สส.สหรัฐฯ คว่ำญัตติคุมอำนาจสงคราม “ทรัมป์” หลังโหวตเฉียดฉิว 219 ต่อ 212
สส.สหรัฐฯ คว่ำญัตติคุมอำนาจสงคราม “ทรัมป์” หลังโหวตเฉียดฉิว 219 ต่อ 212
วันที่ 5 มี.ค. 2569 สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จัดให้มีการลงมติในญัตติจำกัดอำนาจการทำสงครามของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งหากได้รับเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่ง จะมีผลบังคับให้ผู้นำสหรัฐต้องยุติปฏิบัติการทางทหาร และกำหนดให้การโจมตีใด ๆ ในอนาคตต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน
อย่างไรก็ตาม ผลการลงมติออกมาว่า “ไม่เห็นชอบ” ด้วยคะแนน 219 ต่อ 212 เสียง โดยเฉียดฉิว เนื่องจากพรรครีพับลิกันของทรัมป์ครองเสียงข้างมากในสภา
เกรกอรี มีกส์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต และผู้นำคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า “โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ใช่กษัตริย์ และหากเขาเชื่อว่าสงครามกับอิหร่านเป็นผลประโยชน์ของชาติ เขาก็ควรมาชี้แจงเหตุผลต่อรัฐสภา”
ด้าน ไบรอัน มาสต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน รัฐฟลอริดา และประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร กล่าวแสดงการสนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์อย่างชัดเจน พร้อมขอบคุณผู้นำสหรัฐที่ดำเนินมาตรการตอบโต้ต่ออิหร่าน โดยระบุว่าทรัมป์กำลังใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญเพื่อปกป้องสหรัฐฯ จาก “ภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา” จากอิหร่าน
ขณะเดียวกัน สภาผู้แทนราษฎรยังมีมติยืนยันว่าอิหร่านเป็นหนึ่งในรัฐที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายรายใหญ่ของโลก
ทั้งนี้ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ อำนาจในการประกาศสงครามโดยตรงเป็นของรัฐสภา อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสามารถดำเนินปฏิบัติการทางทหารบางกรณีได้ด้วยตนเอง
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายได้ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานว่า อำนาจดังกล่าวควรใช้ได้เฉพาะในกรณีการป้องกันประเทศเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่รัฐบาลของทรัมป์ระบุว่า การโจมตีอิหร่านในครั้งนี้เป็นการ “ป้องกันตัวล่วงหน้า”
รายงานยังระบุด้วยว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตอย่างน้อย 6 นาย จากการโจมตีด้วยโดรนในประเทศคูเวต ขณะที่ทรัมป์กล่าวว่าอาจมีชาวอเมริกันเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังตึงเครียดอยู่ในขณะนี้