10 ปัญหาคาใจคนเมืองที่ "ผู้ว่าฯ กทม." ต้องแก้ด่วนที่สุด!
การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำลังเริ่มขึ้นอีกครั้ง ทั้งป้ายหาเสียงและนโยบายสุดล้ำถูกนำมาเสนอให้คนเมืองได้วาดฝัน แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ประชาชนต้องการอาจไม่ใช่เมกะโปรเจกต์หรูหรา หากแต่เป็น "การแก้ไขปัญหาพื้นฐานชีวิตประจำวัน" ที่กัดกินคุณภาพชีวิตของพวกเขามาอย่างยาวนาน และนี่คือ 10 ปัญหาคาใจที่คนกรุงอยากถามดัง ๆ ว่า "เมื่อไหร่จะแก้ได้จริง ๆ ซะที?"
1. ฟุตบาทมหาภัย และทางม้าลายที่ไร้ความปลอดภัย
ทางเท้ากรุงเทพฯ ไม่ต่างจากสนามรบ ทั้งแผ่นกระเบื้องกระดก ดักน้ำครำ และมอเตอร์ไซค์ที่ขับขี่เบียดบังเลนเดินเท้า ยิ่งไปกว่านั้น อุบัติเหตุบนทางม้าลายที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ตอกย้ำว่าความปลอดภัยขั้นพื้นฐานของคนเดินถนนกลายเป็นเรื่องลักชัวรีที่เข้าถึงยาก ผู้ว่าฯ ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและคืนทางเท้าให้ประชาชนเสียที
2. วิกฤตฝุ่น PM 2.5 และอากาศบริสุทธิ์ที่ต้องซื้อเอง
หมอกพิษกลายเป็นปัญหาประจำปีที่ทำร้ายปอดคนกรุง จนประชาชนต้องแบกรับภาระค่าหน้ากากและเครื่องฟอกอากาศเองเหมือนเป็นค่าชีพจร มาตรการที่ผ่านมายังเป็นแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คนเมืองต้องการเห็นนโยบายเชิงรุก ทั้งการควบคุมไซต์งานก่อสร้าง รถบรรทุกควันดำ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวกรองฝุ่นในระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
3. น้ำท่วมซ้ำซาก และระบบระบายน้ำที่ไม่ได้ผล
พอเข้าฤดูฝน เมืองหลวงก็กลายสภาพเป็นบาดาลทันที ปัญหาน้ำท่วมขังข้ามวันและการจราจรที่เป็นอัมพาตสะท้อนถึงระบบท่อระบายน้ำที่อุดตันและการจัดการผังเมืองที่ล้มเหลว ประชาชนตั้งคำถามว่า งบประมาณลอกท่อและโครงการอุโมงค์ยักษ์มหาศาลหายไปไหน ทำไมฝนตกแค่ชั่วโมงเดียวเมืองถึงยังล่มซ้ำซาก
4. ค่ารถไฟฟ้ามหาโหด กับขนส่งสาธารณะที่ไม่เชื่อมต่อ
แม้โครงข่ายรถไฟฟ้าจะขยายตัว แต่ราคาตั๋วเมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำถือเป็นภาระที่หนักหนาสาหัสสำหรับมนุษย์เงินเดือน มิหนำซ้ำ ขนส่งรองอย่างรถเมล์หรือวินมอเตอร์ไซค์ยังขาดการจัดระเบียบและไม่เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ คนกรุงต้องการระบบตั๋วร่วมที่คิดราคาเป็นมิตร และมีรถเมล์ชานชาลาต่ำที่ปลอดภัยและมาตรงเวลา
5. เสาไฟและสายสื่อสารรุงรัง ทัศนียภาพพัง-เสี่ยงอันตราย
ภาพสายไฟและสายสื่อสารพันกันเป็นปมยุ่งเหยิงห้อยระย้าเกือบถึงหัวคนเดินเท้า ไม่เพียงแต่ทำลายทัศนียภาพเมืองหลวง แต่ยังเป็นชนวนเหตุของไฟไหม้และอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แผนการนำสายไฟลงดินที่พูดกันมาเป็นทศวรรษคืบหน้าช้ามาก ประชาชนไม่อยากรอให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำ ๆ ถึงจะเริ่มตื่นตัวแก้ปัญหา
6. ไฟส่องสว่างดับ และกล้อง CCTV ที่ "ไม่พร้อมใช้งาน"
