อยากเกษียณแต่ต้องกอบกู้ดาวซะงั้น?
ข้อมูลเบื้องต้น
แนว : ทะลุมิติ, ยุคอวกาศ, หุ่นยนต์, เมคา, นางเอกดำเนินเรื่อง, ไม่เน้นเรื่องความรัก
*** คำเตือน นิยายเรื่องนี้มี ***
- มีคำหยาบคาย
- มีการกระทำผิดที่ไม่ควรหลอกเลียนแบบ
- มีการทำร้ายร่างกาย
**อื่นๆจะติดคำเตือนไว้บนหัวตอนนะครับ
ผิงจิ่วในวันสิ้นโลกยอมเสียสละตัวเองหวังเกษียณเป็นผีสบายๆ
แต่ไง๊ต้องมาโผล่ในยุคอวกาศ ที่มีเซิร์กคิดแต่จะโจมตีดาวบ่อยๆละ?
พอตั้งเป้าใช้ชีวิตสงบๆ กลับมีเรื่องให้ต้องมากอบกู้ดาว ทั้งที่ร่างนี้ก็มีพลังน้อยนิดขนาดนี้ซะงั้น?
เฮ้ย!? ขอเกษียณอย่างสงบหน่อยดิ!
เรื่องนี้มี E-Book ครับ
รูปเล่ม E-Book 3 เล่มจบ
เนื้อหาจะมีราวๆ 60 บท หรือราวๆ 180+ ตอน (1 บท แบ่งได้ 3 ตอนครับ)
1 เล่มจะมีประมาณ 20 บท หากนับเป็นตอนที่ลงเว็บคือตอนที่ 1-60 ครับ
ทักทาย
สวัสดีทุกคนอีกครั้งนะครับ
นี่คือนิยายเรื่องใหม่ที่เปิดตัวอย่างงงๆ เพราะที่จริงคือไม่ได้กะจะเปิดตัวเรื่องนี้เลย
แต่เพราะสิบสามส่งไปเข้าร่วมโครงการกับเด็กดี สุดท้ายเลยได้ลงเรื่องนี้ก่อนเรื่องที่คิดไว้เฉยเลย??
เรื่องนี้จะเกี่ยวกับ หุ่นยนต์ ยุคอวกาศ และการต่อสู้ด้วยเมคา
นิยายดำเนินเรื่องหลักๆโดยนางเอก เก่ง เหลี่ยม และปากแซ่บเป็นหลัก
ฉากก็จะเป็นยุคอวกาศที่เทคโนโลยีล้ำสมัยมากๆ ดังนั้นมันเลยอยู่ในหมวดแฟนตาซี
แถมเนื้อเรื่องมีพระเอกนะครับ แต่จะไม่เน้นเรื่องความรักของทั้งคู่เท่าไร(สิบสามไม่ถนัด)
ยังไงก็ขอฝากนางเอกของเราเอาไว้ให้นักอ่านได้ลองชิม ลองอ่านกันดูนะครับ
ขอบคุณที่สนใจเข้ามาอ่านกัน ฝากผลงานเรื่องนี้ด้วยนะครับ
เลิฟฟฟฟฟฟ ม๊วฟฟฟฟฟฟฟฟ
*** นิยายเรื่องนี้อัพทุกวัน วันละ 2 ตอน เวลาเช้า 8.00 กับ 18.00 ครับ***
** มีตอนติดเหรียญล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่ 10 ครับ มีวันปลดฟรีวันละ 1 ตอนครับ**
* ใครที่ซื้อตอนล่วงหน้า หลังจากนิยายจบแล้วไรท์กลับมาติดถาวร+อัพราคา ก็ไม่ต้องซื้อซ้ำนะครับ *
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมุติ
ไม่ได้มีเจตนาไม่ดียามอ้างอิง บุคคล สถานที่ หรือใครก็ตาม
อ่านเพื่อความสนุก และสามารถติชมได้ครับ
พบคำผิดสามารถแจ้งได้ในคอมเม้นหรือส่งข้อความแจ้งไรท์ได้
ขอบคุณที่สนใจและเข้ามาสนับสนุนกันนะะครับ เลิฟฟฟฟฟฟ ม๊วฟฟฟฟฟ
ทำความเข้าใจ 'เซตติ้ง'
นิยายเรื่องนี้ดำเนินเรื่องในยุคอวกาศ มีหุ่นยนต์หรือเมคา ทั้งยังมีเซิร์กด้วย
ดังนั้นเราจะมาอธิบายสี่คำนี้สำหรับคนไม่รู้กันครับ
สรุปแบบคนขี้เกียจอ่านข้อมูลแบบทางการข้างล่างสุดนะครับ
= นิยายเรื่องนี้มีฉากหลังเป็นอวกาศ มนุษย์อาศัยบนดาวเคราะห์
มีเมคาเป็นหุ่นยนต์ยักษ์ที่สร้างขึ้นให้คนเข้าไปบังคับเองในลำตัว
เพื่อใช้ในการต่อสู้กับเซิร์กหรือแมลงอวกาศ ปกป้องดวงดาวของตัวเองแเป็นหลัก
ยุคอวกาศ
