โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์โดนฟ้องร้อง “กว่า 2,000 คดี” หลังศาลฎีกาคว่ำภาษีครั้งใหญ่

เดลินิวส์

อัพเดต 01 มี.ค. เวลา 18.22 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. เวลา 10.36 น. • เดลินิวส์
ในช่วงหลายวันนับตั้งแต่ศาลฎีกาสหรัฐประกาศว่า มาตรการภาษีส่วนใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เป็นสิ่งผิดกฎหมาย บริษัทมากกว่า 100 แห่งก็ยื่นฟ้องร้องใหม่ ซึ่งเน้นย้ำถึงความกังวลอย่างกว้างขวางว่า รัฐบาลทรัมป์จะไม่คืนเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่เก็บไปแล้วโดยง่าย

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ว่า บริษัทมหาชนและแบรนด์ดังต่าง ๆ ดำเนินการขอคืนภาษี โดยเฟดเอ็กซ์ยื่นคำฟ้องเมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา ตามด้วยบริษัทอีกหลายแห่ง

ด้านผู้พิพากษาศาลฎีกาสหรัฐ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการคืนเงิน ส่งผลให้ประเด็นดังกล่าวตกอยู่กับศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ ในนครนิวยอร์ก

ในวันที่ 6 มี.ค. นี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐจะพิจารณาเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปในคดีความเดิมที่ถูกยื่นต่อศาลฎีกา ซึ่งอาจบ่งชี้ว่า รัฐบาลวอชิงตันเต็มใจที่จะจัดการกับข้อเรียกร้องที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือช้าเพียงใด

ขณะที่ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลของเขาอาจคัดค้านอาจคืนเงินภาษี หรือไม่ทำให้กระบวนการง่ายขึ้นเป็นอย่างน้อยที่สุด สำหรับผู้นำเข้าที่จ่ายภาษีแล้วมากกว่า 170,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.3 ล้านล้านบาท) ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การวิเคราะห์ของบลูมเบิร์กพบว่า คดีล่าสุดทำให้จำนวนคดีฟ้องร้องเรื่องภาษีเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2,000 คดี ซึ่งเป็นภาระงานที่หนักหนาสำหรับศาลการค้า และเป็นเพียงส่วนน้อยของผู้นำเข้าหลายแสนราย ซึ่งจ่ายภาษีที่ศาลฎีกาสหรัฐยกเลิกไปแล้ว

เฟดเอ็กซ์ระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัทดำเนินการที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิในฐานะผู้รับผิดชอบการนำเข้าสินค้า ในการขอคืนเงินภาษี หลังจากการตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐ ซึ่งหากมีการคืนเงินให้กับเฟดเอ็กซ์ บริษัทจะคืนเงินให้กับผู้ขนส่งและผู้บริโภคที่ถูกเก็บภาษีในตอนแรก.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...