โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ เปิดประชุมฉุกเฉิน กรณีสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

Xinhua

อัพเดต 1 มีนาคม 2569 เวลา 21.39 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จัดประชุมฉุกเฉิน กรณีการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ-อิสราเอล ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์กของสหรัฐฯ วันที่ 28 ก.พ. 2026)

สหประชาชาติ, 1 มี.ค. (ซินหัว) — คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ได้เปิดประชุมฉุกเฉินว่าด้วยเรื่องอิหร่านเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) ที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลทำการโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน ในช่วงก่อนหน้าของวันเดียวกัน

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวแถลงประณามการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน รวมถึงการโจมตีโต้กลับของอิหร่านในเวลาต่อมา โดยระบุว่าเป็นการละเมิด “อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของบาห์เรน อิรัก จอร์แดน คูเวต กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์”

กูเตอร์เรสเตือนว่า ปฏิบัติการทางทหารนี้เสี่ยงที่จะจุดชนวนให้เกิดเหตุการณ์ต่อเนื่องที่ไม่มีใครสามารถควบคุมได้ในภูมิภาคที่เปราะบางที่สุดของโลก พร้อมย้ำว่าทุกฝ่ายต้องเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศเสมอ

“ไม่มีทางเลือกอื่นใดที่สามารถทำได้ นอกจากการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศโดยสันติ” กูเตอร์เรสกล่าว พร้อมเสริมว่าสันติภาพที่ยั่งยืนนั้นจะเกิดขึ้นได้ด้วยแนวทางอันสันติเท่านั้น ซึ่งรวมถึงการเจรจาและการสื่อสารอย่างจริงใจ

กูเตอร์เรสกล่าวว่า การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเกิดขึ้นหลังจากการเจรจาทางอ้อมรอบที่ 3 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยมีโอมานเป็นคนกลาง ซึ่งมีการเตรียมการสำหรับการเจรจาทางเทคนิค ณ กรุงเวียนนาในสัปดาห์หน้าไว้แล้ว ตามด้วยการเจรจาทางการเมืองรอบใหม่ “ผมรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่โอกาสทางการทูตนี้ถูกทำให้สูญเปล่า” เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวพร้อมเรียกร้องให้มีการลดระดับความตึงเครียดและยุติการสู้รบทันที ทั้งยังเตือนด้วยว่า “ทางเลือกอื่นที่เหลือคือความขัดแย้งที่อาจขยายวงกว้างขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อพลเรือนและความมั่นคงในภูมิภาค”

กูเตอร์เรสกล่าวว่า เราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ พร้อมกระตุ้นให้ทุกฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

อามีร์-ซาอีด อิราวานี (Amir-Saeid Iravani) เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ เรียกการโจมตีอิหร่านครั้งนี้ว่าเป็น “การรุกรานโดยที่ไม่ได้ถูกยั่วยุก่อน และมีการเตรียมการมาล่วงหน้า” และเป็นการโจมตีอิหร่านครั้งที่สองในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เขากล่าวด้วยว่าการโจมตีดังกล่าว “จงใจ” พุ่งเป้าไปที่เขตที่อยู่อาศัยของพลเรือนที่หนาแน่นในหลายเมืองใหญ่ ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายร้อยราย

เขายังประณามว่าการโจมตีทางทหารครั้งนี้เป็น “การรุกรานที่โจ่งแจ้งและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ” พร้อมระบุว่า “ไม่มีเหตุผลรับรอง คำกล่าวหา หรือการสร้างเรื่องบิดเบือนใดๆ ที่จะสามารถสร้างความชอบธรรมหรือใช้เป็นข้ออ้างให้กับการก่ออาชญากรรมและการรุกรานที่ประจักษ์ชัดนี้ได้” ขณะเดียวกันก็ตั้งข้อสังเกตว่าการโจมตีดังกล่าวถือเป็น “การก่อสงครามต่อระเบียบกฎหมายระหว่างประเทศ ที่สหประชาชาติและคณะมนตรีความมั่นคงได้สร้างขึ้นมากว่าแปดทศวรรษที่ผ่านมา”

ด้าน ฟู่ชง ผู้แทนถาวรของจีนประจำสหประชาชาติ ระบุว่าจีนแสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อการยกระดับความตึงเครียดอย่างฉับพลันในภูมิภาค หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางทหารต่อเป้าหมายในอิหร่านอย่างอุกอาจ

ฟู่ชงระบุว่า จีนเชื่อเสมอว่าทุกฝ่ายควรปฏิบัติตามวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ โดยจีนคัดค้านและประณามการใช้กำลังหรือการข่มขู่ว่าจะใช้กำลังในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมเสริมว่าอธิปไตย ความมั่นคง และบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่านรวมถึงประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคต้องได้รับการเคารพ

ขณะที่วาสซิลี เนเบนเซีย (Vasily Nebenzya) เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ กล่าวว่าการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็น “การรุกรานด้วยอาวุธที่จงใจ มีการเตรียมการล่วงหน้า และไม่ได้ถูกยั่วยุ ซึ่งกระทำต่อรัฐสมาชิกสหประชาชาติที่มีอำนาจอธิปไตยและเป็นอิสระ อันเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานและบรรทัดฐานของกฎหมายระหว่างประเทศโดยตรง”

เขากล่าวว่า การดำเนินการที่ขาดความรับผิดชอบของสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้ทำลายสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงในตะวันออกกลาง พร้อมสำทับว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลครั้งนี้คือ “การทรยศต่อการทูต”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...