= ความหมายในนิยาย คือยุคที่มีฉากหลังเป็นพื้นที่นอกโลก หรือในอวกาศ มีการตั้งถิ่นฐานบนดาวเคราะห์อื่นๆ มีการเน้นไปที่การสำรวจอวกาศ และความล้ำสมัยของวิทยาการและเทคโนโลยีในอนาคต ทั้งยานบิน การเดินทางข้ามอวกาศ หรือการต่อสู้ในพื้นที่ไร้ออกซิเจนของนอกโลก
ตัวอย่าง ภาพยนต์สตาร์วอร์
ที่มาภาพhttps://www.facebook.com/StarWarsTH/
หุ่นยนต์
หุ่นยนต์ (Robot) = เครื่องจักรกลอัตโนมัติที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อทำงานแทนมนุษย์ในงานบางประเภท โดยทำงานตามคำสั่งที่ตั้งโปรแกรมไว้ สามารถทำงานซ้ำ ๆ มีความยืดหยุ่น และอาจถูกพัฒนาให้มีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการตัดสินใจหรือการเรียนรู้ได้ หุ่นยนต์ประกอบด้วยระบบเครื่องกล ระบบไฟฟ้า และวงจรดิจิทัล เพื่อให้สามารถเคลื่อนไหว รับรู้สภาพแวดล้อม และทำงานที่ได้รับมอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ [ความหมายโดย AI]
ที่มาภาพhttps://www.thairath.co.th/money/tech_innovation/tech_companies/2864143
เมคา
เมคา = เมคา (Mecha) คือคำจากภาษาญี่ปุ่น (มาจาก mekanikaru ที่แปลว่า "mechanical") ที่หมายถึงเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ที่ควบคุมโดยมนุษย์ โดยเฉพาะหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ (Humanoid robots) หรือเครื่องจักรกลอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกับร่างกายมนุษย์หรือยานพาหนะ คำนี้มักใช้ในแนวเรื่องของ อนิเมะและมังงะญี่ปุ่น เพื่ออ้างอิงถึงหุ่นยนต์ยักษ์ที่มนุษย์ขับ [ความหมายโดย AI]
ยกตัวอย่าง
ที่มาข่าวhttps://www.pptvhd36.com/news/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5/207325
ที่มาhttps://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8/207076
เซิร์ก
= หรือแมลงอวกาศ (Zerg) หลักๆเริ่มรู้จักมาจากเกมส์ StarCraft พวกมันคือการรวมตัวกันของเหล่าแมลงเอเลี่ยน ที่มีวิวัฒนาการล้ำหน้าทางชีวภาพที่น่ากลัวและทารุณ พวกมันมุ่งมั่นใฝ่หาความสมบูรณ์แบบทางพันธุกรรม เซิร์กจะพยายามอย่างไม่ลดละต่อการล่าสังหารและนำเอาพันธุกรรมที่โดดเด่นจากแต่ละเผ่าพันธุ์ในกาแล็กซี่มาใช้ประโยชน์ พวกมันได้ชื่อว่า "ฝูง" เพราะการเพิ่มจำนวนและเพิ่มสายพันธุ์อย่างรวดเร็วรวมไปถึงการบุกโจมตีอย่างไม่ลดละต่อศัตรูของตนเอง
รูปเซิร์กจากการเจน AI นะครับ
แต่ภาพลักษณ์ในเรื่องนี้ คล้ายๆแมลงสาบขนาดใหญ่เท่าสุนัขพันธ์โกลเด้นแบบโตเต็มวัย ฟันในปากแหลมเหมือนฉลาม มีปีก 3 ชั้นมีเกราะแข็งแรงฟันแทงเข้ายาก
สวัสดียุคอวกาศ
ตุบ
“อยู่ที่นี่สำนึกสถานะของตัวเองไปเถอะนะ นังโง่!”
ปัง!
เสียงตวาดดังขึ้นหลังจากนั้นก็เป็นเสียงประตูที่ปิดลง ความมืดเข้าครอบคลุมพื้นที่ภายในห้องเล็กๆ แห่งนี้ ร่างที่ถูกเหวี่ยงเข้ามาในห้องจนล้มบนพื้น ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ
‘เธอยังไม่ตาย?’
“อึก…. ซี้ด!”
