"ฮุนเซน" เรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชา ยึดทรัพย์จนท.เอี่ยวสแกม สอบใช้ชายแดนไหนผ่านเข้าไป
คำกล่าวของ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา มีขึ้นในระหว่างการประชุมกับผู้นำกระทรวง และหน่วยงานท้องถิ่นในกรุงพนมเปญ เมื่อวานนี้ (อาทิตย์ 24 ก.ค.) โดยบอกว่า การปลดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ยังไม่เพียงพอต่อการปราบปรามอาชญากรรมฉ้อโกงออนไลน์ เพราะคนเหล่านี้ยังคงสามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายด้วยเงินที่ได้มาจากการหลอกลวง แต่รัฐบาลต้องจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด นำตัวไปดำเนินคดีในศาล และต้องติดตามยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ด้วยหากจำเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้บัญชาการตำรวจคนใดก็ตามที่ไม่ให้ความร่วมมือในการปราบปราม ก็จะต้องปลดออกจากตำแหน่ง โดยไม่มีการแสดงความเมตตาหรือความเข้าใจใดๆ ฮุน เซน ในฐานะประธานพรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) เป็นพรรครัฐบาล ยังเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย สอบสวนผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมอย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่มีหนังสือเดินทาง หรือเอกสารทางกฎหมาย เพื่อหาว่า คนเหล่านี้เดินทางเข้ากัมพูชา “ผ่านประเทศและด่านชายแดนใดบ้าง” เพื่อแจ้งให้ประชาคมระหว่างประเทศทราบอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเส้นทางที่อาชญากรข้ามชาติใช้บ่อยที่สุด เนื่องจากพวกเขาไม่น่าเข้ามาทางเครื่องบินได้ คัมโบเดียเนสส์ สื่อกัมพูชา อ้างคำพูดของฮุน เซน ในส่วนนี้ว่า “นี่เป็นคำถามที่ต้องถาม ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีและประธานพรรครัฐบาลในปัจจุบัน ผมรู้สึกประหลาดใจที่เห็นนักฉ้อโกงออนไลน์หลายหมื่นคนเข้ามาในกัมพูชา”ส่วน สำนักข่าวสารกัมพูชา หรือ AKP อ้างคำพูดฮุน เซน ที่เน้นย้ำว่า เศรษฐกิจของกัมพูชา “ไม่ได้พึ่งพาการหลอกลวงทางออนไลน์” และยืนยันอีกครั้งถึงความจำเป็นในการกำจัดอาชญากรรมดังกล่าว ที่ได้สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียง เกียรติภูมิ และภาพลักษณ์ของชาติกัมพูชา อีกทั้งยังเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติในอนาคต ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงระหว่างประเทศของกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังทำลายเศรษฐกิจ ด้วยการทำให้นักลงทุนและนักท่องเที่ยวไม่กล้าเข้ามาในประเทศ ขณะที่ พนมเปญ โพสต์ รายงานคำพูดของฮุน เซน โดยให้น้ำหนักไปที่การประกาศว่า “กัมพูชาจะแสดงให้โลกเห็นในไม่ช้าว่า กัมพูชาได้ทำลายการหลอกลวงออนไลน์สำเร็จแล้ว” ฮุน เซน ให้คำมั่นว่า กัมพูชาจะได้รับชัยชนะ โดยย้อนความสำเร็จยุทธศาสตร์แบบวิน-วินของเขา ซึ่งช่วยหลอมรวมทหารเขมรแดงและยุติสงครามกลางเมืองลงในปี 2541 กัมพูชาจะต้องกู้คืนชื่อเสียง ตลอดจนฟื้นฟูความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากเหล่านักลงทุนกลับคืนมา และว่า “หากเราไม่ทำเช่นนี้ จะต้องเผชิญกับหายนะอย่างแน่นอน ในอนาคต ลูกหลานของเราจะเรียนรู้วิธีการหลอกลวงทางออนไลน์ ในอนาคต ลูกหลานของเราจะถูกฝึกให้เป็นนักต้มตุ๋นและทรมานผู้อื่น” และเชื่อว่า สถานการณ์ยังไม่สายเกินไป ฮุน เซน ยังเน้นย้ำว่า กัมพูชากำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศอื่นๆ เช่น จีนและเกาหลีใต้ เพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะกรณีของจีน ฮุนเซน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จีนแจ้งให้เขาทราบว่า มีการจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ 118 เที่ยวบิน เพื่อเนรเทศผู้ต้องสงสัยชาวจีนจากกัมพูชาแล้วกัมพูชาถูกกล่าวหาเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมฉ้อโกงทางออนไลน์มานานแล้ว แต่เพิ่งเริ่มปราบปรามจริงจังเมื่อปีก่อน หลังเผชิญแรงกดดันจากประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อเดือนตุลาคม 2568 กระทรวงการคลังของสหรัฐฯกับสหราชอาณาจักร ประกาศคว่ำบาตรกลุ่มบริษัทปรินซ์ของ เฉิน จื้อ ตัวการใหญ่ในเครือข่ายการหลอกลวงออนไลน์และการฟอกเงิน ที่ต่อมา ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับแพลตฟอร์มรับชำระเงินในเครือข่าย จนเกิดการประท้วงวุ่นวายในกรุงพนมเปญ นอกจากนี้ ก๊ก อาน สมาชิกวุฒิสภาผู้ใกล้ชิดฮุน เซน พร้อมบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องรวม 28 ราย ก็เพิ่งถูกสหรัฐฯคว่ำบาตรในเดือนเมษายน จากข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงการลงทุนแบบหลอกลวง แถลงการณ์ของรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า นับจากเดือนกรกฎาคม 2568 ถึงกลางเดือนเมษายน 2569 กัมพูชาได้บุกตรวจค้นศูนย์กลางการฉ้อโกงออนไลน์มากกว่า 250 แห่ง รวมถึงคาสิโน 91 แห่ง และได้สั่งเนรเทศชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงออนไลน์ไปแล้ว จำนวน 1 หมื่น 3 พัน 39 คน