ความปลอดภัยในชีวิตของคนกรุงเปราะบางมาก แสงสว่างตามตรอกซอกซอยหรือสะพานลอยมักดับหรือสลัวจนเป็นจุดอับสายตาเอื้อต่ออาชญากรรม ยิ่งไปกว่านั้น เวลาเกิดเหตุร้ายขึ้นมา ประชาชนมักเจอแจ็กพอตว่ากล้อง CCTV ในพื้นที่ดับ มุมกล้องไม่เห็น หรือเป็นเพียงกล้องดัมมี่ เงินภาษีควรถูกนำมาขัดหลอดไฟและทำระบบความปลอดภัยให้พึ่งพาได้จริง
7. การจัดการขยะล้าหลัง และระบบแยกขยะที่เหลวแหลก
ปัญหาขยะล้นเมือง ถังขยะสาธารณะหายาก และขยะส่งกลิ่นเหม็นตกค้างเพราะรถเก็บไม่เป็นเวลา ยังคงเป็นภาพชินตา ที่สำคัญคือระบบแยกขยะล้มเหลวในทางปฏิบัติ เพราะต่อให้ประชาชนช่วยกันแยกแทดตาย สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็เทรวมกันบนรถขยะอยู่ดี กทม. ต้องมีระบบบริหารจัดการและแปรรูปขยะที่ทันสมัยและเป็นสากลมากกว่านี้
8. จัดระเบียบหาบเร่แผงลอย: ปากท้อง vs สิทธิ์ทางเท้า
ประเด็นคลาสสิกที่แก้ไม่ตก ระหว่างการคืนทางเท้าให้คนเดินถนน กับการประทังชีวิตของพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอย ซึ่งหลายจุดเบียดบังทางเดินจนคนต้องลงไปเดินบนถนนเสี่ยงรถชน สิ่งที่คนเมืองต้องการไม่ใช่การไล่รื้อแบบตัดช่องน้อย แต่คือโมเดลการจัดระเบียบที่ "พบกันครึ่งทาง" มีพื้นที่ทำกินที่สะอาด เป็นระเบียบ และไม่ละเมิดสิทธิ์ผู้ใช้ทางเท้า
9. หมา-แมวจรจัด และปัญหาสุขอนามัยเมือง
จำนวนสุนัขและแมวจรจัดในชุมชนรวมถึงพื้นที่สาธารณะยังคงสูง ลามไปถึงปัญหากองทัพหนูและแมลงสาบตามท่อระบายน้ำที่สะท้อนถึงสุขอนามัยเมืองที่ย่ำแย่ เสี่ยงต่อโรคระบาด ประชาชนต้องการเห็นนโยบายทำหมัน ฉีดวัคซีน และการจัดการสัตว์จรจัดอย่างเป็นระบบด้วยวิธีมนุษยธรรม ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นวงจรปัญหาที่ไม่รู้จบ
10. ระบบราชการสำนักงานเขตที่ล่าช้าและส่วยทางอ้อม
การติดต่อขออนุญาตต่าง ๆ กับสำนักงานเขต ไม่ว่าจะเป็นการขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลงอาคาร หรือแจ้งความเดือดร้อน ร้องเรียนผ่านระบบออนไลน์แต่เรื่องมักเงียบหาย และยังคงมีกระแสข่าวเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ (ส่วย) เพื่อแลกกับความรวดเร็ว เมื่อไหร่หน่วยงานของ กทม. จะเป็น Smart City ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้บริการโดยไม่มีค่าเสียเวลา
เลิกขายฝัน… แล้วหันมาแก้ "เรื่องพื้นฐาน"
10 ข้อข้างต้นนี้สะท้อนชัดเจนว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในมุมมองของคนเมืองยุคนี้ ไม่ใช่การมองหาฮีโร่ผู้ร่ายมนตร์เสกตึกระฟ้าตระการตา แต่เป็นการมองหา "ผู้บริหารที่มีความตั้งใจจริง" ในการลงมือแก้ปัญหาระดับโครงสร้างและเส้นเลือดฝอยที่หมักหมมมานาน
หมดเวลาของนโยบายสวยหรูประดับป้ายหาเสียง เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นในวันรุ่งขึ้นหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง คือความปลอดภัย ความสะดวก และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น… ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่จ่ายภาษีให้เมืองนี้อย่างเท่าเทียม!