โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

‘แสนสิริ’ เปิดตัว ‘ณภัทร ทวีสิน’ นำทัพ Growth Incubator ลงทุน 5 ธุรกิจใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 มี.ค. เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. เวลา 08.11 น.
ณภัทร ทวีสิน

ด้วยสภาพเศรษฐกิจซบเซา ท่ามกลางความหวังในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ การลงทุนจากต่างชาติ และการฟื้นตัวของตัวเลขนักท่องเที่ยว ภาคธุรกิจต้องหาแนวทางตั้งรับ อัพกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจเพื่อประคับประคองบริษัท

ผุดหน่วยธุรกิจ New S-Curve

ขณะที่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บิ๊กอสังหาริมทรัพย์เมืองไทยที่ไม่เคยถอยทัพและจำนนต่อสภาพเศรษฐกิจ ล่าสุดประกาศตั้งหน่วยธุรกิจใหม่ “Sansiri Growth Incubator” ลงทุนใน 5 ธุรกิจใหม่ ด้วยเม็ดเงินลงทุน 1,000 ล้านบาท ปั้น New S-Curve เติบโตนอกกรอบจากอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย

โดยมีสองผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงนำทัพ คนแรก “ณภัทร ทวีสิน” ทายาทคนโต “เศรษฐา ทวีสิน” ผู้ก่อตั้งแสนสิริ และอดีตนายกรัฐมนตรี ดีกรีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจจากฮาร์วาร์ด และปริญญาตรีสาขาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด นั่งเป็นกรรมการผู้จัดการ International Operations บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

ก่อนหน้านี้ผ่านการทำงานมาหลายตำแหน่ง เคยเป็น Associate Partner และทำงานกับ Boston Consulting Group (BCG) โดยมีหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านการสร้างการเติบโตเชิงกลยุทธ์ การปฏิรูปการดำเนินงานและการเข้าสู่ตลาดแก่บริษัทระดับโลกมากมาย

ขณะที่ “ศุภกร คงสมจิตต์” อีกแม่ทัพขับเคลื่อน ดีกรีก็ไม่ธรรมดา จบปริญญาโทบริหารธุรกิจ จาก Harvard Business School ยังเคยทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ เศรษฐกิจ และการลงทุนให้กับสำนักนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการฝ่าย Special Projects & Investment บมจ.แสนสิริ ขับเคลื่อนการลงทุนในธุรกิจใหม่ และเข้าซื้อสินทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจโรงแรม

“ณภัทร” นิยามตำแหน่งที่เขานั่งว่าเป็น “หมอธุรกิจ” ที่มีประสบการณ์ให้คำปรึกษาด้านการสร้างการเติบโตเชิงกลยุทธ์ การปฏิรูปการดำเนินงานและการเข้าสู่ตลาดแก่บริษัทระดับโลกมากว่า 10 ปี หลังจากนั้นก็เข้าดูแลธุรกิจโรงแรมและไลฟ์สไตล์ของเครือแสนสิริ ทั้งโรงแรม The Manner Soho ณ เมืองนิวยอร์ก, โรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน และโรงแรมเดอะ เภรีในไทย

ผลงานโดดเด่น คือ การพลิกโฉมแบรนด์ Standard International ให้ธุรกิจเติบโตในตลาดสากล รวมถึงยังมีบทบาทสำคัญในการขายแบรนด์ดังกล่าวให้ “ไฮแอท โฮเทลส์ คอร์ปอเรชั่น” ผ่านการเจรจาและออกแบบโครงสร้างธุรกรรมเพื่อความลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างรากฐานเชิงวัฒนธรรมของแบรนด์และการดำเนินงานระดับโลกของไฮแอท

เปิดโรดแมป 3 ปี มีรายได้ 25%

สำหรับ Sansiri Growth Incubator “ณภัทร” วางเป้าหมายภายใน 3 ปี (2569-2571) จะเป็นฟันเฟืองหลักเพื่อลงทุนในธุรกิจใหม่ โดยใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านบาท มุ่งเน้นไปที่ธุรกิจเอสเอ็มอีในกลุ่มเรียลเซ็กเตอร์ที่มีธุรกิจเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันที่ลูกค้าของแสนสิริมีอยู่กว่า 2 แสนรายเข้าถึงได้ เพื่อสร้างคอมมิวนิตี้การใช้ชีวิตครบวงจรที่ผู้คนสามารถอยู่อาศัย ทำงาน พักผ่อน และดูแลสุขภาพ ประกอบด้วย กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม, ไลฟ์สไตล์, โรงแรม, สินค้าอุปโภคบริโภค และการศึกษา