ร่างเล็กผอมบางกลืนน้ำลายลงคอ ทว่าความหนืดของน้ำลายและรสสัมผัสคาวๆ ทำให้เธอแทบอยากถ่มน้ำลายออกมา แต่พอขยับตัวเพียงนิดเดียวก็ต้องร้องซี้ดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ทำให้แรงจะถ่มน้ำลายแทบไม่มีเลยสักนิด
ฟึบ
“อึก เจ็บชิบหา*!”
ร่างเล็กพลิกตัวนอนหงาย ทว่าก็เผชิญกับความเจ็บปวดรุนแรงทั่วร่างอย่างเต็มที่ ดวงตากลมโตเหม่อมองเพดานที่เห็นรางๆ ด้วยความพยายามจะตั้งสติ จากนั้นความคิดของวิญญาณที่อยู่ในร่างผอมนี้ ก็ไตร่ตรองทุกอย่างออกมาได้อย่างช้าๆ
เธอยังไม่ตาย?
ผิงจิ่วเป็นหญิงสาววัย 27 ปี เธออยู่รอดในวันสิ้นโลกที่ทุกอย่างเลวร้ายอย่างหนักมาได้นานถึง 13 ปี ฝ่าฟันทั้งสัตว์กลายพันธุ์ต้นไม้กลายพันธุ์ และมนุษย์ติดเชื้อที่กลายเป็นซากศพเดินได้ซึ่งถูกเรียกว่าซอมบี้
วันสุดท้ายในโลกนั้นเธอซึ่งเป็นหัวหน้าของหน่วยรบ ได้เผชิญหน้ากับราชาซอมบี้ที่แสนร้ายกาจ ผิงจิ่วคิดว่าตัวเองวางแผนมาอย่างดีแล้ว
แต่ทุกอย่างกลับไม่ใช่แบบนั้น…….
ตอนสุดท้ายกลับเป็นเธอที่ต้องเสียสละตัวเอง เพื่อจะช่วยเหลือยื้อเวลาลูกน้องคนอื่นให้รอด สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้ก็เป็นผลมาจากลูกน้องคนหนึ่งที่เกิดขี้ขลาดในตอนสำคัญ เกิดกลัวแล้วหันหลังวิ่งหนียามที่ต้องจัดการทำตามลำดับแผนการของเธอพอดี
แม้ตอนนั้นเธอจะอยากให้ทุกคนถอยแต่ในจังหวะนั้นก็ไม่สามารถทำได้ สุดท้ายเธอจึงเลือกกระโจนเข้าไปเกาะหัวซอมบี้ พร้อมระเบิดที่ระเบิดดังตูม! ทำให้ทั้งสองร่างแตกกระจายเป็นชิ้นๆ
ความเจ็บปวดที่ได้รับนั้นรุนแรงจนเธอหมดสติ ทำให้ผิงจิ่วคิดว่าตัวเองตายไปแล้ว
ในใจเธอไม่ต่อต้านเลยสักนิด เธอคิดว่าไม่ต้องทรมานผ่านการตื่นมาสู้รบกับพวกซากศพเดินได้ และไม่ต้องเผชิญหน้ากับโลกที่เลวร้ายเหล่านั้นอีกแล้วเรื่องพวกนี้ล้วนแต่เป็นเรื่องดีที่เธอต้องการพอดี
แต่ไม่คิดเลยว่าพอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอกลับอยู่ในสถานที่แปลกๆ แบบนี้!?
ติ่ง!
ผิวจิ่วได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นก็ชะงัก มองไปทั่วก็เห็นว่าเสียงมาจากข้อมือของเธอ พอยกมือขึ้นมาก็พบกับนาฬิกาข้อมือหน้าจอสี่เหลี่ยมเรียบๆ แสงสว่างที่หน้าปัดนาฬิกาทำให้เธอเห็นหน้าจอชัดเจนในความมืด
[คุณมีหนึ่งข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน]
“นาฬิกาแบบสมาร์ทวอทช์เหรอ อึก…. ยังใช้ได้อยู่อีกเหรอ?”
ในโลกของเธอเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างล้วนแต่ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะโรงไฟฟ้าถูกซอมบี้ยึดครองที่นั่นมีราชาซอมบี้อาศัยอยู่ด้วย ทำให้พวกเธอใช้เครืองมืออิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายได้อย่างจำกัด พวกเครื่องมือช่วยเพิ่มความสะดวกอย่างมือถือ นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ หรือแท็บเล็ตทั้งหลาย ล้วนแต่กลายเป็นของใช้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าทั้งสิ้น
ทว่าไม่คิดเลยว่าคนคนนี้จะมีด้วย?
“หือ?”
