ทันตแพทยสภา บุกจับอดีตหมอฟัน วัย 50 ปี ลอบรักษาคนไข้นานถึง 4 ปี
ทันตแพทยสภา บุกจับอดีตหมอฟัน วัย 50 ปี ลอบรักษาคนไข้นานถึง 4 ปี
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ทันตแพทยสภา รศ.ดร.ทพ.ไชยรัตน์ เฉลิมรัตนโรจน์ นายกทันตแพทยสภา พร้อมด้วย ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และ พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ผกก.4 บก.ปคบ.) ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมอดีตทันตแพทย์ที่ยังลักลอบให้การรักษาประชาชนในคลินิกทันตกรรม ทั้งที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรมแล้ว ในพื้นที่ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร
พ.ต.อ.วีระพงษ์กล่าวว่า ได้รับการประสานจากทันตแพทยสภาว่า มีคลินิกแห่งหนึ่งในย่านพันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร ลักลอบนำบุคคลที่ใบอนุญาตทันตแพทย์ถูกเพิกถอนแล้วมารักษาผู้ป่วย เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าทำการตรวจสอบและจับกุม เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ทันตแพทยสภาและเจ้าหน้าที่ สบส. เมื่อเข้าตรวจสอบพบผู้ต้องหา คือ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี กำลังให้บริการทำหัตถการพิมพ์ปากเพื่อทำฟันปลอมให้กับผู้มาใช้บริการในคลินิกดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการจับกุมและนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
พ.ต.อ.วีระพงษ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.เอ จบการศึกษาคณะทันตแพทยศาสตร์ในประเทศ และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรมเมื่อปี พ.ศ.2549 ต่อมาทำงานในคลินิกดังกล่าวตั้งแต่ปี 2565 แต่ถูกทันตแพทยสภาสั่งเพิกถอนใบอนุญาตในปี 2566 อย่างไรก็ตามยังคงลักลอบให้การรักษาผู้ป่วยในคลินิกต่อเนื่อง แม้ว่าผู้ต้องหาจะจบการศึกษาทันตแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยในประเทศ แต่การประกอบวิชาชีพทันตกรรมจะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพด้วย ไม่ใช่ว่าเรียนจบทันตแพทย์แล้วจะสามารถมาทำงานเป็นหมอฟันได้ทันที เพราะประเทศไทยมีกฎหมายกำหนดว่าผู้ที่จะประกอบวิชาชีพทันตกรรมต้องผ่านการสอบและได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพก่อน จึงจะสามารถรักษาผู้ป่วยได้ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค
พ.ต.อ.วีระพงษ์กล่าวว่า ก่อนเข้ารับบริการในคลินิกทันตกรรม ควรตรวจสอบสถานะของทันตแพทย์และสถานพยาบาลก่อน โดยสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ทันตแพทยสภา หรือกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และอยากฝากเตือนไปถึงผู้ประกอบการคลินิกทันตกรรมด้วยว่า หากปล่อยให้บุคคลที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ หรือผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต มาทำการรักษาในคลินิกของตน ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย รวมถึงกรณีการแขวนชื่อทันตแพทย์ไว้ในคลินิก แต่ผู้ที่ทำการรักษาจริงไม่ใช่ทันตแพทย์ ก็มีความผิดเช่นกัน ซึ่ง บก.ปคบ.จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและจับกุมอย่างเข้มข้นต่อไป
ด้าน ทพ.อาคมกล่าวว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ.2537 ฐาน “ประกอบวิชาชีพทันตกรรมในระหว่างที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต” มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ หากผู้ดำเนินการสถานพยาบาลปล่อยปละละเลยให้บุคคลที่ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเข้ามาให้บริการในสถานพยาบาล ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อความปลอดภัยของประชาชน การปล่อยปละละเลยนี้ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ในข้อหา “ปล่อยปละละเลยให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่ทันตแพทย์มาให้บริการแทน” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ป่วย เนื่องจากการรักษาที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้เกิดการติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
“สบส.ขอเน้นย้ำให้ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลทุกแห่งควบคุมมาตรฐานของคลินิกทันตกรรมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการควบคุมผู้ให้บริการและความสะอาดของเครื่องมือแพทย์ หากพบว่าคลินิกแห่งใดกระทำผิดมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ก็จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ทันที และอาจมีคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข หรือสั่งปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในกรณีนี้เบื้องต้นคลินิกจะถูกสั่งชั่วคราวปิดอย่างน้อย 30 วัน เพื่อทำการสอบสวนข้อมูลเพิ่ม” ทพ.อาคมกล่าว
