ผลสำรวจชี้ “มหาเศรษฐีเอเชีย” เบบี้บูมเมอร์ 4 ใน 10 คน ยังไร้แผนส่งต่อธุรกิจให้ทายาท
ผลสำรวจชี้ "มหาเศรษฐีเอเชีย" รุ่นเบบี้บูมเมอร์ 4 ใน 10 คน ยังไร้แผนส่งต่อทรัพย์สิน-ธุรกิจให้ทายาท ด้านคนรุ่นใหม่มองการสื่อสารภายในครอบครัวเป็นความท้าทายสำคัญ
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.30 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผลสำรวจจากธนาคารเอกชนสัญชาติสวิส Banque Lombard Odier & Cie SA ชี้ว่า กลุ่มมหาเศรษฐีรุ่นเบบี้บูมเมอร์ในเอเชียจำนวนมากยังหลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องการส่งต่อความมั่งคั่งภายในครอบครัว และไม่ได้จัดทำโครงสร้างบริหารทรัพย์สินอย่างเป็นทางการ แม้ต้องการรักษาความมั่งคั่งของตระกูลไว้ข้ามรุ่นก็ตาม
ผลสำรวจพบว่า มีเพียง 26.9% ของผู้มีสินทรัพย์สูงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่มีแผนสืบทอดทรัพย์สินครบถ้วน ขณะที่ 39.4% ระบุว่ายังไม่มีแผนการส่งต่อทรัพย์สินเลย
รายงานสะท้อนว่า คนรุ่นเก่ายังคงต้องการควบคุมการตัดสินใจด้านการลงทุนไว้กับตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อน “ความประมาทหรือชะล่าใจ” ต่อการวางแผนสืบทอดทรัพย์สิน
ปัจจุบัน ครอบครัวมหาเศรษฐีทั่วโลกกำลังเตรียมส่งต่อทรัพย์สินมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์สู่ทายาท ขณะที่ในเอเชีย เจ้าของอาณาจักรธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญคำถามสำคัญว่าจะส่งไม้ต่อให้ลูกหลานบริหารธุรกิจ หรือจ้างผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาดูแลแทน
รายงานยังยกตัวอย่างความขัดแย้งภายในครอบครัวมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของสิงคโปร์ ซึ่งสะท้อนปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการส่งต่ออำนาจและทรัพย์สิน ขณะที่ในฮ่องกง ปัญหาหนี้สินของตระกูลเฉิง เจ้าของอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ ก็แสดงให้เห็นถึงความท้าทายของทายาทรุ่นใหม่ในการสานต่อธุรกิจครอบครัว
ผลสำรวจพบช่องว่างทางความคิดระหว่างคนแต่ละรุ่นอย่างชัดเจน โดยมีเพียง 13.6% ของกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ที่มองว่าการส่งต่อความเป็นเจ้าของและอำนาจบริหารอย่างราบรื่นเป็นประเด็นสำคัญ เทียบกับ 37.4% ของคนรุ่น Millennials และ 30% ของ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากกว่า
เมื่อแยกตามประเทศ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และฮ่องกง เป็นกลุ่มที่มีความพร้อมด้านการวางแผนสืบทอดต่ำที่สุด โดยเกือบครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าไม่มีแผนสืบทอดทรัพย์สิน หรือมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง
นอกจากนี้ รายงานยังชี้ถึงปัญหาช่องว่างด้านการสื่อสารภายในครอบครัวมหาเศรษฐี โดยมีเพียง 5% ของกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ที่มองว่าการสื่อสารที่ไม่เปิดเผยเป็นปัญหา ขณะที่คนรุ่นใหม่มองต่างออกไปอย่างชัดเจน โดย 30% ของ Gen Z, 32.2% ของ Millennials และ 32.6% ของ Gen X มองว่าการขาดการพูดคุยอย่างเปิดเผยเป็นความท้าทายสำคัญ
รายงานระบุว่า สิ่งนี้อาจสะท้อนถึงความมั่นใจและความเด็ดขาดของคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ หรืออาจหมายถึงการไม่เปิดรับความคิดเห็นของคนรุ่นเก่าก็ได้
ทั้งนี้ธนาคารได้สำรวจผู้มีสินทรัพย์สูงกว่า 390 คน ในออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และฟิลิปปินส์ ระหว่างเดือนธันวาคม 20568 ถึงกุมภาพันธ์ 2569 โดยผู้ตอบแบบสอบถามรวมถึงลูกค้าของ Lombard Odier ที่มีสินทรัพย์เพื่อการลงทุนอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อ้างอิง : bloomberg.com