มืออีกข้างเอื้อมไปหมายจะกดหน้าปัดนาฬิกาเพื่อตรวจสอบ ทว่าดวงตามองเห็นมือเล็กของตัวเองแล้วก็พลันชะงักไป พอผิงจิ่วกางมือออกโดยใช้แสงจากนาฬิกาช่วยให้ความสว่างก็พบว่า
มือเธอเล็กลง!?
“อึก อ้ากกก!!”
จังหวะที่กำลังจะยกมือลูบเนื้อตัว หัวของผิงจิ่วก็มีอาการเจ็บปวดขึ้นมากะทันหัน แถมความรู้สึกเจ็บที่ว่าก็รุนแรงจนทำเอาเธอหมดสติไปทันที
ตุบ!
แกร็ก
“….”
“พี่ว่ามันจะรู้สึกกลัวหรือยัง?” เสียงเด็กชายคนหนึ่งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงลังเล จากนั้นเสียงอีกเสียงที่เป็นของเด็กสาวก็ดังตอบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงบ่งบอกนิสัยถือดีว่า
“ถ้ามันยังไม่กลัว ก็ขังมันเอาไว้แบบนั้นแหละ!”
“แต่ถ้าคุณปู่รู้เข้า”
“นายจะกลัวอะไร? คุณปู่อยู่ในแคปซูลรักษาไปไหนไม่ได้หลายวันแล้ว ถ้านายไม่พูด ฉันไม่พูด คุณปู่ก็ไม่มีทางรู้หรอก!”
“อืม ผมไม่พูดหรอกพี่” คนน้องเอ่ยออกมา
เมื่อประตูเปิดแล้วทั้งสองร่างที่มองเข้ามาก็เห็นร่างของเด็กสาวผอมบาง ซึ่งเป็นเป้าหมายของตัวเองนอนกองอยู่บนพื้นในสภาพดูไม่ได้เลยสักนิด ดูเหมือนอีกฝ่ายจะตื่นมาแล้วเกิดอาการหวาดกลัวจนสลบไปอีกรอบยังไงยังงั้น
“ฮาฮ่าๆ พี่ดูสิ มันคงตกใจกลัวจนหมดสติไปแล้วแน่ๆ ก่อนหน้าเมื่อกี้ผมได้ยินเสียงร้องมันด้วยแหละ”
“หึ ดีสิ ปล่อยมันไว้แบบนี้แหละ พวกเราไปบอกพ่อกับแม่ว่าเห็นมันออกไปข้างนอกกับผู้ชายดีกว่า”
หญิงสาวที่ตัวสูงกว่าเด็กชายเอ่ยจบก็เดินจากไปทันที ส่วนเด็กชายก็รีบปิดประตูโดยไม่ได้ล็อก จากนั้นก็ตามพี่สาวไปอย่างอารมณ์ดีเช่นกัน
สองร่างจากไปทิ้งไว้เพียงห้องแคบๆ ที่มืดสนิทหลังประตูปิดลง พร้อมร่างเล็กของเด็กสาวคนหนึ่งนอนหมดสติอยู่ภายในนั้น จนเวลาผ่านไปอีก 3 ชั่วโมง ร่างเล็กนั้นก็ค่อยๆ ขยับตัวทีละนิด
สวบสาบ~
“ฮาฮ่าๆ อู้ยยย เจ็บชะมัด! แต่ไม่คิดเลยว่าจะทะลุมาอยู่ในโลกแบบนี้”
ดวงตากลมโตที่อดีตมีแต่แววสับสนงุนงงหรือหวาดกลัว บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นมั่นใจในตัวเอง ขัดกับร่างกายผอมบางดูอ่อนแอขอตนสุดๆ
สาเหตุก็เป็นเพราะภายในร่างนี้เธอไม่ใช่ ‘ตี้จิ่ว’ แต่เป็น ‘ผิงจิ่ว’ นั่นเอง!!
ผิงจิ่วเป็นหญิงสาวที่อาศัยอยู่ในวันสิ้นโลกมานาน เธอฝึกฝนตัวเองจนมีความสามารถและทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม เก่งกาจจนสามารถไต่เต้าขึ้นเป็นหัวหน้าหน่วยรบที่สู้กับราชาซอมบี้ได้ แต่ตอนนี้เธอหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา จากนั้นก็เอ่ยพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยไปในตัวว่า
“ช่างน่าสงสารจริงๆ”
ไม่ได้เยาะเย้ยใครหรอก เยาะเย้ยตัวเองนี่แหละ!
