มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เห็นด้วย 'เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ' ไร้เงื่อนไข 'แปลงเพศ' ชี้รัฐต้องสร้างระบบตรวจสอบสกัดอาชญากรรม
จากกรณีที่สังคมไทยมีการถกเถียงเกี่ยวกับแนวคิดการเปิดโอกาสให้บุคคลข้ามเพศ (Transgender) สามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อให้สอดคล้องกับเพศสภาพของตน เช่น จาก “นาย” เป็น “นางสาว” หรือในทางกลับกัน ได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งในมิติสิทธิ ความเท่าเทียม และผลกระทบทางสังคม
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ที่ปรึกษามูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าวว่า โดยหลักการเห็นด้วยกับแนวคิดการให้ผู้ข้ามเพศสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อได้ เนื่องจากเป็นการยอมรับอัตลักษณ์และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคล โดยหลักการถือว่าเหมาะสม เพราะเมื่อบุคคลมีเพศสภาพที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ก็ควรมีคำนำหน้าชื่อที่สะท้อนเพศสภาพนั้น หากบุคคลที่มีเพศสภาพเป็นผู้หญิง แต่ยังต้องใช้คำนำหน้าว่า “นาย” ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่สอดคล้องกับตัวตนของตนเอง
“เมื่อเพศสภาพของเขาเปลี่ยนไปแล้ว เขาก็ควรมีคำนำหน้าชื่อที่สอดคล้องกับเพศสภาพนั้น การเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อจึงเป็นการรองรับอัตลักษณ์และความเป็นมนุษย์ของแต่ละคน” นายจะเด็จ กล่าว
นายจะเด็จ กล่าวว่า คำนำหน้าชื่อเป็นสิ่งที่สะท้อนตัวตนของบุคคล หากบุคคลเปลี่ยนเพศสภาพมาเป็นผู้หญิงแล้ว แต่ยังต้องใช้คำนำหน้าว่า “นาย” ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกว่าไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม และอาจนำไปสู่การถูกมองหรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เข้าใจ
“ถ้าเขาเปลี่ยนมาเป็นผู้หญิงแล้ว แต่ยังต้องใช้คำว่า ‘นาย’ อยู่ มันก็ทำให้รู้สึกว่าตัวตนของเขาไม่ได้รับการยอมรับ และบางครั้งอาจนำไปสู่การถูกมองหรือถูกเหยียดจากคนที่ไม่เข้าใจ” นายจะเด็จ กล่าว
เมื่อถามว่า มีข้อกังวลจากบางฝ่ายว่าการให้ผู้ข้ามเพศใช้คำนำหน้าว่า “นางสาว” อาจทำให้ผู้หญิงโดยกำเนิดต้องออกมายืนยันตัวตนว่าเป็นผู้หญิงจริง และอาจสร้างความสับสนในสังคม นายจะเด็จ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงโดยกำเนิดย่อมรู้ตัวตนของตนเองอยู่แล้ว ขณะเดียวกันสังคมควรทำความเข้าใจว่าเพศสภาพในปัจจุบันมีความหลากหลายและลื่นไหลมากขึ้น ไม่ได้มีเพียงเพศหญิงและเพศชายเท่านั้น
“สังคมต้องเข้าใจว่าเพศสภาพในปัจจุบันไม่ได้มีแค่หญิงกับชายอีกต่อไป แต่มีความหลากหลายมากขึ้น และมีลักษณะลื่นไหล ดังนั้นสังคมก็ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงนี้” นายจะเด็จ กล่าว
เมื่อถามว่าในกรณีของผู้ข้ามเพศจากหญิงเป็นชาย ก็ควรสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อเป็น “นาย” ได้เช่นกันหรือไม่ นายจะเด็จ กล่าวว่า ควรเปิดโอกาสให้สามารถเลือกได้เช่นเดียวกัน เพราะเป็นเรื่องของอัตลักษณ์ส่วนบุคคล โดยบางคนอาจต้องการเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับตัวตน ขณะที่บางคนอาจเลือกไม่เปลี่ยนก็ได้
“สุดท้ายแล้วควรเป็นสิทธิของแต่ละคนว่าจะเลือกเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน หากเขารู้สึกสบายใจที่จะใช้คำนำหน้าชื่อแบบใด ก็ควรเปิดโอกาสให้เขาเลือกได้” นายจะเด็จ กล่าว
เมื่อถามว่าการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อควรมีเงื่อนไขว่าต้องผ่านการผ่าตัดแปลงเพศก่อนหรือไม่ นายจะเด็จ กล่าวว่า ไม่ควรกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดเช่นนั้น เพราะการผ่าตัดแปลงเพศมีค่าใช้จ่ายสูง และระบบสุขภาพของรัฐยังไม่ได้รองรับอย่างทั่วถึง หลายคนอาจต้องการเปลี่ยนเพศสภาพ แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้
“ไม่อยากให้กำหนดว่าต้องผ่าตัดแปลงเพศก่อนจึงจะเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อได้ เพราะระบบสุขภาพของเรายังไม่ได้รองรับเต็มที่ หากวันหนึ่งระบบสุขภาพสามารถสนับสนุนเรื่องฮอร์โมนหรือการผ่าตัดได้มากขึ้น คนจำนวนมากก็อาจเลือกเปลี่ยนเพศตามที่ต้องการ” นายจะเด็จ กล่าว
เมื่อถามว่า มีความกังวลหรือไม่ว่าการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่ออาจถูกนำไปใช้แอบอ้างหรือก่ออาชญากรรมทางเพศ นายจะเด็จ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวควรแก้ไขด้วยการพัฒนาระบบตรวจสอบของรัฐให้มีความแม่นยำ ไม่ใช่ปิดกั้นสิทธิของบุคคล โดยหน่วยงานรัฐ เช่น ระบบทะเบียนหรือระบบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควรมีข้อมูลที่ชัดเจนในการตรวจสอบตัวบุคคล
“สิ่งสำคัญคือระบบของรัฐต้องมีความแม่นยำในการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้มีการนำไปใช้แอบแฝงในการกระทำผิด แต่ก็ไม่ควรใช้เหตุผลเรื่องอาชญากรรมมาเป็นข้อจำกัดสิทธิของคนกลุ่มนี้” นายจะเด็จ กล่าว
เมื่อถามว่า ประเด็นดังกล่าวควรเดินหน้าอย่างไรในสังคมไทย นายจะเด็จ กล่าวว่า ขณะนี้สังคมกำลังอยู่ในช่วงของการถกเถียงและเรียนรู้ร่วมกัน หลังจากประเทศไทยมีความก้าวหน้าในด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศมากขึ้น เช่น กฎหมายสมรสเท่าเทียม ดังนั้นประเด็นการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อจึงอาจเป็นอีกขั้นของการพัฒนาสิทธิในอนาคต
“ตอนนี้สังคมไทยกำลังอยู่ในช่วงของการพูดคุยและถกเถียงกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ในหลักการผมเห็นด้วยกับการเปิดโอกาสให้ผู้ข้ามเพศสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อได้ เพราะเป็นการยอมรับความหลากหลายทางเพศและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของแต่ละคน” นายจะเด็จ กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เห็นด้วย ‘เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ’ ไร้เงื่อนไข ‘แปลงเพศ’ ชี้รัฐต้องสร้างระบบตรวจสอบสกัดอาชญากรรม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th