โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชนะได้ยังไง!? แมนยูไนเต็ด ฝ่าดง "Dark Arts" เคี้ยวทอฟฟี่หืดขึ้นคอ

SIAMSPORT

เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 23.16 น.
แมนยูไนเต็ด จากการทำงานของ ไมเคิ่ล คาร์ริค บุกไปเฉือน เอฟเวอร์ตัน 1-0 พลางช่วงชิงอันดับ 4 กลับคืนมาอย่างหืดขึ้นคอในเกมที่ต้องอุทานว่า…

'ชนะได้ยังไงครับเนี่ยยยยยย !!!'

1. พลพรรคปีศาจแดงเริ่มต้นได้ไม่เลวนะครับ เมื่อเป็นฝ่ายครองบอลบุกได้มากกว่า และหาจังหวะทำประตูได้มากกว่า

ทว่าทำได้ดีแค่ประมาณ 25 นาทีเท่านั้น

หลังจากนั้นก็เริ่มย้วย

ขณะเจ้าถิ่นเขาก็ไม่ได้อุดนะครับ โดยอาศัยการเข้าบอลเร็วจนผู้มาเยือนต่อบอลกันไม่ถนัด สลับกับการถอยลงไปปิดพื้นที่แน่นหนาจนนำมาซึ่งความอึดอัดประหนึ่งถูกกางเกงในเข้าก้น

2. สังเกตว่า แมนยูไนเต็ด ไม่พยายามโจมตีทางริมเส้นแล้วครอสส์บอลเข้าไปสักเท่าไหร่

ประการหนึ่ง ทีมลูกอมมีคู่เซ็นเตอร์แบ็คที่รูปร่างสูงใหญ่ เล่นลูกกลางอากาศได้ดี

ประการหนึ่ง เพราะตัวเองไม่มีหัวหอกเป็นเป้าในกรอบเขตโทษ เนื่องจาก 'พี่ไมค์' ยังคงขัง เบนยามิน เชชโก้ ไว้ในคอกตัวสำรอง

การต่อบอลและทำชิ่งของนักเตะพันธุ์อสูรจึงตะกุกตะกัก เสียบอลง่าย และเข้าไม่ค่อยถึงพื้นที่สุดท้าย

3. มิเพียงเท่านั้น ผู้เล่นในหน่วยล่าสังหารที่เป็นตัวความหวังของเกมรุกต่างโชว์ฟอร์มกันต่ำกว่ามาตรฐาน

เฉพาะอย่างยิ่ง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่สร้างสรรค์เกมไม่ได้เลย ขณะที่ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ กับ มาเตอุส คุนย่า ก็เล่นไม่ออก ส่วน อาหมัด ดิยัลโล่ ก็หวังพึ่งอะไรไม่ได้มาก

เล่นไปเล่นมา รูปเกมจึงเป็นรองเจ้าบ้านจนแทบจะโงหัวไม่ขึ้นซะอย่างนั้น

เดชะบุญที่เกมรุกของ เอฟเวอร์ตัน ก็ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพสักเท่าไหร่ อาศัยแต่ลูกเตะมุมที่เอาผู้เล่นมาล้อมหน้าล้อมหลังผู้รักษาประตูแล้วพยายามเบียด แซะ กระแทกกระทั้น เห็นแล้วน่ารำคาญชิบหายเลย

ทีมลูกอมได้ลูกเตะมุม 10 ครั้ง ทำเหมือนเดิมทั้ง 10 ครั้ง คิดเอา อะไรมันจะ 'Dark Art' ซะขนาดนั้น

เรียนตามตรงว่าถ้าลองเปิดเข้ามาธรรมดาๆ บ้าง บางทีอาจได้ประตูไปแล้ว…ก็..เป็น..ได้

4. ทีนี้มาดูประตูชัยของปีศาจแดงที่มาจากจังหวะสวนกลับฉับพลันอันสะเด่าไปเลยอีน้องส์ดีนักแล !!!

หลังจากเคลียร์ลูกอันตรายได้ในเขตโทษ บอลเลยมาถึง 'เดอะ แกรนด์ มัม' ที่วางบอลยาวทะแยงมุมให้ 'บังโม่' โขยกเข้าไปในจังหวะเดียวกับที่กองหน้าตัวสำรองอย่าง เบนยามิน เชชโก้ ควบตะบึงขึ้นมาด้วยความเร็วแรง ก่อนจะบรรจงไหลบอลให้หัวหอกทีมชาติสโลวีเนียกระทุ้งตุงตาข่าย

ถือเป็นจังหวะเข้าทำที่สมบูรณ์แบบอย่างจงหนัก

5. เกมนี้ต้องชม ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่ส่ง 'บิ๊กเบน' ลงมาในเวลาที่ประจวบเหมาะ และไม่ช้าเกินไป

แต่คนที่ควรได้รับคำชมมากกว่าคือ เซนเน่อ ลัมเมนส์ นายทวารหนุ่มที่มุดตัวฝ่าดงตีนคู่แข่งออกมาป้องกันลูกกลางอากาศได้อย่างหมดจด

มันอาจเป็นชัยชนะที่ดูทุลักทุเลและกระท่อนกระแท่น แต่อย่างน้อยแผงแบ็คโฟร์ก็ทำหน้าที่ได้เคร่งครัด แถมเป็นอีกครั้งที่เกมรับในยุค 'คุณปลัด' ไม่แสดงความผิดพลาดออกมาเลย…เยห์ๆๆๆ

…ว่าแล้วก็ขอแสดงความเสียใจต่อกองเชียร์ของทีมสีน้ำเงินแห่ง เมอร์ซี่ย์ไซด์ ด้วยที่อุตส่าห์ยอมอดหลับอดนอนแล้วยังต้องผิดหวัง

โถ…พ่อคุณ & แม่คุณ 5555555555

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...