ตายแล้วไม่ได้สบาย กลับมาอยู่ในร่างเด็กน้อยที่อายุเพียง 16 ปี แถมยังอยู่ในครอบครัวแปลกๆ ที่พ่อแท้ๆ สนใจแต่ลูกเมียน้อย ไม่คิดสนใจลูกของเมียหลวงตามกฎหมายอย่างตี้จิ่วคนนี้เลยสักนิด
ดูจากชื่อก็รู้ว่าได้รับการดูแลยังไง ตี้ (低) ที่หมายถึงด้อยค่า ไร้สถานะ และจิ่ว (久) ที่หมายถึงความทุกข์ไร้ที่สิ้นสุด ต่างจากชื่อผิงจิ่วของเธอที่พ่อแม่ตั้งให้ซึ่งหมายถึงชีวิตที่เรียบง่ายแต่ยาวนาน
แค่ชื่อที่คนพ่อตั้งให้ก็บอกหมดแล้วว่าคิดยังไงกับลูกคนนี้
นอกจากนั้นร่างนี้ยังโดนเมียน้อยพ่อที่ตอนนี้มีสถานะเป็นแม่เลี้ยงของเธอ ลูกสาวลูกชายของหล่อนกลั่นแกล้งร่างนี้ไม่หยุด คนในบ้านตั้งแต่บนลงล่างก็ยังไม่ช่วย ลูกชายลูกสาวแม่เลี้ยงมักมาทุบตี ไม่ก็ขังให้ตี้จิ่วอยู่ภายในห้องมืดๆ แคบๆ และถูกให้อดข้าวอดน้ำทั้งวันหรืออาจจะสองวัน
แต่เจอขนาดนี้พ่อแท้ๆ ของเด็กคนนี้ยังไม่สนใจเลย!
ส่วนสาเหตุก็เพราะเห็นว่าร่างนี้เป็นเด็กไร้ค่า ตรวจค่าพลังจิตได้ไม่เยอะเหมือนลูกเมียน้อยตัวเองนั่นเอง
ดี!
เป็นพ่อที่ดีจริงๆ!
ดีแตกน่ะสิ!!
ในตระกูลนี้ที่ดีหน่อยคงมีแค่คุณปู่ของร่างนี้ เพียงแต่อีกฝ่ายอายุมากถึง 215 ปีแล้ว ร่างกายทนไม่ไหวคาดว่าคงจะหมดลมในไม่ช้า ทำให้สถานะของตี้จิ่วคนนี้ก็ลำบากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งในโลกที่วัดกันด้วยค่าพลังจิตแบบนี้
ใครที่มีพลังจิตน้อยก็ถูกมองว่าไร้ค่าไปเลย
เธอที่มาจากโลกธรรมดาก็ได้แต่ถอนหายใจ ชีวิตที่มีแววว่าจะลำบากลำบนแบบนี้ เธอไม่ต้องการเลยสักนิด แต่ถึงแม้จะไม่ต้องการแต่ผิงจิ่วก็ต้องปลงก่อนรีบทำความเข้าใจทุกอย่างแล้ววางแผนให้ตัวเองใหม่แทน
ปีนี้คือปี 5313
ผิงจิ่วมาจากโลกมนุษย์ปี 2568 พอเกิดวันสิ้นโลกทั้งเทคโนโลยี ทางวัฒนธรรม หรือสิ่งต่างๆ ทุกอย่างก็ไม่ได้พัฒนาต่อไป
แต่ที่นี่ไม่ใช่โลกเดิมของเธออีกต่อไปแล้ว
ที่นี่เป็นโลกในยุคอวกาศที่คนสามารถเดินทางได้ด้วยยานบินข้ามดวงดาวได้ เทคโนโลยีถูกพัฒนาในระดับที่ล้ำหน้ากว่าโลกเดิมจนเทียบกันไม่ได้เลยสักนิด
นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบใช้นิ้วสัมผัสหน้าจอก็ปรากฏออกมากลางอากาศได้เลย และยังมียานบินไร้ล้อ ไร้คนขับ ที่ไปไกลถึงดาวอื่นได้ง่ายๆ ในไม่กี่วันหรือไม่กี่ชั่วโมงด้วย
ทุกอย่างเหลือจะเชื่อสำหรับผิงจิ่วที่มาจากยุคสมัยอดีตมาก โชคดีที่ได้ความทรงจำของตี้จิ่วเจ้าของร่างนี้มาก่อนหน้า ทำให้เธอพอจะรับรู้เรื่องต่างๆ ได้บ้าง
ที่สำคัญคือโลกนี้นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ยังมีสิ่งหนึ่งที่ใช้วัดค่าของคนและเป็นที่นิยมอย่าง ‘พลังจิต’ อยู่อีกด้วย
// สวัสดีทุกคน ยินดีตอนรับสู่ยุคอวกาศครับ!
นางซิน'ยุค 5 พัน??
