"สุชาติ"ขอเวลา 7 วัน รวมหลักฐานปม"ปลาหมอคางดำ"
(25พ.ค.69) นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า 'สุชาติ' ตอบกระทู้ 'เทวฤทธิ์' ขอเวลา 7 วัน เคลียร์หลักฐาน 'ปลาหมอคางดำ' ก่อนหาตัวคนผิด ยันรัฐบาลไม่เข้าข้างใคร ]
วันนี้ (25 พฤษภาคม 2569) ในที่ประชุมวุฒิสภา ผมได้ตั้งกระทู้ถามเรื่อง “ความคืบหน้าในการตรวจสอบและดำเนินคดีแก่ผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในประเทศไทย” โดยมีสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ชี้แจง
ผมเริ่มต้นอภิปรายโดยระบุว่าผมมาจากจังหวัดสมุทรสงครามซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งกำเนิดและต้นตอการแพร่ระบาด พร้อมทั้งได้ทบทวนลำดับเหตุการณ์ความเป็นมาของการระบาดอย่างละเอียด ตั้งแต่ปี 2549 ที่คณะกรรมการด้านความหลากหลายและความปลอดภัยทางชีวภาพ (IBC) กรมประมง ได้อนุญาตให้บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) นำเข้าปลาหมอสีคางดำจากสาธารณรัฐกานา จนถึงปัจจุบันซึ่งปลาหมอคางดำระบาดมาถึงบึงมักกะสัน กรุงเทพมหานคร จนนำไปสู่การตื่นตัวระดับชาติและถูกกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ
ผมเน้นย้ำว่าแม้จะมีการตื่นตัวแก้ปัญหาแต่กระบวนการแสวงหาตัวผู้รับผิดชอบกลับล่าช้า จนลุกลามไปถึง 19 จังหวัดชายฝั่งอ่าวไทยและยังไม่มีหน่วยงานใดฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ จนกระทั่งต้นปี 2568 ที่ผ่านมาประชาชนในจังหวัดสมุทรสงครามและเพชรบุรีต้องรวมตัวกันฟ้องคดีแบบกลุ่มกับบริษัทที่นำเข้าเอง นอกจากนี้งานวิจัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังพบว่าความเสียหายต่อเกษตรกรและประมงพื้นบ้านเฉพาะแค่ตำบลแพรกหนามแดงแห่งเดียวก็สูงถึง 131.96 ล้านบาทต่อปี
ด้วยเหตุนี้ผมจึงได้ยื่นคำถามถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4 ข้อ ดังนี้
1. การสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 มาตรา 97 มีการดำเนินการถึงขั้นตอนใดแล้ว มีความคืบหน้าเป็นอย่างไร มีการกำหนดขอบเขตระยะเวลาในการสืบสวนสอบสวนหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด
2. แต่หากยังไม่มีความคืบหน้าตามข้อ 1 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีการกำหนด นโยบายในการปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 แก่กรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด
3. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีแนวทางในการช่วยเหลือเยียวยา โดยเฉพาะด้าน การต่อสู้คดีแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด
4. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีแนวทางในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ได้รับ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด
สุชาติยอมรับว่าข้อมูลลำดับเวลาที่ผมนำเสนอนั้นเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน ซึ่งตนเองแม้เพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ระยะสั้น ๆ แต่ในอดีตที่เคยร่วมคณะรัฐมนตรีมาหลายรัฐบาลก็เคยเห็นการอนุมัติงบประมาณงบกลางให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อแก้ปัญหานี้มาแล้วหลายครั้ง
ในประเด็นข้อกฎหมายสุชาติชี้แจงว่าหน่วยงานหลักที่มีข้อมูลในการฟ้องร้องโดยตรงคือกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากเป็นผู้อนุมัติให้นำเข้า อย่างไรก็ตามในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ตนได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเชิงประจักษ์แล้ว เช่น ความเสียหายของหญ้าทะเลหรือสัตว์น้ำท้องถิ่นที่สูญหายไปจากการถูกปลาหมอคางดำกัดกิน ซึ่งจะนำมาใช้เป็นฐานในการคำนวณมูลค่าความเสียหายตาม พรบ. สิ่งแวดล้อม มาตรา 97 ซึ่งการฟ้องร้องให้ชนะคดีตามมาตรา 97 สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนและแน่นหนาพอว่าความเสียหายนั้นเกิดจากบริษัทใดหรือบุคคลใด และหลักฐานเชิงประจักษ์มีมูลค่าเท่าไหร่ ตนไม่อยากฟ้องเอกชนไปแล้วต้องแพ้คดีเพราะหลักฐานไม่แน่นพอ
ช่วงต่อมาผมได้ใช้สิทธิ์สอบถามประเด็นเพิ่มเติม พร้อมยืนยันว่าหน่วยงานของกระทรวงเองมีบันทึกการตรวจสอบชัดเจนตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 ว่าได้ลงพื้นที่สำรวจการแพร่กระจาย และตัวแทนหน่วยงานยังเคยให้สัมภาษณ์เองว่า การระบาดนี้ "กระทบต่อระบบนิเวศเป็นวงกว้าง" และ "ทำให้ห่วงโซ่อาหารเสียสมดุล"
ผมจึงถามย้ำว่าในเมื่อหน่วยงานรัฐยอมรับเองว่ามีความเสียหายเชิงประจักษ์เกิดขึ้นแล้ว ประชาชนจะได้รับคำตอบเมื่อไหร่ว่าใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และใครที่เป็นคนปล่อยปละละเลยให้การแก้ไขปัญหาขาดตอน จนระบาดไปทั่วประเทศ
ช่วงท้ายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กล่าวสรุปโดยยืนยันคำเดิมว่าหากการแก้ปัญหาไม่มีความต่อเนื่องก็เท่ากับเป็นการปล่อยให้ปลาหมอคางดำแพร่พันธุ์ต่อไป พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาต่อที่ประชุมวุฒิสภาว่าจะกลับไปรวบรวมข้อมูลจากทั้งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและกรมประมงมาตรวจสอบร่วมกันอย่างละเอียด โดยขอเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ (7 วัน) เพื่อนำข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และครบถ้วนทุกด้านกลับมาตอบผมด้วยตนเอง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหานี้และดำเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน