โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TWPC แป้งมันHVAบูมปักหมุดขยายฐานยุโรป

ทันหุ้น

อัพเดต 11 ก.พ. เวลา 02.22 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 02.22 น.

#TWPC #ทันหุ้น – TWPC ชี้แป้งมันสำปะหลัง HVA วอลุ่มสั่งซื้อแน่น หลังเปิดตลาดสหรัฐญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โกยมาร์จิ้นสูง 15-20% เล็งขยายตลาดยุโรปในปีนี้ต่อ ด้านธุรกิจอาหารเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าออกโปรดักต์ใหม่

นายศิว์วิศว์ อนันตกุล นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แป้งและที่เกี่ยวข้อง ผลิตภัณฑ์อาหาร และผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มผลประกอบในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จะเติบโตมากกว่า 10% หรือในระดับเลขสองหลัก (Double Digit) ต่อเนื่องจากปี 2568 ที่จะเป็นภาพของ Turnaround อย่างเต็มตัว และเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งจากการปฏิรูปองค์กร (Transformation) ทั้งในส่วนของพอร์ตโฟลิโอ, โครงสร้างบริษัท และบุคลากร

@เน้นธุรกิจมาร์จิ้นสูง

ทั้งนี้ปัจจัยในการขับเคลื่อนหลักของธุรกิจ คือ แป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) หรือแป้งมันสำปะหลังดัดแปร (Modified Starch) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารหลายประเภท เช่น โอเด้ง หรือขนมปังกรุบกรอบ โดยมีวอลุ่มการซื้อที่มากขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว จากการที่บริษัทประสบความสำเร็จในการเปิดตลาดในสหรัฐ, ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีวอลุ่มการสั่งซื้อสูงและให้กำไร (Margin) ที่ดี โดยมี Margin อยู่ที่ประมาณ 15-20% กว่า และได้มีแผนที่จะเตรียมตัวเข้าไปขยายในบริเวณยุโรป

สำหรับธุรกิจอาหาร บริษัทจะเน้นการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ “มังกรคู่” ให้ดูทันสมัยขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Gen Z ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) และออกสินค้าใหม่ให้มากกว่าปีที่แล้ว โดยจะเน้น Seasonal Product เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้ลูกค้า ล่าสุดบริษัทได้เสิร์ฟแคมเปญหวานฉ่ำรับวาเลนไทน์ ส่งเมนูพิเศษ มังกรคู่เรดดี้ “วุ้นเส้นเย็นตาโฟบอกรักคัพ” พร้อมลูกชิ้นรูปหัวใจสีชมพู

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จาก HVA อยู่ที่ประมาณ 33%และเป็นธุรกิจอาหารอยู่ที่ 28% ส่วนที่เหลือจะเป็นธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง 39%

@เดินหน้าลดต้นทุน

นอกจากนี้บริษัทยังคงเดินหน้าลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ขณะเดียวกันยังได้มีการจัดการความเสี่ยงด้านค่าเงิน รวมถึงติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด และทำ Hedging หรือ Forward Contract ไว้ หากค่าเงินไม่แข็งค่าจนเกินไป จนแตะระดับ 29 บาท ยังถือว่าจัดการได้

อย่างไรก็ดีภายใต้การนำรัฐบาลชุดใหม่ของพรรคภูมิใจไทย ถือว่าเป็นทิศทางที่ดีเพราะนโยบายรอบที่แล้วมี “คนละครึ่ง” ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ส่งผลกระทบกับบริษัทโดยตรง แต่จะช่วยส่งผลดีทางอ้อม จากการกระตุ้นดัชนีผู้บริโภคและการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ รวมถึงส่งผลดีต่อยอดขายวุ้นเส้นสด อีกทั้งยังมีเรื่องการเปิดตลาดใหม่สำหรับสินค้าส่งออกไทย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...