โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แฉสามีนางเอกหลอกลงทุนคริปโต เสียหาย 1300 ล้าน หนีหมายจับซุกดูไบ

Manager Online

เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 08.06 น. • MGR Online

วงการบันเทิงและตลาดทุนสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อกลุ่มผู้เสียหายกว่า 30 ชีวิต รวมตัวพึ่งกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) แฉพฤติการณ์สุดอุกอาจของนักธุรกิจหนุ่ม สามีนางเอกแถวหน้าของเมืองไทย ตั้งตัวเป็นกูรูหลอกระดมทุนเหรียญคริปโต อวดอ้างผลตอบแทนเกินจริงสูงถึง 500 เท่า สร้างโปรไฟล์หรูประกบวีไอพีระดับโลกจนเหยื่อหลงเชื่อตกหลุมพรางกว่าพันราย มูลค่าความเสียหายพุ่งทะลุ 1,300 ล้านบาท ล่าสุดความแตกหอบเงินหนีซุกดูไบ ทิ้งหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชนปี 2568 ไว้เบื้องหลัง ซ้ำเติมเหยื่อด้วยคำขู่เย้ยหยันกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ตัวแทนผู้เสียหายจี้ตำรวจเร่งสางคดี หวั่นผู้กระทำผิดลอยนวลและถ่ายเททรัพย์สินผ่านระบบฟอกเงินข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (กองปราบปราม) ถนนพหลโยธิน ดร.แทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พร้อมด้วย นายสุเชษฐ์ หรือ เก่ง ผู้ช่วย และกลุ่มตัวแทนผู้เสียหายกว่า 30 ชีวิต ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. เพื่อทวงถามความยุติธรรมและดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับนักธุรกิจหนุ่ม ซึ่งเป็นสามีของดาราสาวระดับนางเอกแถวหน้าของวงการบันเทิงไทย หลังตกเป็นเหยื่อในขบวนการหลอกลวงลงทุนสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโต ที่สร้างความเสียหายระดับมหภาค มูลค่ารวมกว่า 1,300 ล้านบาท

นายแทนคุณ จิตอิสระ เปิดเผยพฤติการณ์อันแยบยลของขบวนการนี้ว่า ผู้ก่อเหตุได้อาศัยภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือทางสังคมในฐานะสามีนางเอกดัง เข้ามาชักชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนในโปรเจกต์เหรียญคริปโตสกุลหนึ่ง โดยใช้กลยุทธ์จูงใจด้วยตัวเลขผลตอบแทนที่สูงลิ่วถึง 500 เท่าของเงินลงทุน กำหนดดีลครบสัญญาในวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ทว่าเมื่อถึงกำหนดเวลาตามนัดหมาย กลับเกิดสภาวะขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ผู้ลงทุนไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ เมื่อทวงถามไปยังผู้ก่อเหตุ กลับได้รับคำชี้แจงที่ฟังไม่ขึ้น โดยอ้างว่าระบบแพลตฟอร์มถูกแฮกเกอร์โจมตี และติดล็อกข้อกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันการฟอกเงินของต่างประเทศ ทำให้การลงทุนเกิดภาวะชะงักงัน

จากการเจาะลึกข้อมูลประวัติย้อนหลังพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า ในปี 2568 นักธุรกิจรายนี้เคยถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชนมาแล้ว จนนำไปสู่การออกหมายจับโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ผู้ต้องหากลับใช้ช่องโหว่หลบหนีออกนอกประเทศ โดยปัจจุบันสืบทราบว่าได้ไปกบดานอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ นครดูไบ

ในมุมมองทางกฎหมาย นายแทนคุณ วิเคราะห์ว่า พฤติกรรมของนักธุรกิจรายนี้เข้าข่ายความผิดฉกรรจ์หลายข้อหา ไม่ว่าจะเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และที่สำคัญที่สุดคือเข้าข่ายความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งจะเปิดทางให้หน่วยงานรัฐสามารถเข้ายึดและอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดในอนาคตได้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาคอขวดที่ทำให้คดีความล่าช้า เกิดจากผู้เสียหายจำนวนมากขาดความรู้ความเข้าใจในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทางดิจิทัล ผนวกกับปัญหาเชิงโครงสร้างของกระบวนการยุติธรรมที่มีการโยกย้ายพนักงานสอบสวนตามวาระ ทำให้สำนวนคดีถูกเปลี่ยนมือ ขาดความต่อเนื่องและประสิทธิภาพในการติดตามจับกุม

