแล้ว หากโฟกัสที่เน้นความรู้สึกของคนไทยในเวลานี้แล้ว ถือว่ามองฝั่งกัมพูชาเป็นลบอย่างมาก และนานมากกว่าจะกลับคืนมา และที่สำคัญไทยเราเป็นประเทศที่ใหญ่กว่า มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่า มีความได้เปรียบทุกทาง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาฝ่ายกัมพูชาตรงกันข้ามกับกัมพูชาที่ต้องพึ่งพาไทย แม้ว่าการปิดชายแดนทำให้เราต้องเสียหายจากมูลค่าสินค้าส่งออก แต่อีกด้านหนึ่งคนไทยมีอารมณ์ประมาณว่าต้องการ “สั่งสอน” ให้รู้สำนึกเท่านั้น !!

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...