ซึ่งแสนสิริมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านจาก “การพัฒนาโครงการ” ไปสู่ “การพัฒนาชุมชน” แทนที่จะสร้างแค่ที่พักอาศัยแบบแยกส่วน เราต้องการสร้างระบบนิเวศ หรือ Ecosystem ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มความน่าดึงดูด สร้างความแตกต่างให้กับโครงการของแสนสิริ ซึ่งในระยะยาว สิ่งนี้จะสร้างการยกระดับมูลค่าที่ยั่งยืน และมูลค่าแบรนด์ที่แข็งแกร่งขึ้น ตั้งเป้าการเติบโตของบริษัทจากปี 2568 มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจหลัก 87% และธุรกิจอื่น 13% เป็นสัดส่วนรายได้ธุรกิจหลัก 75% และธุรกิจอื่น 25% ภายในปี 2573

“เราอยากใช้ประสบการณ์ที่เรามีในการลงทุนธุรกิจเอสเอ็มอีที่เราเห็นว่ามี Potential สูง และมีดีเอ็นเอเดียวกับแสนสิริให้ธุรกิจของเขาเติบโตขึ้นและมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าปีนี้จะต้องมี 5 ธุรกิจที่จะเข้าไปลงทุน และใช้ประสบการณ์เราทำให้เขาเติบโต 5-10 เท่าภายใน 3-5 ปี ซึ่ง Sansiri Growth Incubator เปรียบเสมือนเครื่องยนต์เร่งสปีดที่จะเข้าไปเอ็มพาวเวอร์ให้แบรนด์ท้องถิ่นกลายเป็น Global Brand”

จากข้อมูล EXIM Bank มีสถิติที่น่าสนใจว่า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนเอสเอ็มอี ในประเทศไทยที่ส่งออกได้แทบไม่เติบโต และมีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกไม่ถึง 10% ของประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 2.9 ล้านราย กำลังติดกับดักการแข่งขันในประเทศที่มีข้อจำกัด

ปี’69 ตั้งเป้าลงทุน 5 บริษัท

“ณภัทร” ระบุถึงเกณฑ์การคัดเลือกว่า จะดูคุณสมบัติของแต่ละบริษัทต้องมีรายได้อย่างน้อย 200-300 ล้านบาทต่อปี และแสนสิริจะเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 10-20% และลงทุน 20-30 ล้านบาท ซึ่งจำนวนเงินทุนขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ ส่วนเป้าในปีนี้จะเข้าไปลงทุนใน 5 บริษัท แต่อาจไม่ครอบคลุมธุรกิจ 5 ประเภท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพูดคุยกับ 3-5 บริษัท คาดว่าจะเปิดตัวธุรกิจแรกภายในครึ่งแรกของปี 2569

“ธุรกิจที่เราจะเข้าไป ดูแล้วมีดีเอ็นเอตรงกัน เป็นผู้ประกอบการมีศักยภาพ และประสบความสำเร็จ มีโอกาสที่รายได้จะแตะ 1,000 ล้านบาท เขาจะอยากเติบโตแบบไหน เข้าไอพีโอ หรือเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ หรืออยากมีกำไรที่แข็งแกร่ง โดยแสนสิริต้องมีส่วนได้ส่วนเสีย ถือหุ้นอย่างน้อย 10% และนั่งในบอร์ดบริหาร ธุรกิจของเขาไม่จำเป็นต้องอยู่ในโครงการเราก็ได้ แต่ต้องเป็นธุรกิจที่ลูกค้าเราจับต้องได้ เพื่อสร้างสังคม Integrated Living”

สปริงบอร์ดหนุนรายเล็กเติบโต

ด้าน “ศุภกร” เปรียบเทียบกลยุทธ์การลงทุนในครั้งนี้ของแสนสิริว่า จะเข้าไปเป็น “สปริงบอร์ด” ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้วยการใช้ทรัพยากร เครือข่ายธุรกิจและข้อมูลดาต้าสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างก้าวกระโดด

“แสนสิริไม่ได้ลงทุนเพื่อเข้าซื้อบริษัท แต่เข้าไปเพื่อสนับสนุน โดยเราไม่ลงทุนในบริษัทที่มั่นคงแล้วทั้งรายได้และการเติบโต ในวันนี้แสนสิริเรามองช่วงต้นของธุรกิจที่มี 2-3 สาขาและมีสินค้าแล้ว แต่อยู่ในช่วงปรับกระบวนการทำงาน เราเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงซัพพอร์ตด้านต่าง ๆ เริ่มต้นที่หัวเมืองใหญ่ ๆ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ ที่เรามีโครงการอยู่”

ส่วนเหตุผลด้านการไม่ได้ลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง AI หรือ Biotech เนื่องจากต้องการเลือกธุรกิจที่แสนสิริสามารถเข้าไปเพิ่มมูลค่าให้กับกลุ่มเป้าหมายของแสนสิริได้โดยตรง การลงทุนนี้เป็นการมองระยะยาว โดยไม่มีการบังคับ Exit หรือขายกิจการภายใน 5-7 ปี เหมือนกองทุนทั่วไป แต่จะพิจารณาตามแผนการเติบโต เช่น การพาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) ตามความเหมาะสมและวิสัยทัศน์ร่วมกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘แสนสิริ’ เปิดตัว ‘ณภัทร ทวีสิน’ นำทัพ Growth Incubator ลงทุน 5 ธุรกิจใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...