โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"สุชาติ"ขอเวลา 7 วัน รวมหลักฐานปม"ปลาหมอคางดำ"

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(25พ.ค.69) นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า 'สุชาติ' ตอบกระทู้ 'เทวฤทธิ์' ขอเวลา 7 วัน เคลียร์หลักฐาน 'ปลาหมอคางดำ' ก่อนหาตัวคนผิด ยันรัฐบาลไม่เข้าข้างใคร ]

วันนี้ (25 พฤษภาคม 2569) ในที่ประชุมวุฒิสภา ผมได้ตั้งกระทู้ถามเรื่อง “ความคืบหน้าในการตรวจสอบและดำเนินคดีแก่ผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในประเทศไทย” โดยมีสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ชี้แจง

ผมเริ่มต้นอภิปรายโดยระบุว่าผมมาจากจังหวัดสมุทรสงครามซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งกำเนิดและต้นตอการแพร่ระบาด พร้อมทั้งได้ทบทวนลำดับเหตุการณ์ความเป็นมาของการระบาดอย่างละเอียด ตั้งแต่ปี 2549 ที่คณะกรรมการด้านความหลากหลายและความปลอดภัยทางชีวภาพ (IBC) กรมประมง ได้อนุญาตให้บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) นำเข้าปลาหมอสีคางดำจากสาธารณรัฐกานา จนถึงปัจจุบันซึ่งปลาหมอคางดำระบาดมาถึงบึงมักกะสัน กรุงเทพมหานคร จนนำไปสู่การตื่นตัวระดับชาติและถูกกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ

ผมเน้นย้ำว่าแม้จะมีการตื่นตัวแก้ปัญหาแต่กระบวนการแสวงหาตัวผู้รับผิดชอบกลับล่าช้า จนลุกลามไปถึง 19 จังหวัดชายฝั่งอ่าวไทยและยังไม่มีหน่วยงานใดฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ จนกระทั่งต้นปี 2568 ที่ผ่านมาประชาชนในจังหวัดสมุทรสงครามและเพชรบุรีต้องรวมตัวกันฟ้องคดีแบบกลุ่มกับบริษัทที่นำเข้าเอง นอกจากนี้งานวิจัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังพบว่าความเสียหายต่อเกษตรกรและประมงพื้นบ้านเฉพาะแค่ตำบลแพรกหนามแดงแห่งเดียวก็สูงถึง 131.96 ล้านบาทต่อปี

ด้วยเหตุนี้ผมจึงได้ยื่นคำถามถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4 ข้อ ดังนี้

1. การสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 มาตรา 97 มีการดำเนินการถึงขั้นตอนใดแล้ว มีความคืบหน้าเป็นอย่างไร มีการกำหนดขอบเขตระยะเวลาในการสืบสวนสอบสวนหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด

2. แต่หากยังไม่มีความคืบหน้าตามข้อ 1 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีการกำหนด นโยบายในการปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 แก่กรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด

3. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีแนวทางในการช่วยเหลือเยียวยา โดยเฉพาะด้าน การต่อสู้คดีแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด

4. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีแนวทางในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ได้รับ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด

สุชาติยอมรับว่าข้อมูลลำดับเวลาที่ผมนำเสนอนั้นเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน ซึ่งตนเองแม้เพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ระยะสั้น ๆ แต่ในอดีตที่เคยร่วมคณะรัฐมนตรีมาหลายรัฐบาลก็เคยเห็นการอนุมัติงบประมาณงบกลางให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อแก้ปัญหานี้มาแล้วหลายครั้ง

ในประเด็นข้อกฎหมายสุชาติชี้แจงว่าหน่วยงานหลักที่มีข้อมูลในการฟ้องร้องโดยตรงคือกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากเป็นผู้อนุมัติให้นำเข้า อย่างไรก็ตามในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ตนได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเชิงประจักษ์แล้ว เช่น ความเสียหายของหญ้าทะเลหรือสัตว์น้ำท้องถิ่นที่สูญหายไปจากการถูกปลาหมอคางดำกัดกิน ซึ่งจะนำมาใช้เป็นฐานในการคำนวณมูลค่าความเสียหายตาม พรบ. สิ่งแวดล้อม มาตรา 97 ซึ่งการฟ้องร้องให้ชนะคดีตามมาตรา 97 สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนและแน่นหนาพอว่าความเสียหายนั้นเกิดจากบริษัทใดหรือบุคคลใด และหลักฐานเชิงประจักษ์มีมูลค่าเท่าไหร่ ตนไม่อยากฟ้องเอกชนไปแล้วต้องแพ้คดีเพราะหลักฐานไม่แน่นพอ

ช่วงต่อมาผมได้ใช้สิทธิ์สอบถามประเด็นเพิ่มเติม พร้อมยืนยันว่าหน่วยงานของกระทรวงเองมีบันทึกการตรวจสอบชัดเจนตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 ว่าได้ลงพื้นที่สำรวจการแพร่กระจาย และตัวแทนหน่วยงานยังเคยให้สัมภาษณ์เองว่า การระบาดนี้ "กระทบต่อระบบนิเวศเป็นวงกว้าง" และ "ทำให้ห่วงโซ่อาหารเสียสมดุล"

ผมจึงถามย้ำว่าในเมื่อหน่วยงานรัฐยอมรับเองว่ามีความเสียหายเชิงประจักษ์เกิดขึ้นแล้ว ประชาชนจะได้รับคำตอบเมื่อไหร่ว่าใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และใครที่เป็นคนปล่อยปละละเลยให้การแก้ไขปัญหาขาดตอน จนระบาดไปทั่วประเทศ

ช่วงท้ายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กล่าวสรุปโดยยืนยันคำเดิมว่าหากการแก้ปัญหาไม่มีความต่อเนื่องก็เท่ากับเป็นการปล่อยให้ปลาหมอคางดำแพร่พันธุ์ต่อไป พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาต่อที่ประชุมวุฒิสภาว่าจะกลับไปรวบรวมข้อมูลจากทั้งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและกรมประมงมาตรวจสอบร่วมกันอย่างละเอียด โดยขอเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ (7 วัน) เพื่อนำข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และครบถ้วนทุกด้านกลับมาตอบผมด้วยตนเอง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหานี้และดำเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...