พลังจิตคือพลังที่จะอยู่ในตัวบุคคลซึ่งไม่สามารถจับต้องได้ และมันไม่เหมือนในหนังแฟนตาซีโลกก่อน ที่สามารถใช้มันยกข้าวของหรือทำให้อะไรลอยได้ แต่ในโลกนี้มันจะเหมือนคลื่นความถี่ที่ส่งผ่านในอากาศ เหมือนคลื่นสัญญาณอินเทอร์เน็ตอะไรแบบนั้น
โดยพลังจิตของคนในยุคอวกาศสามารถนำไปใช้กับสิ่งต่างๆ ได้ เมื่อมีคนถูกตรวจพบพลังจิตมากขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์ก็เริ่มปรับตัวสร้างสิ่งต่างๆ ให้สามารถใช้ร่วมกันกับพลังจิตได้
และเพราะเทคโนโลยีส่วนใหญ่หรือก็คือเกือบทั้งหมด ล้วนถูกสร้างมาโดยใช้พลังจิตในการขับเคลื่อนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นยานบิน นาฬิกาที่ข้อมือของเธอ หรือแม้แต่สิ่งที่เรียกว่าเมคารบ ก็ล้วนแต่ใช้พลังจิตในการควบคุมทั้งนั้น ทำให้มนุษย์ในปัจจุบันขาดพลังจิตไปไม่ได้เลย
และหากถามว่าเมคาคืออะไร?
สรุปง่ายๆ ก็คือหุ่นยนต์รบที่สามารถอยู่กลางอวกาศได้ เมคาพวกนี้เอาไว้ใช้ในการต่อต้านพวกเซิร์กหรือแมลงอวกาศ พวกมันมักจะบุกโจมตีมนุษย์เพื่อจะเอาไปเป็นอาหารให้ตัวเองกิน หรือเพื่อเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงลูกๆ พวกมันนั่นเอง
ดังนั้นเอาแบบใจความสำคัญเลยก็คือ
เธอทะลุมาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ 16 ที่ประเมินว่าไร้ค่ามีพลังจิตต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แถมยังอยู่ในยุคอวกาศที่มีศัตรูเป็นแมลงอวกาศ จ้องแต่จะแด*มนุษย์กับแพร่พันธุ์ตัวเองอย่างเดียว
ถามหน่อยเถอะ?
มันต่างจากเอาตัวรอดจากในโลกเหี้*ๆ ที่ต้องวิ่งหนีสัตว์กลายพันธุ์ กับสู้ซอมบี้ที่ชอบแด*คนตรงไหนไม่ทราบ!?
ถ้าต้องมาเกิดใหม่ในโลกแบบนี้ ขอตายกลายเป็นผีไม่ต้องมาสู้ชีวิตแบบนี้ยังดีกว่าอีก!!
“เฮ้อ~”
ฟึบ
แม้จะคิดแบบนั้นแต่ผิงจิ่วก็ยังไม่กล้าฆ่าตัวตายหรอกนะ เธอไม่รู้เลยว่าฆ่าตัวตายแล้วจะไปเกิดใหม่หรือไปเกิดในยุคอื่นอีกหรือเปล่า ที่สำคัญเธอรักชีวิตมากพอจะไม่ทำอะไรแบบนั้น ไม่อย่างนั้นวันสิ้นโลกที่แสนเลวร้ายในชีวิตก่อนหน้า
เธอจะสู้มา 13 ปีจนกลายเป็นหัวหน้าหน่วยได้เหรอ?
“ไหนดูหน่อย ข้อมูลอื่นๆ ของโลกนี้?”
ผิงจิ่วแม้จะรู้สึกเจ็บปวดตามเนื้อตัว แต่ความเจ็บนี้เทียบไม่ได้กับความทรมานที่เธอเคยเจอในวันสิ้นโลกในชาติก่อนเลยสักนิด เธอยกข้อมือเล็กขึ้นมาก่อนจะกดเข้าดูข้อมูลในบัตรประจำตัวของตัวเองแทน
ทุกคนในยุคอวกาศจะมีบัตรประจำตัวบอกข้อมูลอยู่ในเครื่องมือต่างๆ พวกเขาจะใช้ลงทะเบียน จ่ายเงิน หรือทำเอกสารธุรกรรมทั้งหลายซึ่งสะดวกและปลอดภัยมาก ข้อมูลพวกนี้มีการเข้าถึงยากต้องเป็นเจ้าของเท่านั้นจึงจะดูได้ ทำให้มันปลอดภัยสุดๆ
“อืม อายุ 16 จริงๆ เฮอะๆ ไหนดูหน่อยว่าค่าพลังจิตเท่าไรพ่อแท้ๆ ถึงกับไม่สนใจขนาดนี้ หา!! ค่าพลังจิต 3!?”
