โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เห็นด้วย 'เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ' ไร้เงื่อนไข 'แปลงเพศ' ชี้รัฐต้องสร้างระบบตรวจสอบสกัดอาชญากรรม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 มี.ค. เวลา 04.29 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. เวลา 04.29 น.

จากกรณีที่สังคมไทยมีการถกเถียงเกี่ยวกับแนวคิดการเปิดโอกาสให้บุคคลข้ามเพศ (Transgender) สามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อให้สอดคล้องกับเพศสภาพของตน เช่น จาก “นาย” เป็น “นางสาว” หรือในทางกลับกัน ได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งในมิติสิทธิ ความเท่าเทียม และผลกระทบทางสังคม

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ที่ปรึกษามูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าวว่า โดยหลักการเห็นด้วยกับแนวคิดการให้ผู้ข้ามเพศสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อได้ เนื่องจากเป็นการยอมรับอัตลักษณ์และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคล โดยหลักการถือว่าเหมาะสม เพราะเมื่อบุคคลมีเพศสภาพที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ก็ควรมีคำนำหน้าชื่อที่สะท้อนเพศสภาพนั้น หากบุคคลที่มีเพศสภาพเป็นผู้หญิง แต่ยังต้องใช้คำนำหน้าว่า “นาย” ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่สอดคล้องกับตัวตนของตนเอง

“เมื่อเพศสภาพของเขาเปลี่ยนไปแล้ว เขาก็ควรมีคำนำหน้าชื่อที่สอดคล้องกับเพศสภาพนั้น การเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อจึงเป็นการรองรับอัตลักษณ์และความเป็นมนุษย์ของแต่ละคน” นายจะเด็จ กล่าว

นายจะเด็จ กล่าวว่า คำนำหน้าชื่อเป็นสิ่งที่สะท้อนตัวตนของบุคคล หากบุคคลเปลี่ยนเพศสภาพมาเป็นผู้หญิงแล้ว แต่ยังต้องใช้คำนำหน้าว่า “นาย” ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกว่าไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม และอาจนำไปสู่การถูกมองหรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เข้าใจ

“ถ้าเขาเปลี่ยนมาเป็นผู้หญิงแล้ว แต่ยังต้องใช้คำว่า ‘นาย’ อยู่ มันก็ทำให้รู้สึกว่าตัวตนของเขาไม่ได้รับการยอมรับ และบางครั้งอาจนำไปสู่การถูกมองหรือถูกเหยียดจากคนที่ไม่เข้าใจ” นายจะเด็จ กล่าว

เมื่อถามว่า มีข้อกังวลจากบางฝ่ายว่าการให้ผู้ข้ามเพศใช้คำนำหน้าว่า “นางสาว” อาจทำให้ผู้หญิงโดยกำเนิดต้องออกมายืนยันตัวตนว่าเป็นผู้หญิงจริง และอาจสร้างความสับสนในสังคม นายจะเด็จ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงโดยกำเนิดย่อมรู้ตัวตนของตนเองอยู่แล้ว ขณะเดียวกันสังคมควรทำความเข้าใจว่าเพศสภาพในปัจจุบันมีความหลากหลายและลื่นไหลมากขึ้น ไม่ได้มีเพียงเพศหญิงและเพศชายเท่านั้น

“สังคมต้องเข้าใจว่าเพศสภาพในปัจจุบันไม่ได้มีแค่หญิงกับชายอีกต่อไป แต่มีความหลากหลายมากขึ้น และมีลักษณะลื่นไหล ดังนั้นสังคมก็ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงนี้” นายจะเด็จ กล่าว

เมื่อถามว่าในกรณีของผู้ข้ามเพศจากหญิงเป็นชาย ก็ควรสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อเป็น “นาย” ได้เช่นกันหรือไม่ นายจะเด็จ กล่าวว่า ควรเปิดโอกาสให้สามารถเลือกได้เช่นเดียวกัน เพราะเป็นเรื่องของอัตลักษณ์ส่วนบุคคล โดยบางคนอาจต้องการเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับตัวตน ขณะที่บางคนอาจเลือกไม่เปลี่ยนก็ได้

“สุดท้ายแล้วควรเป็นสิทธิของแต่ละคนว่าจะเลือกเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน หากเขารู้สึกสบายใจที่จะใช้คำนำหน้าชื่อแบบใด ก็ควรเปิดโอกาสให้เขาเลือกได้” นายจะเด็จ กล่าว

เมื่อถามว่าการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อควรมีเงื่อนไขว่าต้องผ่านการผ่าตัดแปลงเพศก่อนหรือไม่ นายจะเด็จ กล่าวว่า ไม่ควรกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดเช่นนั้น เพราะการผ่าตัดแปลงเพศมีค่าใช้จ่ายสูง และระบบสุขภาพของรัฐยังไม่ได้รองรับอย่างทั่วถึง หลายคนอาจต้องการเปลี่ยนเพศสภาพ แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้

“ไม่อยากให้กำหนดว่าต้องผ่าตัดแปลงเพศก่อนจึงจะเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อได้ เพราะระบบสุขภาพของเรายังไม่ได้รองรับเต็มที่ หากวันหนึ่งระบบสุขภาพสามารถสนับสนุนเรื่องฮอร์โมนหรือการผ่าตัดได้มากขึ้น คนจำนวนมากก็อาจเลือกเปลี่ยนเพศตามที่ต้องการ” นายจะเด็จ กล่าว

เมื่อถามว่า มีความกังวลหรือไม่ว่าการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่ออาจถูกนำไปใช้แอบอ้างหรือก่ออาชญากรรมทางเพศ นายจะเด็จ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวควรแก้ไขด้วยการพัฒนาระบบตรวจสอบของรัฐให้มีความแม่นยำ ไม่ใช่ปิดกั้นสิทธิของบุคคล โดยหน่วยงานรัฐ เช่น ระบบทะเบียนหรือระบบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควรมีข้อมูลที่ชัดเจนในการตรวจสอบตัวบุคคล

“สิ่งสำคัญคือระบบของรัฐต้องมีความแม่นยำในการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้มีการนำไปใช้แอบแฝงในการกระทำผิด แต่ก็ไม่ควรใช้เหตุผลเรื่องอาชญากรรมมาเป็นข้อจำกัดสิทธิของคนกลุ่มนี้” นายจะเด็จ กล่าว

เมื่อถามว่า ประเด็นดังกล่าวควรเดินหน้าอย่างไรในสังคมไทย นายจะเด็จ กล่าวว่า ขณะนี้สังคมกำลังอยู่ในช่วงของการถกเถียงและเรียนรู้ร่วมกัน หลังจากประเทศไทยมีความก้าวหน้าในด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศมากขึ้น เช่น กฎหมายสมรสเท่าเทียม ดังนั้นประเด็นการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อจึงอาจเป็นอีกขั้นของการพัฒนาสิทธิในอนาคต

“ตอนนี้สังคมไทยกำลังอยู่ในช่วงของการพูดคุยและถกเถียงกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ในหลักการผมเห็นด้วยกับการเปิดโอกาสให้ผู้ข้ามเพศสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อได้ เพราะเป็นการยอมรับความหลากหลายทางเพศและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของแต่ละคน” นายจะเด็จ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เห็นด้วย ‘เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ’ ไร้เงื่อนไข ‘แปลงเพศ’ ชี้รัฐต้องสร้างระบบตรวจสอบสกัดอาชญากรรม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...