โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เท้ง ณัฐพงษ์ กับการพิสูจน์ตัวเองเพื่อเรียกศรัทธาประชาชน ในฐานะผู้นำ ‘พรรคส้ม’ รุ่นที่ 3

THE STANDARD

อัพเดต 46 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เท้ง ณัฐพงษ์ กับการพิสูจน์ตัวเองเพื่อเรียกศรัทธาประชาชน ในฐานะผู้นำ ‘พรรคส้ม’ รุ่นที่ 3

“ผมอยากได้รับการยอมรับต่อตัวเองและจากคนอื่น ว่าผมเป็นคนหนึ่งที่ช่วยเข้ามาแก้ระบบในประเทศนี้ให้ดีขึ้น” เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับรายการ The Secret Sauce

นี่คือหมุดหมายสำคัญของชายที่ก้าวขึ้นมารับไม้ต่อในวันที่พรรคต้องเผชิญกับพายุการเปลี่ยนแปลง ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าเขาอาจไม่ได้มีบุคลิกภาพผู้นำที่ดุดันเหมือนรุ่นพี่อย่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

จากคนที่สงสัยในตัวเอง และไม่เชื่อว่าจะเป็นผู้นำพรรคกระแสหลักแห่งยุค กลับได้เรียนรู้บทพิสูจน์ที่ว่า ผู้นำที่เน้น ‘ระบบ’ และ ‘การฟัง’ กำลังจะกลายเป็น ‘The New Sauce’ ของการเมืองไทยในยุคถัดไป

🟡 ผู้นำพรรคคนใหม่ ซื้อใจคนอย่างไร

คนรุ่นใหม่อาจคุ้นเคยกับเท้ง ณัฐพงษ์ในฐานะนักการเมืองสายดิจิทัล แต่เมื่อเขาลงพื้นที่ต่างจังหวัด เขาได้รับการต้อนรับด้วยคำเรียกเล่นๆ ว่า ‘ลูกชายแห่งชาติ’

“เวลาไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่ในต่างจังหวัด เขาจะยกมือไหว้สวัสดี แล้วก็เรียกผมว่าลูกชายเลย เอ็นดูกันมาก” เท้งเสริมอีกว่าสิ่งนี้กลับกลายเป็นสะพานเชื่อมที่ทรงพลังอย่างยิ่งในการเชื่อมคนต่างรุ่นเข้าด้วยกัน

เขาไม่ได้เปลี่ยนบุคลิกให้ดูดุดันเพื่อให้สมบทบาทผู้นำพรรคใหญ่ แต่เลือกใช้ความสุภาพและการรับฟังอย่างจริงใจ เป็นทางผ่านไปสู่บทสนทนากับคนรุ่นพ่อแม่ที่เคยไม่เข้าใจ หรือแม้แต่ไม่เคยสนับสนุนพรรคมาก่อน

เขาย้ำว่า ความนุ่มนวลไม่ใช่การยอมตามทุกอย่าง แต่คือวิธีการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้พูดคุยกันได้ในเรื่องยากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรา 112 เรื่องทหาร หรือแม้แต่รัฐธรรมนูญ

🟡 รับมือกับแผลเก่าของพรรคอย่างไร

อีกหนึ่งความท้าทายที่เขาต้องเจอ คือบาดแผลจากการตัดสินใจของพรรคในอดีต เช่น การลงมติสนับสนุนอนุทิน ชาญวีรกุลขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี จนทำให้ผู้สนับสนุนบางส่วนรู้สึกผิดหวัง

“การตัดสินใจนั้นเกิดจากกระบวนการฟังสมาชิกพรรคอย่างรอบด้าน และเรายอมรับว่ามันทำให้บางคนผิดหวังจริง ๆ” เท้งยอมรับ

จุดยืนของเขาคือพร้อมรับผิด ไม่ใช่เพราะคิดว่าตัวเองไม่เคยพลาด แต่เพราะเชื่อว่าผู้นำที่ดีไม่ควรหนีความรับผิดชอบ

