“ญี่ปุ่น” โต้ “จีน” ปัดข้อกล่าวหาหวนสู่ทหารนิยม ย้ำเสริมกลาโหมเพื่อป้องกันตนเอง
"ญี่ปุ่น" โต้ "จีน" ปัดข้อกล่าวหาหวนสู่ทหารนิยม ย้ำเสริมกลาโหมเพื่อป้องกันตนเอง พร้อมย้ำจุดยืนให้ปัญหาไต้หวันแก้ไขด้วยสันติวิธี ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ยังเปราะบาง
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.09 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าญี่ปุ่นออกโรงคัดค้านคำกล่าวของ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ที่อ้างว่าญี่ปุ่นกำลังหวนคืนสู่ลัทธิทหารนิยม โดยยืนยันว่าคำกล่าวดังกล่าวไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
หลังจาก Toshimitsu Motegi รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น ระบุเมื่อวันเสาร์ว่าความเห็นของหวังไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อย้ำจุดยืนดังกล่าว
กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นระบุว่า “ความพยายามของญี่ปุ่นในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านกลาโหม เป็นการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และไม่ได้มุ่งเป้าไปยังประเทศที่สามใดเป็นการเฉพาะ”
แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังเกิดการโต้เถียงกันด้วยวาจาระหว่างคณะผู้แทนญี่ปุ่นและจีนในการประชุมความมั่นคงมิวนิก ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างสองประเทศ จากกรณีที่ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แสดงความเห็นเกี่ยวกับไต้หวัน
หวัง อี้ อ้างถึงประวัติศาสตร์การรุกรานของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง พร้อมเตือนทาคาอิจิไม่ให้หวนกลับไปสู่ลัทธิทหารนิยม ซึ่งสะท้อนว่าปักกิ่งยังไม่คิดลดระดับความตึงเครียด แม้ทาคาอิจิจะเพิ่งคว้าชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งและเสริมความแข็งแกร่งทางการเมืองของตน
ต้นตอความขัดแย้งมาจากคำกล่าวของทาคาอิจิที่ว่า การรุกรานไต้หวันโดยจีนอาจถือเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของญี่ปุ่น ซึ่งอาจเปิดช่องให้ญี่ปุ่นมีเหตุผลทางกฎหมายในการส่งกำลังทหาร
หวัง อี้ ระบุว่าความเห็นดังกล่าวของทาคาอิจิละเมิดอธิปไตยเหนือดินแดนของจีนโดยตรง และท้าทายข้อเท็จจริงที่ว่าไต้หวันได้ถูกส่งคืนให้จีนแล้ว
จีนอ้างว่าไต้หวัน ซึ่งเป็นเกาะปกครองตนเองในระบอบประชาธิปไตย ตั้งอยู่ระหว่างญี่ปุ่นกับจีน เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีน ขณะที่ไต้หวันปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าว และจีนยังไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังเพื่อควบคุมไต้หวัน
ที่ผ่านมา จีนได้ออกมาตรการจำกัดการส่งออกบางรายการไปยังญี่ปุ่น และเตือนพลเมืองจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น เพื่อกดดันทาคาอิจิให้ถอนคำพูด อย่างไรก็ดี การที่จีนตอบสนองอย่างค่อนข้างระมัดระวังต่อกรณีญี่ปุ่นจับกุมกัปตันเรือประมงจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าปักกิ่งอาจกำลังปรับท่าทีต่อโตเกียว หลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุด
ทาคาอิจิ ซึ่งขณะนี้มีฐานอำนาจทางการเมืองมั่นคง ได้รับฉันทามติชัดเจนในการเดินหน้านโยบาย รวมถึงการเพิ่มงบกลาโหมและท่าทีเชิงรุกด้านนโยบายต่างประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสที่เธอจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้นานกว่าผู้นำบางคนในอดีต
ในการตอบโต้คำกล่าวของหวัง โมเตงิย้ำว่าญี่ปุ่นไม่มีเจตนาทางทหารนิยม พร้อมระบุว่า “หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นยึดมั่นในเส้นทางของประเทศที่รักสันติภาพมาโดยตลอด และจะมีส่วนสนับสนุนเสถียรภาพและสันติภาพของประชาคมโลกต่อไป”
กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นยังย้ำจุดยืนว่าประเด็นไต้หวันไม่ควรถูกแก้ไขด้วยการใช้กำลัง และควรแก้ไขอย่างสันติผ่านการเจรจา
กรณีเรือประมงเกิดขึ้นหลังจากเรือจีนถูกพบในน่านน้ำเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น โดยจีนออกแถลงการณ์ในเชิงค่อนข้างนุ่ม เรียกร้องให้ญี่ปุ่นคุ้มครองความปลอดภัยและสิทธิของลูกเรือ และกัปตันเรือประมงจีนได้รับการปล่อยตัวในเย็นวันศุกร์ ตามการโพสต์ของทาคาอิจิบนแพลตฟอร์ม X
อ้างอิง : bloomberg.com