ผิงจิ่วค้นความทรงจำของร่างนี้ออกมาพร้อมดูข้อมูลไปด้วย ก่อนจะพบว่าร่างนี้มีค่าพลังจิตน้อยมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของคนทั่วไปในยุคนี้
พลังจิตสามารถเอาไว้ทำอะไรต่างๆ ได้ คนไหนไม่มีเทียบเท่ากับว่าทุกอย่างที่สร้างมาโดยรองรับพลังจิต ก็จะไม่สามารถใช้งานได้ไปโดยปริยายทั้งยานขับ อุปกรณ์ยืนยันตัวตน แม้แต่หุ่นรบ และอาชีพที่ต้องใช้พลังจิตทำงาน
เรียกว่าหนทางของคนที่ไร้พลังจิตหรือมีค่าพลังจิตต่ำ = คนเร่ร่อน ขอทาน คนเก็บขยะนั่นเอง
“โอ้ยย ยัยหนูเอ๊ย น่าสงสารแท้!”
ไม่สิ!?
ที่น่าสงสารมันเธอต่างหาก!!!
ป้าบ
มือเล็กตีตบหน้าผากตัวเองไปทีเพราะเพิ่งนึกออกว่าได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว และคนที่ต้องใช้ชีวิตต่อไปอย่างลำบากไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไป
แต่กลายเป็นเธอ ผิงจิ่วคนนี้ไง!
“ไม่เป็นไร ค่อยๆ วางแผนดีกว่า ฟู่ววว~ ใจเย็นๆ”
ผิงจิ่วเรียกสติและปรับให้หัวเย็นลง แล้วก็ค่อยๆ เลื่อนดูข้อมูลตัวเองต่อ อายุ 16 พลังจิตแค่ 3 หน่วยที่เหลือก็ชื่อคือจางตี้จิ่ว
เด็กสาวคนนี้เป็นลูกสาวคนโตของลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูลจาง ในความทรงจำของตี้จิ่วลูกทั้งสองคนของแม่เลี้ยงชอบรังแกเธอตลอด ทั้งคอยใช้ให้ทำงานโดยใช้แรงเป็นหลัก ทั้งยังไม่ยอมให้กินข้าวบ่อยๆ ตอนนี้ร่างกายของตี้จิ่วเลยผอมแห้งแรงน้อยมาก
นอกจากนั้นก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องนอกบ้านเท่าไร เพราะเจ้าตัวใช้ชีวิตวนเวียนแค่ในบ้าน 2 ชั้นพื้นที่กว่า 200 ตารางวานี้อย่างเรียบง่าย ส่วนห้องของตี้จิ่วคือห้องขนาดใหญ่ที่คุณปู่ของร่างนี้สั่งให้จัดไว้แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ไปนอนหรอก
ตี้จิ่วถูกลูกเมียน้อยทั้งสองรังแก คนรับใช้ในตระกูลจางก็ทำเมิน หรือบางคนก็เอาใจลูกเมียน้อยด้วยการช่วยกลั่นแกล้ง ทั้งให้ทำงานแทน ใช้แรงงานหนักๆ ขังไว้ในห้องเก็บของแห่งนี้ หรือไม่ก็ไม่ยอมทำความสะอาดห้องของตี้จิ่ว
สุดท้ายเด็กน้อยที่ตัวคนเดียวจึงไม่ค่อยได้กลับห้องตัวเองเท่าไร และบ่อยครั้งก็ยังเป็นลมหมดสติบนพื้นแต่ไม่มีใครคิดจะช่วยหรือสนใจสักนิด
‘ชีวิตแม่งโคตรดราม่าเลย!’
