“4 ชาติตะวันออกกลาง” หั่นผลิตน้ำมัน 6.7 ล้านบาร์เรล/วัน หลัง ช่องแคบฮอร์มุซ ชะงัก
ซาอุดีอาระเบีย อิรัก ยูเออี และคูเวต ลดกำลังการผลิตน้ำมันรวมสูงถึง 6.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังการขนส่งผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ แทบหยุดนิ่ง ส่งผลให้การผลิตน้ำมันโลกลดลงราว 6%
วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 15.04 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กำลังการผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางกำลังลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกแทบหยุดชะงัก ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกเผชิญความปั่นป่วนรุนแรงมากขึ้น
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับสถานการณ์เปิดเผยว่าผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของภูมิภาค 4 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวต ได้ปรับลดกำลังการผลิตรวมกันสูงถึง 6.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน
การลดกำลังผลิตครั้งนี้ถือเป็นการตอบสนองด้านอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามในภูมิภาคเริ่มต้นขึ้น โดยทั้ง 4 ประเทศได้ลดการผลิตรวมกันมากถึง ประมาณหนึ่งในสามของกำลังผลิตเดิม และทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกลดลงราว 6%
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งเข้าสู่สัปดาห์ที่สองและดึงหลายประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่งผลให้การผลิตน้ำมันต้องลดลง เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกหลักแทบไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ถังเก็บน้ำมันในหลายประเทศเริ่มเต็ม
สถานการณ์ดังกล่าวเคยผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งขึ้นใกล้ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก่อนที่ราคาจะปรับตัวลดลง หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐส่งสัญญาณว่าสงครามอาจยุติลงในไม่ช้า
แหล่งข่าวระบุว่า*ซาอุดีอาระเบีย ลดกำลังการผลิตประมาณ 2–2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลดลง 500,000–800,000 บาร์เรลต่อวัน คูเวต ลดลงประมาณ 500,000 บาร์เรลต่อวัน อิรัก ลดลงราว 2.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน*
ทั้งนี้หากพิจารณาเป็นสัดส่วน อิรักถือเป็นประเทศที่ลดกำลังการผลิตมากที่สุด ขณะที่ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวต ต่างลดกำลังผลิตประมาณ 20-25% จากระดับการผลิตในเดือนกุมภาพันธ์ ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg
อ้างอิง : www.bloomberg.com