ด้านตัวแทนผู้เสียหาย ได้ออกมาแฉกลยุทธ์การตลาดของขบวนการนี้ว่า ตนเองมาเป็นตัวแทนของคุณอาที่ตกเป็นเหยื่อโดยตรง จุดเริ่มต้นมาจากความสนใจด้านการลงทุนและได้พบเพจเฟซบุ๊กที่เปิดสอนสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับตลาดคริปโต เมื่อเข้าร่วมรับฟังการบรรยาย จึงถูกโน้มน้าวให้ร่วมลงทุนหลักล้านบาท โดยโมเดลธุรกิจที่นำมาเสนอคือการซื้อสัญญาลงทุนในเหรียญคริปโต ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับการฝากเงินประจำ

ขณะที่ผู้ก่อเหตุสร้างเงื่อนไขสัญญาการลงทุนที่เย้ายวนใจ โดยรับประกันผลตอบแทนทวีคูณถึง 500 เท่าหากถือครองจนครบกำหนดสัญญา พร้อมวาดฝันว่ามูลค่าเหรียญจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในช่วงแรกผู้ลงทุนยังคงได้รับผลตอบแทนตามปกติ เพื่อสร้างความตายใจ จนกระทั่งคุณอาของคุณเกรซตัดสินใจทุ่มเงินลงทุนเพิ่มอีก 70,000 บาทในชื่อของตนเอง แต่เมื่อถึงกำหนดชำระคืน กลับเผชิญกับข้ออ้างสารพัดจากสามีนางเอกดัง ทั้งเรื่องระบบถูกแฮกและปัญหาทางเทคนิคที่ไม่รู้จบ

อย่างไรก็ดีความน่ากลัวของขบวนการนี้คือการสร้างเกราะกำบังความน่าเชื่อถือ หรือโปรไฟล์ที่หรูหรา ผู้ก่อเหตุจงใจเผยแพร่ภาพถ่ายร่วมเฟรมกับบุคคลสำคัญระดับประเทศและระดับโลก อาทิ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตลอดจนผู้นำและผู้มีอิทธิพลในนครดูไบ นอกจากนี้ยังตั้งตนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี สถาปนาตัวเองว่าเป็นผู้ถือครอง บิทคอยน์ จำนวนมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งภาพลักษณ์ระดับมหาเศรษฐีนี้เองที่ทำให้การจัดสัมมนาแต่ละครั้งมีผู้คนหลงเชื่อเข้าร่วมหลักร้อยถึงหลักพันคน

นอกจากนี้ผลกระทบที่ตามมานั้นเกินกว่าจะประเมินค่าได้ทางตัวเลข ผู้เสียหายหลายรายนำเงินเก็บทั้งชีวิตมาลงทุน บางรายป่วยเป็นโรคมะเร็งร้ายแรง หวังจะนำเงินก้อนนี้มาต่อลมหายใจรักษาตัว แต่กลับต้องพบกับความสูญเปล่าจนวาระสุดท้ายของชีวิตโดยไม่มีโอกาสได้รับการรักษา ในขณะที่ผู้กระทำผิดกลับใช้ชีวิตอย่างหรูหราสุขสบายในต่างแดน ซ้ำร้ายยังแสดงพฤติกรรมเย้ยหยัน ข่มขู่ผู้เสียหายว่าไม่มีทางฟ้องร้องชนะคดี และต่อว่ากลุ่มคนที่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมว่าเป็นพวกโง่เขลา ส่งผลให้ผู้เสียหายหลายรายเกิดความหวาดกลัวและเลือกที่จะเก็บงำความสูญเสียไว้ในใจ

อย่างไรก็ตามบางคนถึงขั้นโทษตัวเองว่าเป็นความผิดพลาดที่ตัดสินใจลงทุน และยังมีอีกกลุ่มที่ยังคงหลอกตัวเองว่าผู้ก่อเหตุมีฐานะร่ำรวยและโปรไฟล์ดี คงไม่ลดตัวมาฉ้อโกง และเฝ้ารอคอยเงินคืนอย่างเลื่อนลอย ปัจจุบัน ฐานข้อมูลของผู้เสียหายในกลุ่มนี้ทะลุหลัก 1,000 ราย โดยมียอดความเสียหายรวมพุ่งสูงกว่า 1,300 ล้านบาท

ทั้งนี้สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือ แม้พฤติการณ์ฉ้อโกงจะถูกเปิดโปง แต่เครือข่ายเว็บไซต์และช่องทางการชักชวนลงทุนของสามีนางเอกดังรายนี้ ยังคงเปิดดำเนินการและเคลื่อนไหวอยู่บนโลกออนไลน์อย่างท้าทายกฎหมาย ซึ่งหมายความว่า ในวินาทีนี้ อาจยังมีเหยื่อบริสุทธิ์อีกจำนวนมากที่กำลังก้าวพลาดตกลงไปในหลุมพราง โดยที่ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังสูญเสียทรัพย์สินให้กับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติกลุ่มนี้

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...