โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สว. ลงชื่อครบ 1 ใน 5 ชงปธ.วุฒิสภา ยื่นศาลฎีกาถอด "เอกวิทย์" ปมสินบนทองคำ

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

มีรายงานข่าวจากทาง สว. ระบุว่า ขณะนี้ทางสมาชิก สว. ลงชื่อครบ/เกินจำนวน 1 ใน 5 ของจำนวน สว.ที่มีอยู่ทั้งหมดไปเเล้ว (กฎหมายกำหนด1ใน5 คือจำนวน 40 คน ) เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากหนังสือของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร.

ส่งถึง สว. เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา เพื่อขอให้

ขอให้สว. เข้าชื่อในหนังสือเเละยื่นถึงนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เพื่อให้ยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาฯดำเนินการเอาผิดนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. กรณีถูกกล่าวหารับสินบนทองคำ 246 บาท โดย บก.ปปป. ได้ดำเนินคดีกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นายเอกวิทย์ เเละพวกไปเเล้ว

นอกจากนี้ยังขอให้ สว. เสนอเรื่องต่อประธานวุฒิสภา ให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 กรณีกล่าวหานายเอกวิทย์ เพื่อขอให้นายมงคลส่งเรื่องต่อประธานศาลฎีกา เเต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาสอบสวนกรณีนายเอกวิทย์

เเหล่งข่าวจาก สว. เเจ้งว่า หากประธานศาลฎีการับเรื่องนี้และตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาสอบสวน ถือว่ากรรมการ ป.ป.ช.ถูกตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ เป็นครั้งเเรกเเละนายเอกวิทย์ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีการตัดสินในกรณีนี้

โดยขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ที่วางหลักว่า การไต่สวนกรณีกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช.นั้น กระทำได้โดยสส. สว.หรือสมาชิกของทั้งสองสภาจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหาว่ากรรมการป.ป.ช. ผู้ใดกระทําการตามมาตรา 234

(1) โดยยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาพร้อมด้วยหลักฐานตามสมควร หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทําตามที่ถูกกล่าวหา ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระจากผู้ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เพื่อไต่สวนหาข้อเท็จจริง

ส่วนรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 ระบุว่า เมื่อดําเนินการไต่สวนแล้วเสร็จ ให้คณะผู้ไต่สวนอิสระดําเนินการดังต่อไปนี้ (1) ถ้าเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูลให้สั่งยุติเรื่อง และให้คําสั่งดังกล่าวเป็นที่สุด

(2) ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย โดยให้นําความในมาตรา 235 วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคหกมาใช้บังคับโดยอนุโลม

(3) ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา และมิใช่กรณีตาม (2) ให้ส่งสํานวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดําเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง และให้นําความในมาตรา 235 วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...