โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กัมพูชา เอาคืน ทร. จับเรือประมงไทย หลังตะเพิด 30 เรือประมงกัมพูชา

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 04.18 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 08.44 น.

เมื่อวันที่ 16 ก.พ.69 หน่วยงานความมั่นคง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ.69 เวลาประมาณ 16.25 น. หน่วยตรวจการณ์ทางทะเลของ กองทัพเรือกัมพูชา ได้เข้าควบคุมเรือประมงไทยในพื้นที่ ต.ปากคลอง อ.มณฑลสีมา จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนทางทะเลที่ยังคงเปราะบาง

โดยปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการโดยชุดตรวจการเกาะยอ กองป้องกันเกาะกงนอก หมายเลข 2 ภายใต้กองป้องกันเกาะ และชายหาด กองทัพเรือกัมพูชา โดยมีเป้าหมายเป็นเรือประมงไทยชื่อ “ก.โชคบูรพา” หมายเลขทะเบียน 6564-01785 ซึ่งมีนายบุญยัง เกตุแก้ว เป็นเจ้าของและผู้ควบคุมเรือ

เบื้องต้นมีรายงานว่า เรือลำดังกล่าวบรรทุกสินค้า ซึ่งระบุว่าเป็นสินค้าจากจังหวัด สมุทรสาคร เดินทางออกจากท่าเรือ ป.เกษมศิริ บ้านคลองสน ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ก่อนถูกควบคุมตัวในเขตน่านน้ำกัมพูชา อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะสินค้า และเส้นทางเดินเรืออย่างละเอียด

สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางทะเลบริเวณ จ.ตราด โดยในช่วงวันที่ 12–13 ก.พ.69 ที่ผ่านมา กองทัพเรือไทย ได้ผลักดัน เรือประมงกัมพูชา ประมาณ 25–30 ลำ ออกจากเขตน่านน้ำไทยใกล้พื้นที่เกาะกูด ทำให้บรรยากาศด้านความมั่นคงในพื้นที่อ่อนไหวเพิ่มสูงขึ้น

รายงานด้านความมั่นคงประเมินว่า การจับกุมเรือ “ก.โชคบูรพา” อาจเป็นมาตรการตอบโต้ในระดับพื้นที่ (counter-measure) ของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นฝ่ายกัมพูชา ภายหลังการเข้มงวดของฝ่ายไทยในช่วงสัปดาห์เดียวกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลทั้งสองประเทศถึงเจตนาทางยุทธวิธีดังกล่าว

ทั้งนี้หน่วยงานความมั่นคง ได้เร่งประสานผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (TBC) เพื่อยืนยันสถานะความปลอดภัยของลูกเรือ ตลอดจนตำแหน่งกักกันเรือที่แน่ชัด

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...