🟡 ชนชั้นนำคือศัตรูของพรรคปชน.หรือไม่ และจะดีลอย่างไร

คำถามที่พรรคประชาชนต้องเผชิญเสมอคือ จะเอายังไงกับคนกลุ่ม 0.1% ที่กุมอำนาจทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมไว้

เท้งไม่มองชนชั้นนำเป็นศัตรูที่ต้องล้มให้ได้ แต่คือกลุ่มที่ต้องเจรจาด้วยอย่างมีเป้าหมาย

🔸เปลี่ยนจากการล้มสู่การเลื่อน: เขาเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องใช้การล้มล้างเป็นเครื่องมือ แต่ใช้ ‘ความยั่งยืน’ เป็นจุดตั้งต้น เพราะสุดท้ายอนาคตของคน 0.1% ก็ผูกอยู่กับเสถียรภาพของคน 99%

🔸เปิดดีลบนโต๊ะ ไม่ใช่หลังฉาก: เขาย้ำว่าทุกอย่างต้องอยู่ในระบบที่โปร่งใส พรรคพร้อมพูดคุยแม้กับคนที่เคยอยู่ฝั่งตรงข้าม หากเจตนาร่วมคือการออกแบบอนาคตใหม่ให้ประเทศ

🔸ประนีประนอมได้ แต่ต้องขยับ: เท้งยอมรับว่ากลุ่มอำนาจเดิมอาจต้องการเวลาในการปรับตัว แต่สิ่งที่พรรคไม่ยอมคือการ ‘หยุดนิ่ง’ เพื่อรักษาฐานอำนาจแบบเดิม

🟡 ปรับดิจิทัลให้เป็นเกราะกันโกงได้อย่างไร

พรรคประชาชนเชื่อว่า ‘คอร์รัปชัน’ ไม่ได้เกิดจากคนเลวเพียงไม่กี่คน แต่เกิดจากระบบที่เปิดช่องให้โกงได้ง่าย และยากจะตามรอย ในมุมของเขา วิธีการที่ยั่งยืนที่สุดไม่ใช่การไล่จับ แต่คือการออกแบบระบบที่โกงได้ยากตั้งแต่แรก ด้วยแนวคิดดิจิทัล

🔸e-Invoice กลาง: ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์จะทำให้ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างเชื่อมโยงกันได้ทั้งประเทศ ตรวจสอบได้เรียลไทม์ และลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในระดับหน้างาน

🔸คูปองกลางแทนงบโครงการ: เช่น คูปองการศึกษา หรือคูปองเกษตร รัฐไม่ต้องจัดซื้อจัดจ้างเอง แต่แค่สร้างระบบให้ประชาชนเลือกบริการที่ต้องการแล้วรัฐอุดหนุนตามสิทธิ โมเดลนี้ลดโอกาสทุจริต ทั้งในส่วนของงบแฝง และการผูกขาดจากผู้รับเหมาหน้าเดิม

🔸รัฐต้องไม่ผูกขาดเทคโนโลยี: เขาเน้นว่ารัฐไม่ควรผูกขาดทั้งเทคโนโลยีและข้อมูล แต่ต้องทำหน้าที่เป็น Enabler วางกติกาที่เป็นธรรม และเปิดให้เอกชนหรือชุมชนเข้ามามีบทบาทในการสร้างนวัตกรรมร่วมกัน

สำหรับเขา การแก้คอร์รัปชันไม่ใช่แค่เรื่องของเจตนารมณ์ แต่คือเรื่องของ ‘ดีไซน์’ ถ้าระบบมันเอื้อให้โปร่งใสตั้งแต่ต้น ก็ไม่ต้องรอคนดีมานั่งเฝ้าทุกจุด

ในโลกการเมืองที่ผู้คนเริ่มระแวงกับคำสัญญา และเบื่อความดราม่าซ้ำซาก เท้ง ณัฐพงษ์ อาจไม่ใช่ผู้นำที่ปลุกพลังมหาชนด้วยประโยคเดียว บทพิสูจน์ของเขาในวันนี้จึงไม่ใช่การทำให้คนปรบมือทันที แต่คือการค่อย ๆ ทำให้คนเห็นว่า ‘การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง’ แม้จะช้าและไม่โรแมนติก แต่จำเป็นและยั่งยืนกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...