โอกาสใหม่ของประเทศ
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ผลการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ชัดเจนว่าพรรคที่ได้อันดับ 1 คือพรรคภูมิใจไทย มี สส.ถึง 193 เสียง มากที่สุดในการเลือกตั้ง 3 ครั้งที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560
ส่วนอันดับรองลงไปคือพรรคประชาชน 118 เสียง อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย 74 เสียง อันดับ 4 พรรคกล้าธรรม 58 เสียง ตลาดหุ้นมีแรงบวกต้อนรับการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ในลักษณะที่มีเสถียรภาพมากขึ้น
แนวโน้มรัฐบาลผสมที่จะเกิดขึ้น ที่แกนนำพรรคภูมิใจไทยต้องการให้มีเสียงสนับสนุน 300 เสียง อาจประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม โดยพรรคภูมิใจไทยจะคุมกระทรวงหลักและกระทรวงเศรษฐกิจหลัก อาทิ มหาดไทย, ต่างประเทศ, คลัง, คมนาคม และพาณิชย์ โดยใช้ทีมเศรษฐกิจชุดที่เคยทำงานร่วมกันมาก่อนหน้านี้ ส่วนพรรคประชาชนแสดงจุดยืนแล้วว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย
ก่อนการเลือกตั้ง สภาพเศรษฐกิจของประเทศเป็นปัญหาที่หลายฝ่ายแสดงความกังวล ไม่ว่าจะเป็นภาคราชการ ภาคธุรกิจ และแวดวงวิชาการ สื่อต่างประเทศอย่างไฟแนนเชียลไทมส์ แห่งประเทศอังกฤษ พาดหัวข่าวระบุว่า ไทยเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย ความเห็นจาก นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ระบุว่า สิ่งที่ภาคเอกชนอยากฝากถึงรัฐบาลใหม่มากที่สุด คือการเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน ซึ่งเป็นวิกฤตใหญ่ที่สุดในเวลานี้
ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ในระดับเกือบ 90% ต่อ GDP และหากรวมหนี้นอกระบบ ตัวเลขอาจสูงถึงประมาณ 104% สะท้อนว่ารายได้ของประชาชนจำนวนมากไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ส่งผลให้กำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจหดหายไปอย่างมาก
ปัญหาใหญ่ ๆ ที่อยากฝากรัฐบาลคือ 1.วิกฤต SMEs ผู้ประกอบการที่มีวงเงินสินเชื่อต่ำกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างน่ากังวล 2.ภาคการส่งออก เครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า 3.สภาพคล่องของ SMEs ที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน สินเชื่อธนาคารหดตัวต่อเนื่อง รัฐบาลควรออกมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินที่ตรงเป้าและแม่นยำ 4.สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีนที่ทะลักเข้าสู่ตลาด
ด้วยสภาพของวิกฤตทางเศรษฐกิจ มีเสียงเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กกต.เร่งขั้นตอนให้เกิดรัฐบาลได้เร็วขึ้น อาทิ การรับรองผลการเลือกตั้ง สัญญาณดีที่เกิดขึ้นยังได้แก่ ผลประชามติรัฐธรรมนูญ นับคะแนนแล้ว 94% คะแนนเห็นชอบ 19.8 ล้านเสียง ไม่เห็นชอบ 10.5 ล้านเสียง คิดเป็น 65.44% ต่อ 34.56% ไม่แสดงความคิดเห็น 2.8 ล้านเสียง ซึ่งจะนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญและยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่
เท่ากับจะมีการปรับโครงสร้างการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจด้วย ซึ่งน่าสนใจว่ารัฐธรรมนูญที่จะเริ่มกระบวนการจัดทำใหม่ จะช่วยยกระดับการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศได้มากน้อยแค่ไหน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โอกาสใหม่ของประเทศ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net