โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผัวหึงโหด บีบคอเมีย เสียชีวิตคาห้องพัก ก่อนจัดฉากให้เหมือนกำลังหลับ

Khaosod

อัพเดต 02 มิ.ย. เวลา 01.43 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. เวลา 01.43 น.
ผัวหึงโหด บีบคอเมีย เสียชีวิตคาห้องพัก ก่อนจัดฉากให้เหมือนกำลังหลับ

ผัวหึงโหด บีบคอเมีย เสียชีวิตคาห้องพัก ก่อนจัดฉากให้เหมือนกำลังหลับบนเตียง เปิดปากสารภาพเล่าปมลงมือเหี้ยม ด้าน ลูก ๆ แฉไม่ใช่ครั้งแรก เผยนาทีพบร่าง

วันที่ 2 มิ.ย.2569 ร.ต.อ.นราศักดิ์ วงศ์โปทา รองสารวัตร(สอบสวน) สน.ราษฎร์บูรณะ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 20.36 น.ของวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุหญิงเสียชีวิตภายในห้องพักแห่งหนึ่ง แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์สูง 2 ชั้น ภายในห้องพักชั้น 1 พบร่างผู้เสียชีวิตชื่อ นางนัน อายุ 41 ปี สัญชาติเมียนมา สภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน สวมเสื้อสีขาว กางเกงขายาวสีน้ำตาล สภาพใบหน้าเขียวคล้ำ บริเวณลำคอมีร่องรอยถูกบีบอย่างชัดเจน ขณะที่ภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการรื้อค้นทรัพย์สิน

ผัวหึงโหด

ผัวหึงโหด บีบคอเมีย เสียชีวิตคาห้องพัก ก่อนจัดฉากให้เหมือนกำลังหลับบนเตียง เปิดปากสารภาพเล่าปมลงมือเหี้ยม ด้าน ลูก ๆ แฉไม่ใช่ครั้งแรก เผยนาทีพบร่าง

ใกล้กันพบ นายวิชิน อายุ 45 ปี สามีของผู้เสียชีวิต นั่งอยู่ภายในห้องใน อาการคล้ายสับสน พูดจาวกวน เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สน.ราษฎร์บูรณะ

จากการสอบถาม นายไซ อายุ 23 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า หลังเลิกงานกลับมาถึงห้องพักช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. พบแม่นอนคว่ำหน้าและมีผ้าห่มคลุมร่างถึง 2 ชั้น จึงเข้าไปตรวจดู ก่อนจะพบว่าร่างกายเริ่มเขียวคล้ำและไม่ตอบสนอง เมื่อพลิกร่างจึงทราบว่าเสียชีวิตแล้ว

ลูกชาย ให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุเคยทำร้ายร่างกายแม่หลายครั้งในอดีต โดยมีสาเหตุมาจากความหึงหวงและความระแวงเรื่องชู้สาว แม้ตนจะเคยพาแม่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายครั้ง รวมถึงกรณีถูกทำร้ายจนจมูกหักและมีร่องรอยฟกช้ำตามร่างกาย แต่ผู้เป็นแม่ไม่เคยแจ้งความดำเนินคดี

ผัวหึงโหด

ด้าน น.ส.หนาน อายุ 21 ปี ลูกสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า พ่อและแม่มีปัญหาทะเลาะกันเรื่องความหึงหวงมาเป็นเวลานาน โดยฝ่ายพ่อมักกล่าวหาว่าแม่มีชายอื่น และเคยทำร้ายร่างกายมาแล้วหลายครั้ง แม้บางครั้งจะอยู่ในอาการมึนเมา แต่หลายครั้งก็ลงมือในขณะปกติ พร้อมยืนยันว่าผู้ก่อเหตุเคยพูดข่มขู่ว่าจะฆ่าแม่ของตนอยู่บ่อยครั้ง

ขณะที่ น.ส.อร หลานสะใภ้ ซึ่งพักอาศัยอยู่ห้องติดกัน ให้ข้อมูลว่า มักเห็นผู้เสียชีวิตถูกสามีทำร้ายเป็นประจำ ล่าสุดเมื่อเดือนก่อนยังเห็นถูกทำร้ายจนจมูกแตก ส่วนวันเกิดเหตุไม่ได้ยินเสียงทะเลาะหรือเสียงร้องขอความช่วยเหลือใด ๆ โดยผู้ก่อเหตุเป็นฝ่ายมาเรียกให้เข้าไปดูผู้เสียชีวิต พร้อมบอกว่าไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากร่างกายเริ่มเขียวคล้ำแล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายวิชิน กลับมายังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง โดยสวมกุญแจมือและยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยใช้มือบีบคอภรรยาจนเสียชีวิต ก่อนนำผ้าห่มคลุมร่างไว้ 2 ชั้น ปิดไฟภายในห้อง และทำทีเหมือนไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น กระทั่งลูกชายกลับมาพบศพ

นายวิชิน ให้การว่า สาเหตุที่ลงมือเกิดจากความเชื่อว่าภรรยานอกใจตน โดยอ้างว่ารู้สึกระแวงมาเป็นเวลานาน ก่อนจะนั่งคร่อมร่างและใช้มือบีบคอภรรยาจนแน่นิ่ง จากนั้นจัดร่างให้นอนเหมือนกำลังหลับและนอนพักอยู่ในห้องตามปกติ

ทั้งนี้ ลูกชายผู้เสียชีวิตยังระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ก่อเหตุเคยข่มขู่จะฆ่าและทำลายศพมารดามาก่อนหน้านี้ โดยครอบครัวเคยพากันหลบหนีจากจังหวัดราชบุรีเข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานคร หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายหลายครั้ง แต่สุดท้ายผู้เป็นแม่กลับไปใช้ชีวิตร่วมกับสามีอีกครั้ง จนนำมาสู่เหตุสลดดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ส่งร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรอย่างละเอียดที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ขณะที่ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวไปดำเนินคดีและสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมที่ สน.ราษฎร์บูรณะ ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผัวหึงโหด บีบคอเมีย เสียชีวิตคาห้องพัก ก่อนจัดฉากให้เหมือนกำลังหลับ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...