โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฆ่าฝังดิน หนุ่ม 19 ถูกแทงพรุนกว่า 30 แผล เพื่อนวิ่งร่างโชกเลือดขอชาวบ้านช่วย โดนแทงโคม่า

Khaosod

อัพเดต 01 มี.ค. เวลา 23.13 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. เวลา 10.15 น.

ฆ่าฝังดิน หลังวัด หนุ่ม 19 ถูกแทงพรุนกว่า 30 แผล เพื่อนวิ่งร่างโชกเลือดขอชาวบ้านช่วย โดนแทงโคม่า บอกมากัน 2 คน ชาวบ้านสวมรอยนักสืบ แกะรอยจนไปพบหลุม ฝังกลบอย่างดี

วันที่ 1 มี.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจิตศรีสะเกษธรรมสถาน จุดไพรบึง จุดขุนหาญ และจุดขุขันธ์ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบในพื้นที่บ้านไม้แก่น หมู่ 12 ต.สำโรงพลัน อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพถูกฝังดินใกล้วัดบ้านไม้แก่น

ที่เกิดเหตุเป็นป่ายูคาลิปตัส อยู่ด้านหลังวัด ห่างจากชุมชนพอสมควร ภายในพบหลุมดินขนาดยาวประมาณ 1.9 เมตร ลึกประมาณ 20 เซนติเมตร มีดินและใบไม้ปกคลุมอย่างแนบเนียน คล้ายพยายามอำพรางไม่ให้สังเกตเห็น เมื่อเจ้าหน้าที่ขุดตรวจสอบ พบศพชายวัยรุ่น สวมกางเกงยีนขายาวสีดำ เสื้อแขนยาวสีดำ สภาพศพเริ่มแข็งตัว ทราบชื่อคือ นายสิทธิศักดิ์ หรือมิกซ์ แทนพัน อายุ 19 ปี ถูกของมีคมแทงตามร่างกายกว่า 30 แผล ภายในตัวพบเงินสด 100 บาท และไฟแช็ก 1 อัน

ใกล้กันพบรองเท้า 1 คู่ คาดว่าเป็นของผู้ตาย ซองบุหรี่ ขวดเครื่องดื่ม และมีดปลายแหลมยาวประมาณ 15 เซนติเมตร สภาพหักตกอยู่ในพื้นที่ รวมทั้งพบคราบเลือดกระจายหลายจุด สันนิษฐานว่าอาจมีการต่อสู้หรือไล่ทำร้ายกันก่อนจะมีการเคลื่อนย้ายศพมาฝังอำพราง

จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่า คืนวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ยินเสียงเอะอะคล้ายวัยรุ่นทะเลาะกัน จากนั้นมีชายวัยรุ่นอีก 1 คน วิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือในหมู่บ้าน สภาพมีเลือดไหลอาบเต็มตัว ชายผู้บาดเจ็บทราบชื่อภายหลังคือ นายกิตติศักดิ์ หรืออ้น ดอนแพง อายุ 19 ปี ถูกแทงใต้ราวนมขวา 2 แผล และถูกแทงด้านหลังอีก 4 แผล อาการสาหัส เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ก่อนจะส่งต่อไปรักษาที่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ล่าสุดอาการยังอยู่ในขั้นวิกฤต

นายบุญเลี้ยง ไพรวงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 บ้านไม้แก่น เปิดเผยว่า ในคืนเกิดเหตุได้รับแจ้งว่ามีวัยรุ่นถูกทำร้ายบาดเจ็บ จึงเข้าไปช่วยเหลือ พร้อมสอบถามผู้บาดเจ็บว่าเดินทางมากับใคร ผู้บาดเจ็บระบุว่ามาด้วยกัน 2 คน เมื่อถามว่าอีกคนอยู่ที่ใด เจ้าตัวตอบว่าไม่ทราบ ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดคนละทิศละทาง ภายหลังนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบตัวผู้สูญหาย

กระทั่งรุ่งเช้า ญาติของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นกำนันจาก ต.ไพร อ.ขุนหาญ เดินทางมาตามหาบุคคลที่มาด้วยกัน โดยทราบว่าทั้งสองขี่รถจักรยานยนต์สีเหลืองมา แต่กลับพบเพียงผู้บาดเจ็บรายเดียว ชาวบ้านจึงช่วยกันย้อนกลับไปตรวจสอบบริเวณวัดอีกครั้ง สังเกตพบคราบเลือดติดอยู่ตามใบไม้และพื้นดินเป็นระยะๆ จึงช่วยกันเดินแกะรอยตามคราบเลือดดังกล่าว พบทั้งรอยล้อรถจักรยานยนต์และคราบเลือดเพิ่มเติม นำไปสู่ป่ายูคาด้านหลังวัด ก่อนพบจุดต้องสงสัยมีร่องรอยดินถูกกลบใหม่ เมื่อขุดดูจึงพบร่างผู้เสียชีวิตถูกฝังอยู่

ด้าน นายมณี เบ็ญมาตร กำนันตำบลไพร อำเภอขุนหาญ ซึ่งเป็นตาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ก่อนหน้านี้ได้พาหลานไปสมัครเป็นทหารอาสา และอยู่ระหว่างรอรายงานตัวในเดือนเมษายนนี้ ไม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุร้ายแรงเช่นนี้

ครั้งสุดท้ายที่พบหลานคือช่วงเย็นวันที่ 28 ก.พ. ที่บ้าน สังเกตว่าหลานมีท่าทีลุกลี้ลุกลน คล้ายมีเรื่องกังวลใจบางอย่าง แต่ไม่ได้พูดคุยรายละเอียดมากนัก โดยปกติหลานจะมาขอยืมรถจักรยานยนต์และขอเงินเล็กน้อย ซึ่งตนมักจะวางเงินไว้ตามจุดต่างๆ ภายในบ้านให้หยิบไปเอง วันดังกล่าวได้วางเงินไว้ 40 บาท ก่อนจะมาทราบข่าวร้ายในวันถัดมา ไม่คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอหน้า หลานกำลังจะมีอนาคต รอเข้ารับราชการทหาร อยากฝากถึงผู้ก่อเหตุ หากมีปัญหาใดๆ ควรออกมาพูดคุยกัน การกระทำแบบนี้โหดร้ายเกินไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว การทะเลาะวิวาท หรือสาเหตุอื่นๆ โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบรอยเลือด อาวุธมีดที่พบ รวมถึงสอบปากคำพยานแวดล้อมอย่างละเอียด พร้อมรออาการผู้บาดเจ็บดีขึ้นเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม เร่งคลี่คลายคดี เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฆ่าฝังดิน หนุ่ม 19 ถูกแทงพรุนกว่า 30 แผล เพื่อนวิ่งร่างโชกเลือดขอชาวบ้านช่วย โดนแทงโคม่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...