‘มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง’ ไทยพบเพิ่ม อาการเริ่มต้นเงียบ ๆ
นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในประเทศไทย มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 3 มีผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยวันละ 51 คน เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 16 คน และเป็นมะเร็งที่มีแนวโน้มพบมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรเป็นเพียงสถิติ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าการตรวจคัดกรองตั้งแต่ยังไม่มีอาการ คือ โอกาสของชีวิต
เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง เริ่มต้นเงียบ ๆ ระยะแรกมักไม่มีอาการ หลายคนมาพบแพทย์เมื่อโรคลุกลามแล้ว และมักได้ยินคำว่า มาช้าไป อย่ารอให้ร่างกายส่งสัญญาณเตือน เพราะการตรวจที่ดีที่สุด คือ การตรวจก่อนมีอาการ
อาการที่พบเมื่อโรคเริ่มรุนแรง ได้แก่
- ถ่ายเป็นเลือด หรือถ่ายเป็นมูกเลือด
- ท้องผูกสลับท้องเสีย
- ปวดท้อง
- อืดแน่น
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ซีด อ่อนเพลีย
- ภาวะลำไส้อุดตัน
เรืออากาศเอกนพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยอายุ 50–70 ปี ทุกสิทธิการรักษาสามารถตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ (Fecal Immunochemical Test: FIT) ได้ฟรีตามสิทธิประโยชน์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) การตรวจทำได้ง่าย ปลอดภัย สามารถเก็บตัวอย่างที่บ้านได้เอง หากผลผิดปกติ จะได้รับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพื่อวินิจฉัยอย่างละเอียด
สำหรับผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ควรเริ่มตรวจเร็วกว่าปกติ โดยใช้อายุที่ญาติสายตรงตรวจพบโรคลบสิบปี เช่น ถ้าพ่อเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงที่อายุ 50 ปี แนะนำให้ลูกเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงที่อายุ 40 ปี เป็นต้น
นพ.ธนิจ เลาหวินิจ แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมทั่วไป สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับพฤติกรรมวันนี้ ลดความเสี่ยงวันหน้า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง มาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูป และเนื้อแดงที่ปรุงด้วยความร้อนสูง อาหารไขมันสูง ใยอาหารต่ำ ขาดการออกกำลังกาย ภาวะน้ำหนักเกิน การสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์
รวมถึง ปัจจัยของอายุที่เพิ่มขึ้น และการมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง ซึ่งการปรับพฤติกรรมสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานผักผลไม้เพิ่มขึ้น และควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ข่าวดีคือ การรักษาก้าวหน้าอย่างมาก ปัจจุบันมีการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก ยาเคมีบำบัดชนิดรับประทาน และยารักษาแบบมุ่งเป้า ทำให้อัตราการรอดชีวิตดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงจึงไม่ใช่โรคที่สิ้นหวังหากเรา “รู้ทัน” และ “ลงมือดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้” หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการหาความรู้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ผ่านทาง Facebook : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ National Cancer Institute และ Line : NCI รู้สู้มะเร็ง