โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ภูมิใจไทย” ได้หรือเสีย ? หากไร้เงา “กล้าธรรม” ในสมการรัฐบาล

สยามรัฐ

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 07.21 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 06.34 น.

ชัยชนะอย่างถล่มทลาย จากการกวาด สส. ถึง 193 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 2569 ได้ยกระดับให้ “พรรคภูมิใจไทย” ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอำนาจทางการเมือง ความแข็งแกร่งนี้สะท้อนผ่านกรณีที่ “พรรคกล้าธรรม” ยอมเข้าร่วมรัฐบาล อย่างไร้ซึ่งข้อต่อรองใดๆ หลังถูกปฏิบัติการทุบจนสะบักสะบอม

แต่คำถามที่ตามมาคือ ในเมื่อรัฐบาลมีเสถียรภาพมั่นคงด้วยเสียงสนับสนุนถึง 295 เสียง (ภูมิใจไทย 193 + เพื่อไทย 74 เสียง + พรรคเล็ก 28 เสียง) การดึงกล้าธรรมเข้ามาร่วมสมการยังมีความจำเป็นอยู่หรือไม่ ?

และสมมติว่า หากตัดพรรคกล้าธรรมออกไป ภูมิใจไทยจะได้หรือเสียมากกว่ากัน ? ภายใต้สถานการณ์ล่าสุดที่กล้าธรรมยอมจำนนแบบไร้เงื่อนไขใดๆ

1. ข้อดี: หากตัด “กล้าธรรม” ออกจากสมการรัฐบาล

(1) รักษาโควตารัฐมนตรี

แม้ล่าสุดพรรคกล้าธรรมจะยอมถอย ไม่ยึดติดกับ “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” และปล่อยให้เป็นดุลพินิจของภูมิใจไทย แต่ด้วยจำนวน สส. ถึง 58 คน หากเข้ามาร่วมรัฐบาลจะทำให้ตัวเลขพุ่งสูงถึง 353 เสียง ซึ่งอาจมากเกินความจำเป็น

ดังนั้นการตัดกล้าธรรมออกไปจะช่วยลด “ตัวหาร” ในการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี ทำให้ภูมิใจไทยสามารถจัดสรรตำแหน่งให้คนในพรรคและพรรคร่วมอื่นๆ ได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น

(2) ให้บทเรียนราคาแพง กับพันธมิตรที่ไม่ทำตามข้อตกลง

รอยร้าวจากการเลือกตั้งยังคงเด่นชัด จากข้อมูลที่บ่งชี้ว่ากล้าธรรมเคยผิดข้อตกลง ไม่หลีกทางให้ผู้สมัครของภูมิใจไทยในบางเขตตามที่สัญญากันไว้ การกีดกันพรรคกล้าธรรมออกจากการร่วมรัฐบาล จึงเปรียบเสมือนการเช็คบิลย้อนหลัง เพื่อตอบโต้ทางการเมืองอย่างสาสม

(3) เชือดไก่ให้ลิงดู

การผลักพรรคกล้าธรรมไปเป็นฝ่ายค้าน เป็นการส่งสัญญาณเชิงอำนาจที่ทรงพลังไปยังพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ว่าภูมิใจไทยคือแกนนำที่แท้จริง ห้ามมีการต่อรอง หรือแข็งข้อ ซึ่งเป็นการสร้างระเบียบวินัยใหม่ในการร่วมรัฐบาล

2. ข้อเสีย: หากขาด “กล้าธรรม” ในสมการรัฐบาล

(1) “เพื่อไทย” มีอำนาจต่อรองสูง

หากตัด 58 เสียงของกล้าธรรมออก รัฐบาลจะเหลือ 295 เสียง โดยมี “พรรคเพื่อไทย” (74 เสียง) เป็นพรรคร่วมอันดับสองที่มีอำนาจต่อรองสูงมาก หากวันใดเกิดความขัดแย้งและเพื่อไทยขู่ถอนตัว รัฐบาลจะเหลือเสียงเพียง 221 เสียง กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยทันที

สถานการณ์นี้จะมอบ “อำนาจต่อรองมหาศาล” ให้กับเพื่อไทยในการบีบโควตากระทรวงเกรด A หรือผลักดันนโยบายของตนเอง โดยที่ภูมิใจไทยอาจจำต้องยินยอม

(2) สูญเสีย “หลักประกันความเสี่ยง”

ในเชิงยุทธศาสตร์ กล้าธรรมคือพรรคคานอำนาจชั้นเยี่ยม ! การมีกล้าธรรมร่วมรัฐบาลถือเป็นหลักประกันความมั่นคง หากเพื่อไทยถอนตัว รัฐบาลก็ยังสามารถอยู่รอดได้ ทำให้ภูมิใจไทยมีทางหนีทีไล่และไม่ต้องเกรงใจเพื่อไทยมากเกินไปนัก

(3) สร้างศัตรูที่รู้ทัน

ร.อ.ธรรมนัส คือบุคคลที่เข้าใจกลไกการเมืองและรู้ตื้นลึกหนาบางของรัฐบาลเป็นอย่างดี หากผลักเขาไปเป็นฝ่ายค้านเต็มตัวพร้อมกับความแค้น ภูมิใจไทยอาจต้องเผชิญกับเกมการตรวจสอบที่กัดไม่ปล่อย ทั้งเกมในสภาและนอกสภา ซึ่งอาจสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลได้

3. สมการแห่งอำนาจ

จากการวิเคราะห์ ความเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุดสำหรับภูมิใจไทยไม่ใช่เรื่องเก้าอี้รัฐมนตรี แต่คือการปล่อยให้ “เพื่อไทยมีอำนาจต่อรองมากเกินไป”

ทางออกที่ดีที่สุด จึงไม่ใช่การปิดประตูใส่กล้าธรรม แต่คือ “การรับเข้าร่วมแบบจำกัดอำนาจ” ภายใต้เงื่อนไขที่กล้าธรรมยอมรับแล้ว ได้แก่ (1) ไม่ได้กระทรวงเกษตรฯ (2) ร.อ.ธรรมนัส ไม่รับตำแหน่ง และ (3) อาจได้เพียงกระทรวงเกรด C

ดังนั้น การมีพรรคกล้าธรรมอยู่ในรัฐบาล น่าจะเป็นหนทางที่ดีสุด เพราะภูมิใจไทยจะได้ “58 เสียง” มาคานอำนาจพรรคเพื่อไทย รวมถึง 74 เสียงของพรรคเพื่อไทย ก็คานอำนาจกล้าธรรมไปด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นการถ่วงดุลที่ทำให้ภูมิใจไทยยังคงเป็นพรรคที่ได้ประโยชน์สูงที่สุด จากสมการแห่งอำนาจนี้

บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม

#ภูมิใจไทย #กล้าธรรม #สมการรัฐบาล #จัดตั้งรัฐบาล #การเมืองไทย #วิเคราะห์การเมือง #เลือกตั้ง2569 #เกมอำนาจ #พรรคร่วมรัฐบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...