เคาะไป คุยไป : เคาะ PR9
#ทันหุ้น-ผลประกอบการของ PR9 ปี 2025 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 5,341.4 ล้านบาท +13.9%YoY และกำไรสุทธิ 822.7 ล้านบาท +15.4%YoY จากแรงหนุนหลักของการขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติที่เติบโตถึง 73% โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง รวมถึงการมุ่งเน้นรักษาโรคซับซ้อนที่ทำให้รายได้ผู้ป่วยใน (IPD) + 26.8% และรายได้จากกลุ่มบริษัทคู่สัญญาเติบโตโดดเด่น ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยไทยเติบโตเพียงเล็กน้อยตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แม้ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นจากการทำการตลาดและสวัสดิการพนักงาน แต่บริษัทสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรจาก Economies of Scale ส่งผลให้ Gross Margin ปรับขึ้นเป็น 36.6% และ Net Margin อยู่ที่ 15.4% พร้อมทั้งมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง สภาพคล่องสูง และแทบไม่มีภาระหนี้เงินกู้ (D/E เพียง 0.2 เท่า) สะท้อนความสามารถในการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
บริษัทมุ่งยกระดับศักยภาพการรักษาโรคยากผ่านศูนย์ความเป็นเลิศ 5 ด้าน ได้แก่ ไต หัวใจ สมอง กระดูกและข้อ และการผ่าตัดผ่านกล้อง พร้อมเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ตลอดปี เช่น หุ่นยนต์ผ่าตัด Da Vinci ศูนย์ไตเทียมพรีเมียม คลินิกล้างไตทางช่องท้อง เครื่อง Biplane Angiography และการขยาย ICU/Neuro ICU รวมถึงการเปิด Allergy Center เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการเดินหน้าสู่ Digital Hospital ผ่านระบบ HIS และ ERP ใหม่ รวมถึงการใช้ AI สนับสนุนงานแพทย์ ขณะที่ด้านการตลาดมุ่งขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติจากตะวันออกกลางไปสู่อินโดนีเซียและบังกลาเทศ พร้อมรองรับสังคมสูงวัยโดยยังคงนโยบายค่ารักษาที่เข้าถึงได้ ด้านการลงทุนตั้งงบ CAPEX ราว 700 ล้านบาท สำหรับเทคโนโลยีทางการแพทย์ ระบบดิจิทัล และการสร้างหอพักพยาบาล
บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโตระดับสองหลักในกรณีดีที่สุด แต่หากเศรษฐกิจชะลออาจเติบโตระดับหลักเดียว ส่วนแนวโน้มมาร์จิ้นคาดว่าจะทำได้ดีขึ้นจากปี 2025 ตามการประหยัดต่อขนาด การเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มโรคยากซับซ้อน (High Value & Acuity) และผู้ป่วยต่างชาติ รวมถึงการจัดการค่าใช้จ่ายการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านแนวโน้ม 1Q26 คาดทรงตัว YoY และชะลอลง QoQ โดยช่วง ม.ค.-ก.พ. ยังคงมีทิศทางที่ดีโดยคนไข้ไทยยังเติบโตได้ YoY เล็กน้อย ขณะที่คนไข้ต่างชาติยังคงเติบโตได้ดี double digit ทั้งในกลุ่มคนไข้ตะวันออกกลาง และคนไข้จีน ตามการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน แต่ทั้งนี้หลังจากเกิดปัญหาสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้มีการปิดน่านฟ้าในโซนพื้นที่ตะวันออกกลาง คาดจะส่งผลกระทบในส่วนคนลูกค้ากลุ่มตะวันออกกลาง ที่มีสัดสวนรายได้อยู่ที่ราว 10% ของรายได้รวม ให้ลดลงราว 1 เดือน แต่เนื่องจากเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับช่วงของรอมฎอน (18 ก.พ.- 20 มี.ค. 26) ทำให้ผลกระทบไม่มากนัก
แนะนำ “เคาะ” ครับ ทางด้านปัจจัยเทคนิค ระหว่างวันวานนี้เปิดGapแนวรับขาขึ้น 17-16.80 และขึ้นสร้างจุดสูงใหม่กว่าด้วยแท่งเทียนสีขาวยาว แนวโน้มมีโอกาสขึ้นรูปแบบV-Shape โดยแนวต้านจุดสูงแท่งเทียน 17.60 ผ่านยืนและมีปริมาณการซื้อขาเพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณซื้อรูปแบบ แนวต้านจุดทดสอบ(ปิดGap) 18/18.90-19
คำแนะนำASL
กรณี “มีหุ้น” ถือหรือซื้อเพิ่ม มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 17.60/18/18.90-19
กรณี “ไม่มีหุ้น” ซื้อระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 17-16.80/16ไม่ควรต่ำกว่า