โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โอกาสใหม่ของประเทศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.พ. เวลา 03.34 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 03.34 น.

คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

ผลการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ชัดเจนว่าพรรคที่ได้อันดับ 1 คือพรรคภูมิใจไทย มี สส.ถึง 193 เสียง มากที่สุดในการเลือกตั้ง 3 ครั้งที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560

ส่วนอันดับรองลงไปคือพรรคประชาชน 118 เสียง อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย 74 เสียง อันดับ 4 พรรคกล้าธรรม 58 เสียง ตลาดหุ้นมีแรงบวกต้อนรับการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ในลักษณะที่มีเสถียรภาพมากขึ้น

แนวโน้มรัฐบาลผสมที่จะเกิดขึ้น ที่แกนนำพรรคภูมิใจไทยต้องการให้มีเสียงสนับสนุน 300 เสียง อาจประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม โดยพรรคภูมิใจไทยจะคุมกระทรวงหลักและกระทรวงเศรษฐกิจหลัก อาทิ มหาดไทย, ต่างประเทศ, คลัง, คมนาคม และพาณิชย์ โดยใช้ทีมเศรษฐกิจชุดที่เคยทำงานร่วมกันมาก่อนหน้านี้ ส่วนพรรคประชาชนแสดงจุดยืนแล้วว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย

ก่อนการเลือกตั้ง สภาพเศรษฐกิจของประเทศเป็นปัญหาที่หลายฝ่ายแสดงความกังวล ไม่ว่าจะเป็นภาคราชการ ภาคธุรกิจ และแวดวงวิชาการ สื่อต่างประเทศอย่างไฟแนนเชียลไทมส์ แห่งประเทศอังกฤษ พาดหัวข่าวระบุว่า ไทยเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย ความเห็นจาก นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ระบุว่า สิ่งที่ภาคเอกชนอยากฝากถึงรัฐบาลใหม่มากที่สุด คือการเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน ซึ่งเป็นวิกฤตใหญ่ที่สุดในเวลานี้

ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ในระดับเกือบ 90% ต่อ GDP และหากรวมหนี้นอกระบบ ตัวเลขอาจสูงถึงประมาณ 104% สะท้อนว่ารายได้ของประชาชนจำนวนมากไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ส่งผลให้กำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจหดหายไปอย่างมาก

ปัญหาใหญ่ ๆ ที่อยากฝากรัฐบาลคือ 1.วิกฤต SMEs ผู้ประกอบการที่มีวงเงินสินเชื่อต่ำกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างน่ากังวล 2.ภาคการส่งออก เครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า 3.สภาพคล่องของ SMEs ที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน สินเชื่อธนาคารหดตัวต่อเนื่อง รัฐบาลควรออกมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินที่ตรงเป้าและแม่นยำ 4.สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีนที่ทะลักเข้าสู่ตลาด

ด้วยสภาพของวิกฤตทางเศรษฐกิจ มีเสียงเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กกต.เร่งขั้นตอนให้เกิดรัฐบาลได้เร็วขึ้น อาทิ การรับรองผลการเลือกตั้ง สัญญาณดีที่เกิดขึ้นยังได้แก่ ผลประชามติรัฐธรรมนูญ นับคะแนนแล้ว 94% คะแนนเห็นชอบ 19.8 ล้านเสียง ไม่เห็นชอบ 10.5 ล้านเสียง คิดเป็น 65.44% ต่อ 34.56% ไม่แสดงความคิดเห็น 2.8 ล้านเสียง ซึ่งจะนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญและยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่

เท่ากับจะมีการปรับโครงสร้างการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจด้วย ซึ่งน่าสนใจว่ารัฐธรรมนูญที่จะเริ่มกระบวนการจัดทำใหม่ จะช่วยยกระดับการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศได้มากน้อยแค่ไหน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โอกาสใหม่ของประเทศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...