โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทันตแพทยสภา บุกจับอดีตหมอฟัน วัย 50 ปี ลอบรักษาคนไข้นานถึง 4 ปี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 07.31 น.

ทันตแพทยสภา บุกจับอดีตหมอฟัน วัย 50 ปี ลอบรักษาคนไข้นานถึง 4 ปี

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ทันตแพทยสภา รศ.ดร.ทพ.ไชยรัตน์ เฉลิมรัตนโรจน์ นายกทันตแพทยสภา พร้อมด้วย ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และ พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ผกก.4 บก.ปคบ.) ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมอดีตทันตแพทย์ที่ยังลักลอบให้การรักษาประชาชนในคลินิกทันตกรรม ทั้งที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรมแล้ว ในพื้นที่ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร

พ.ต.อ.วีระพงษ์กล่าวว่า ได้รับการประสานจากทันตแพทยสภาว่า มีคลินิกแห่งหนึ่งในย่านพันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร ลักลอบนำบุคคลที่ใบอนุญาตทันตแพทย์ถูกเพิกถอนแล้วมารักษาผู้ป่วย เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าทำการตรวจสอบและจับกุม เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ทันตแพทยสภาและเจ้าหน้าที่ สบส. เมื่อเข้าตรวจสอบพบผู้ต้องหา คือ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี กำลังให้บริการทำหัตถการพิมพ์ปากเพื่อทำฟันปลอมให้กับผู้มาใช้บริการในคลินิกดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการจับกุมและนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.วีระพงษ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.เอ จบการศึกษาคณะทันตแพทยศาสตร์ในประเทศ และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรมเมื่อปี พ.ศ.2549 ต่อมาทำงานในคลินิกดังกล่าวตั้งแต่ปี 2565 แต่ถูกทันตแพทยสภาสั่งเพิกถอนใบอนุญาตในปี 2566 อย่างไรก็ตามยังคงลักลอบให้การรักษาผู้ป่วยในคลินิกต่อเนื่อง แม้ว่าผู้ต้องหาจะจบการศึกษาทันตแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยในประเทศ แต่การประกอบวิชาชีพทันตกรรมจะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพด้วย ไม่ใช่ว่าเรียนจบทันตแพทย์แล้วจะสามารถมาทำงานเป็นหมอฟันได้ทันที เพราะประเทศไทยมีกฎหมายกำหนดว่าผู้ที่จะประกอบวิชาชีพทันตกรรมต้องผ่านการสอบและได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพก่อน จึงจะสามารถรักษาผู้ป่วยได้ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค

พ.ต.อ.วีระพงษ์กล่าวว่า ก่อนเข้ารับบริการในคลินิกทันตกรรม ควรตรวจสอบสถานะของทันตแพทย์และสถานพยาบาลก่อน โดยสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ทันตแพทยสภา หรือกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และอยากฝากเตือนไปถึงผู้ประกอบการคลินิกทันตกรรมด้วยว่า หากปล่อยให้บุคคลที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ หรือผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต มาทำการรักษาในคลินิกของตน ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย รวมถึงกรณีการแขวนชื่อทันตแพทย์ไว้ในคลินิก แต่ผู้ที่ทำการรักษาจริงไม่ใช่ทันตแพทย์ ก็มีความผิดเช่นกัน ซึ่ง บก.ปคบ.จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและจับกุมอย่างเข้มข้นต่อไป

ด้าน ทพ.อาคมกล่าวว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ.2537 ฐาน “ประกอบวิชาชีพทันตกรรมในระหว่างที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต” มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ หากผู้ดำเนินการสถานพยาบาลปล่อยปละละเลยให้บุคคลที่ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเข้ามาให้บริการในสถานพยาบาล ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อความปลอดภัยของประชาชน การปล่อยปละละเลยนี้ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ในข้อหา “ปล่อยปละละเลยให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่ทันตแพทย์มาให้บริการแทน” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ป่วย เนื่องจากการรักษาที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้เกิดการติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

“สบส.ขอเน้นย้ำให้ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลทุกแห่งควบคุมมาตรฐานของคลินิกทันตกรรมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการควบคุมผู้ให้บริการและความสะอาดของเครื่องมือแพทย์ หากพบว่าคลินิกแห่งใดกระทำผิดมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ก็จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ทันที และอาจมีคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข หรือสั่งปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในกรณีนี้เบื้องต้นคลินิกจะถูกสั่งชั่วคราวปิดอย่างน้อย 30 วัน เพื่อทำการสอบสวนข้อมูลเพิ่ม” ทพ.อาคมกล่าว

อย่างไรก็ตาม ทพ.อาคมกล่าวว่า ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครจะดำเนินการลงไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ในระหว่างที่คลินิกถูกปิดชั่วคราว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อคลินิกได้เนื่องจากการดำเนินการมีทั้งส่วนที่ถูกต้องและส่วนที่ต้องตรวจสอบ แต่หากประชาชนมีความกังวลหรือพบผลข้างเคียงจากการรับบริการทันตกรรมภายในพื้นที่สามารถติดต่อได้ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อตรวจสอบข้อมูล