“นี่มัน…..ซินเดอเรลล่ายุคอนาคต 5 พันปีต่อมาป่ะ?” แต่บทดูจะเก่าไปหน่อยนะ
ไม่กี่วินาทีผิงจิ่วเลิกสนใจแล้วกดเข้าไปดูข้อความที่ก่อนหน้าเด้งขึ้นมาเตือนต่อ ดวงตาเล็กอ่านข้อความด้วยความสนใจ ก่อนจะถอนหายใจแล้วเอ่ยอย่างปลงๆ ว่า
“อืม นางซินยุคอวกาศชัดๆ” โดยข้อความมีใจความว่า
[จากสถาบันการศึกษากลาง]
ผลตอบรับจากสถาบันศึกษากลาง สาขานักออกแบบเมคา ทางสถาบันรู้สึกยินดีอย่างมากที่คุณเข้ารับการสมัครที่สาขาของเรา ทางเราขอแจ้งว่าได้ลงทะเบียนข้อมูลของคุณแล้ว กรุณานำข้อความนี้เข้าไปจ่ายเงินค่าสมัคร และรับเอกสารก่อนเข้าเรียนในวันที่ xx/xx ได้เลยค่ะ
ขอบคุณว่าที่นักเรียนสาขานักออกแบบเมคา
ด้วยรัก สถาบันการศึกษากลาง
นี่คือจดหมายจากสถาบันศึกษากลาง หรือเรียกอย่างง่ายๆ ว่าโรงเรียนกลางของจักรวรรดิ
โลกนี้เป็นยุคอวกาศ เรียกว่ายุคจักรวรรดิที่ 5313 มีดวงดาวที่อยู่ใต้อำนาจของจักรวรรดิทั้งสิ้น 18 ดาว แบ่งเป็นดวงดาวที่อยู่อาศัย 13 ดาว กับดาวทรัพยากรอีก 5 ดาว
ดาวที่อยู่อาศัยจะมีรหัสดวงดาวเริ่มต้นด้วย IR 000 เป็นดาวหลักของจักรวรรดิ มีศูนย์บัญชาการของจักรวรรดิ ทั้งกองกำลังทหาร รัฐสภา และหน่วยงานหลักของรัฐบาล จากนั้นจะเป็น IR 001 เป็นดาวที่อยู่อาศัยของตระกูลใหญ่ระดับบอส มีตระกูลผู้นำทหาร หรือตระกูลของคนที่นั่งอยู่ในรัฐบาลกลาง
ต่อมา IR 002 เป็นสถานที่สำคัญอย่างสถาบันศึกษากลาง ศาล โรงพยาบาลชั้นดี บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผลิตเครื่องมือ หรืออุปกรณ์มีคุณภาพต่างๆ IR 003 เป็นที่อยู่อาศัยของตระกูลระดับกลางๆ หลังจาก IR 004-008 จะถูกเรียกเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรทั่วไปและตระกูลระดับกลางค่อนไปต่ำ
ส่วน IR 009-013 คือดวงดาวชายขอบ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยคนพลังจิตต่ำและที่ทิ้งขยะของจักรวรรดิ ที่เหลือคือดาวทรัพยากรทั้ง 5 ที่จะไม่มีคนอาศัย แต่มีไว้เพื่อนสำรวจ ล่าสัตว์ หรือเป็นดาวที่เตรียมไว้ทดสอบการสู้รบ ทดสอบการวิจัย หรืออาวุธต่างๆ นั่นเอง
ตระกูลจางเหมือนจะอยู่ IR 005 ไม่ถือว่าเป็นตระกูลระดับกลาง ถ้าในดาวนี้ถือว่ามีอำนาจพอควรเพราะในดาวนี้ตระกูลจางถือว่าเป็นตระกูลที่รวยเป็นอันดับ 2 รองจากตระกูลเพื่อนบ้านอย่างตระกูลเฟินเพียงนิดเดียวเท่านั้น
และแน่นอนว่าทั้งสองตระกูลไม่ถูกกันสักนิด
ตอนที่ตี้จิ่วตรวจค่าพลังแล้วพบว่ามีพลังจิตเพียงแค่ 3 หน่วย คนตระกูลเฟินยังเยาะเย้ยตระกูลจางอย่างไม่ไว้หน้าเลยสักนิด และเพราะแบบนี้เลยยิ่งทำให้พ่อของตี้จิ่วอย่างจางหนานฟ่ง ยิ่งไม่คิดสนใจไยดีลูกตัวเองเข้าไปอีก
ส่วนที่บอกว่าตี้จิ่วเป็นนางซินยุคอวกาศ ก็เพราะว่าเอกสารการสมัครนี้ร่างนี้ไม่ได้เป็นคนส่งไป แต่เป็นลูกเมียน้อยอย่างจางฮัวเหมย ลูกสาวคนรองของพ่อแสนดี (แตก) ของเธอเป็นคนส่งไปแทน
ง่ายๆ คือ
ลูกสาวเมียน้อยพ่อส่งข้อมูลเธอไปสมัครสาขานักออกแบบเมคา ซึ่งหากเธอไม่ไปจ่ายค่าสมัครจะถูกขึ้นชื่อว่าหลอกลวง และไม่สามารถสมัครสาขานักออกแบบเมคาได้ต่อไปอีก
สถาบันศึกษากลางไม่ใช่สถานที่ล้อเล่น ที่นี่มีการลงโทษชัดเจนและน่ากลัว
ดังนั้นการสมัครเรียนถือว่าเป็นเรื่องเคร่งครัด การมาสมัครแต่กลับไม่ไปจ่ายเงินและเข้าเรียน ถือว่าเป็นการดูถูกสถาบันการศึกษากลางเป็นอย่างมาก หากเธอไม่รีบไปจ่ายเงินกับลงทะเบียน จะเท่ากับตัดสิทธิ์การเรียนสาขานักออกแบบเมคาของตี้จิ่วไปตลอดชีวิตทันที
ตลอดชีวิตเลยนะ!!
“เด็กเปร*!!”
// ระวังดาเมจให้ดีนางเอกเราปากค่อนข้างแรงครับ