อย่างไรก็ตาม ทพ.อาคมกล่าวว่า ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครจะดำเนินการลงไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ในระหว่างที่คลินิกถูกปิดชั่วคราว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อคลินิกได้เนื่องจากการดำเนินการมีทั้งส่วนที่ถูกต้องและส่วนที่ต้องตรวจสอบ แต่หากประชาชนมีความกังวลหรือพบผลข้างเคียงจากการรับบริการทันตกรรมภายในพื้นที่สามารถติดต่อได้ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อตรวจสอบข้อมูล
ขณะที่ รศ.ดร.ทพ.ไชยรัตน์กล่าวว่า ทันตแพทยสภาให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนและมาตรฐานวิชาชีพทันตกรรม ขอเน้นย้ำ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ประเด็นที่ 1 เจ้าของคลินิกทันตกรรมต้องตรวจสอบสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของทันตแพทย์ผ่านระบบของทันตแพทยสภาก่อนรับเข้าทำงาน และขอเชิญชวนประชาชนตรวจสอบสถานะผู้ให้บริการก่อนเข้ารับการรักษาเพื่อความปลอดภัย ประเด็นที่ 2 ทันตแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องกำกับดูแลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด ไม่ควรเป็นเพียงการแขวนชื่อ แต่ต้องมีบทบาทในการควบคุมงานจริง และเมื่อเกิดเหตุที่กระทบต่อผู้ป่วย ท่านมีความรับผิดชอบตามกฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพ และประเด็นที่ 3 ขอให้ทันตแพทย์ทุกท่านตรวจสอบและอัพเดตข้อมูลในระบบของทันตแพทยสภาให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เนื่องจากประชาชนมีแนวโน้มตรวจสอบสถานะผู้ให้บริการมากขึ้นในอนาคต
ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนที่จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตในปี 2566 น.ส.เอ ที่อ้างเป็นทันตแพทย์รายนี้เคยกระทำความผิดอะไร จนนำไปสู่การถูกเพิกถอนใบอนุญาต ทพ.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล ที่ปรึกษาทันตแพทยสภา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายร้องเรียนเข้ามาที่ทันตแพทยสภา เมื่อมีการร้องเรียนเข้ามาแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอน โดยคณะกรรมการจรรยาบรรณจะพิจารณาว่าการรักษาที่เกิดขึ้นมีความเสียหายและเข้าข่ายผิดมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ หากเห็นว่าคดีมีมูล จะส่งเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการสอบสวน ซึ่งจะเรียกทั้งผู้เสียหายและทันตแพทย์ผู้ถูกร้องเรียนเข้ามาให้ข้อมูล เมื่อพิจารณาหลักฐานทั้งหมดแล้วพบว่ามีความผิดจริง จึงมีมติให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม
ทั้งนี้ ทพ.ธงชัยกล่าวว่า ทันตแพทย์ที่สามารถรักษาผู้ป่วยได้นั้น จะสามารถตรวจสอบชื่อจากเว็บของทันตแพทยสภาได้ ซึ่งถ้าไม่พบชื่ออาจเกิดได้ 3 กรณี คือ 1.ไม่ได้เป็นทันตแพทย์ 2.อยู่ระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต และ 3.ชื่อนามสกุลไม่ตรงกับข้อมูลในระบบ ซึ่งทันตแพทย์รายดังกล่าวอาจยังไม่ได้มาอัพเดตข้อมูล ส่วนข้อมูลปัจจุบันมีทันตแพทย์ประมาณ 51,900 คน ถูกเพิกถอนใบอนุญาต 2 คน ถูกพักใช้ใบอนุญาตประมาณ 10 กว่าคน จะเห็นได้ว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก อย่างไรก็ตาม กรณีผู้ไม่มีใบอนุญาตแล้วดำเนินการทำหัตถการกับคนไข้ พบเป็นระยะ มีทั้งกรณีผู้ที่เรียนจบทันตแพทยศาสตร์แต่สอบใบประกอบวิชาชีพไม่ผ่าน และลักลอบรักษา รวมถึงกรณีผู้ที่เคยมีใบอนุญาตแต่ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตแล้วกลับมาลักลอบประกอบวิชาชีพอีก ซึ่งเจอไม่บ่อย
“กรณีที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้วกลับมาลักลอบรักษาคนไข้เช่นในคดีนี้ ถือเป็นกรณีที่มีความรุนแรง เนื่องจากการเพิกถอนใบอนุญาตเป็นบทลงโทษสูงสุดทางจรรยาบรรณวิชาชีพ และอาจเกี่ยวข้องกับความเสียหายร้ายแรงที่เคยเกิดขึ้นกับผู้ป่วยในอดีต หลังจากนี้จะมีการขยายผลตรวจสอบจำนวนผู้ป่วยที่เคยเข้ารับการรักษา รวมถึงบทบาทของผู้ดำเนินการสถานพยาบาลและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” ทพ.ธงชัยกล่าว
ถามต่อว่าข้อมูลผู้ป่วยที่เคยไปรับการรักษากับทันตแพทย์รายนี้หลังปี 2566 ควรกังวลหรือไม่ ทพ.อาคมกล่าวว่า ผู้ที่เคยรับบริการตั้งแต่ช่วงที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว สามารถตรวจสอบอาการของตนเองได้ หากพบว่ามีความผิดปกติจากการรักษา สามารถมายื่นเรื่องร้องเรียนได้ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบและช่วยเหลือตามขั้นตอนกฎหมาย เพราะผู้ป่วยถือเป็นผู้เสียหาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงที่ลักลอบประกอบวิชาชีพนั้น มีการทำหัตถการอะไรบ้างนอกจากการพิมพ์ปากเพื่อทำฟันปลอม ทพ.อาคมกล่าวว่า จากการจับกุมในครั้งนี้พบการทำหัตถการพิมพ์ปากเพื่อทำฟันปลอม แต่คาดว่าอาจมีการรักษาอื่นๆ เช่น อุดฟัน ถอนฟัน หรือหัตถการทันตกรรมทั่วไป อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องตรวจสอบจากเวชระเบียน หรือ OPD card ของคลินิก ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญตามกฎหมายที่ต้องระบุชื่อผู้รักษา หัตถการ และค่ารักษาอย่างชัดเจน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทันตแพทยสภา บุกจับอดีตหมอฟัน วัย 50 ปี ลอบรักษาคนไข้นานถึง 4 ปี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th