ขณะที่ รศ.ดร.ทพ.ไชยรัตน์กล่าวว่า ทันตแพทยสภาให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนและมาตรฐานวิชาชีพทันตกรรม ขอเน้นย้ำ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ประเด็นที่ 1 เจ้าของคลินิกทันตกรรมต้องตรวจสอบสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของทันตแพทย์ผ่านระบบของทันตแพทยสภาก่อนรับเข้าทำงาน และขอเชิญชวนประชาชนตรวจสอบสถานะผู้ให้บริการก่อนเข้ารับการรักษาเพื่อความปลอดภัย ประเด็นที่ 2 ทันตแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องกำกับดูแลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด ไม่ควรเป็นเพียงการแขวนชื่อ แต่ต้องมีบทบาทในการควบคุมงานจริง และเมื่อเกิดเหตุที่กระทบต่อผู้ป่วย ท่านมีความรับผิดชอบตามกฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพ และประเด็นที่ 3 ขอให้ทันตแพทย์ทุกท่านตรวจสอบและอัพเดตข้อมูลในระบบของทันตแพทยสภาให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เนื่องจากประชาชนมีแนวโน้มตรวจสอบสถานะผู้ให้บริการมากขึ้นในอนาคต

ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนที่จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตในปี 2566 น.ส.เอ ที่อ้างเป็นทันตแพทย์รายนี้เคยกระทำความผิดอะไร จนนำไปสู่การถูกเพิกถอนใบอนุญาต ทพ.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล ที่ปรึกษาทันตแพทยสภา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายร้องเรียนเข้ามาที่ทันตแพทยสภา เมื่อมีการร้องเรียนเข้ามาแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอน โดยคณะกรรมการจรรยาบรรณจะพิจารณาว่าการรักษาที่เกิดขึ้นมีความเสียหายและเข้าข่ายผิดมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ หากเห็นว่าคดีมีมูล จะส่งเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการสอบสวน ซึ่งจะเรียกทั้งผู้เสียหายและทันตแพทย์ผู้ถูกร้องเรียนเข้ามาให้ข้อมูล เมื่อพิจารณาหลักฐานทั้งหมดแล้วพบว่ามีความผิดจริง จึงมีมติให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม

ทั้งนี้ ทพ.ธงชัยกล่าวว่า ทันตแพทย์ที่สามารถรักษาผู้ป่วยได้นั้น จะสามารถตรวจสอบชื่อจากเว็บของทันตแพทยสภาได้ ซึ่งถ้าไม่พบชื่ออาจเกิดได้ 3 กรณี คือ 1.ไม่ได้เป็นทันตแพทย์ 2.อยู่ระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต และ 3.ชื่อนามสกุลไม่ตรงกับข้อมูลในระบบ ซึ่งทันตแพทย์รายดังกล่าวอาจยังไม่ได้มาอัพเดตข้อมูล ส่วนข้อมูลปัจจุบันมีทันตแพทย์ประมาณ 51,900 คน ถูกเพิกถอนใบอนุญาต 2 คน ถูกพักใช้ใบอนุญาตประมาณ 10 กว่าคน จะเห็นได้ว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก อย่างไรก็ตาม กรณีผู้ไม่มีใบอนุญาตแล้วดำเนินการทำหัตถการกับคนไข้ พบเป็นระยะ มีทั้งกรณีผู้ที่เรียนจบทันตแพทยศาสตร์แต่สอบใบประกอบวิชาชีพไม่ผ่าน และลักลอบรักษา รวมถึงกรณีผู้ที่เคยมีใบอนุญาตแต่ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตแล้วกลับมาลักลอบประกอบวิชาชีพอีก ซึ่งเจอไม่บ่อย

“กรณีที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้วกลับมาลักลอบรักษาคนไข้เช่นในคดีนี้ ถือเป็นกรณีที่มีความรุนแรง เนื่องจากการเพิกถอนใบอนุญาตเป็นบทลงโทษสูงสุดทางจรรยาบรรณวิชาชีพ และอาจเกี่ยวข้องกับความเสียหายร้ายแรงที่เคยเกิดขึ้นกับผู้ป่วยในอดีต หลังจากนี้จะมีการขยายผลตรวจสอบจำนวนผู้ป่วยที่เคยเข้ารับการรักษา รวมถึงบทบาทของผู้ดำเนินการสถานพยาบาลและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” ทพ.ธงชัยกล่าว

ถามต่อว่าข้อมูลผู้ป่วยที่เคยไปรับการรักษากับทันตแพทย์รายนี้หลังปี 2566 ควรกังวลหรือไม่ ทพ.อาคมกล่าวว่า ผู้ที่เคยรับบริการตั้งแต่ช่วงที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว สามารถตรวจสอบอาการของตนเองได้ หากพบว่ามีความผิดปกติจากการรักษา สามารถมายื่นเรื่องร้องเรียนได้ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบและช่วยเหลือตามขั้นตอนกฎหมาย เพราะผู้ป่วยถือเป็นผู้เสียหาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงที่ลักลอบประกอบวิชาชีพนั้น มีการทำหัตถการอะไรบ้างนอกจากการพิมพ์ปากเพื่อทำฟันปลอม ทพ.อาคมกล่าวว่า จากการจับกุมในครั้งนี้พบการทำหัตถการพิมพ์ปากเพื่อทำฟันปลอม แต่คาดว่าอาจมีการรักษาอื่นๆ เช่น อุดฟัน ถอนฟัน หรือหัตถการทันตกรรมทั่วไป อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องตรวจสอบจากเวชระเบียน หรือ OPD card ของคลินิก ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญตามกฎหมายที่ต้องระบุชื่อผู้รักษา หัตถการ และค่ารักษาอย่างชัดเจน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทันตแพทยสภา บุกจับอดีตหมอฟัน วัย 50 ปี ลอบรักษาคนไข้นานถึง 4 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...