โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อ๊อฟชั่น ไม่ยอม! เตรียมฟ้องชาวเน็ตวิจารณ์คอนฯ เขมจิรา-ศิลปินเกินขอบเขต

Khaosod

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 07.05 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 07.03 น.

อ๊อฟชั่น ผู้บริหารค่าย “ดูมันดิ” น้อมรับทุกเสียงติชม จะพัฒนาต่อไป เตรียมเอาจริง! ฟ้องชาวเน็ตวิจารณ์คอนฯ เขมจิรา - ศิลปินเกินขอบเขต

จากกรณีเกิดกระแสดราม่า คอนเสิร์ต “Khemjira The Golden Time Concert” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17-18 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมีชาวเน็ตบางส่วนได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคุณภาพโชว์บางส่วนบนเวทีของนักแสดงเขมจิราฯ ว่ายังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร

ล่าสุด อ๊อฟชั่น หรือ อ๊อฟ กิตติพัฒน์ จำปา ผู้จัด ผู้กำกับดัง และผู้บริหารค่าย “ดูมันดิ” ได้มาร่วมงาน แถลงข่าว “มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในประเทศ และ มาตรการส่งเสริมดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติ” ณ SCBX Next Stage ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ก็ได้เปิดใจถึงดราม่าดังกล่าว

ขอถามดราม่าล่าสุด คอนเสิร์ตเขมจิราที่ผ่านมา อยากจะเคลียร์อะไรไหม? “คือส่วนตัวก็เข้าใจในทุกเสียงที่ส่งออกมาแล้วกัน เพราะเราก็รู้สึกว่าความชอบของคนเราไม่เหมือนกันจริงๆ มันก็เป็นสิ่งนึงที่ทำให้ค่ายเราต้องตระหนักมากขึ้น ทั้งตัวเราและศิลปิน ว่าพื้นที่ตรงนั้นที่เราได้แสดงออกไป จริงๆ มันมีคนดูอีกเยอะแยะมากมายที่พร้อมจะถกเถียง หรือพร้อมที่จะวิจารณ์ มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องพัฒนากันต่อไป แต่ส่วนตัวก็รู้สึกว่าเราก็ไม่อยากจะบั่นทอนคนเกินไป เพราะเราก็รู้สึกว่าคำชื่นชมต่างๆ ที่มีมาให้ในตัวศิลปินก็เยอะเหมือนกัน เพราะคนที่ไปดูส่วนใหญ่เขาก็จะชื่นชอบ แต่ก็อาจจะมีบางคนที่ไม่ชอบ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในสังคม หรือบางคนที่ตัดสินเพียงแค่นิดๆ หน่อยๆ ที่ออกมา แต่เขาก็ไม่ผิดในการตัดสิน ถ้าเขาติชมอย่างถูกต้อง มีการพัฒนาที่ดี แต่ถ้าเกิดว่าเป็นคำติชมที่มาจากความไม่ได้หวังดีขนาดนั้น ใช้อารมณ์ ผมก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เราและศิลปินต้องพยายามมองข้ามมันให้ได้ เพราะไม่งั้นการที่จะพัฒนาต่อไป ใจต้องสตรองครับ ก็ให้กำลังใจกันไปกับน้องๆ และพวกเรากันเอง”

จุดไหนที่รู้สึกว่าต้องกลับไปแก้ไขจริงๆ? “ส่วนตัวจุดประสงค์ที่น้องแสดงโชว์ที่หลากหลาย เพราะเขาอยากให้แฟนคลับได้เห็นในมุมมองต่างๆ ที่เขาได้ทำ เพราะคอนเสิร์ต 6 ชั่วโมงมันมีหลากหลายมาก บางคนบอกว่ามันไม่ได้มีการซัพพอร์ตในวัฒนธรรมเลย แปลว่าเขาอาจจะไม่ได้ดูจริงๆ อันนี้ต้องขออภัยด้วยที่เรารู้สึกว่าคอมเมนต์เหล่านั้นเขาอาจจะไม่ได้มาศึกษาจริงๆ แต่คำที่เป็นความหวังดีว่าอาจจะต้องมีเวลา หรือเลือกสิ่งที่เหมาะสมมากขึ้น อันนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องกลับมานั่งคุยกันมากขึ้นว่าคนที่ดูพวกเราอาจจะไม่ได้มีแค่คนที่รักเราอย่างเดียว อาจจะมีคนที่อาจจะไม่รักแต่อาจมีสิทธิ์ในการวิจารณ์ มันอาจจะทำให้หลายๆ คนที่ไม่ได้ติดตามเห็นด้วย หรือรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน โดยที่อาจจะไม่ได้มาดูคอนเสิร์ตเรา โดยรวมเราน้อมรับมากกว่า และไม่อยากให้พูดกระทบกระทั่งศิลปิน เพราะผมมั่นใจมากว่าน้องๆ ตั้งใจมาก สิ่งที่ต้องปรับปรุงคงต้องเป็นตัวผมเองด้วยแล้วก็ตัวค่ายด้วย ตอนนี้เราก็มองกว้างให้มากขึ้นแล้วกัน มากกว่าการที่เราอยากทำอะไรและทำอะไรออกมาโดยที่เราไม่รอบคอบ แต่สุดท้ายแล้วก็อยากให้ทุกคนให้กำลังใจและอยากให้รู้ว่าโชว์นั้นน้อง แค่อยากให้แฟนคลับที่เขารักได้เห็นว่าเขาได้ทำอะไรในสิ่งที่หลากหลาย”

ได้คุยกับน้องๆ หรือยัง น้องๆ นอยด์กันไหม? “ผมว่าอาจจะมีบ้างที่อาจจะไปเผลอเห็นข้อความอะไรที่อย่างที่บอกอาจจะมีข้อความที่อาจจะไม่ได้หวังดี แต่ผมเชื่อมั่นว่าน้องๆ ทุกคนแยะแยะได้ อย่างที่เห็นน้องเติ้ลออกมาสัมภาษณ์ว่าบางอันติชมน้อมรับ แต่บางอันที่ติชมแบบใช้อารมณ์ หรืออาจจะไม่ได้มีความหวังดีอะไรขนาดนั้นก็อาจจะต้องมองผ่านไปบ้าง”

มีการฟ้องร้องไหม? “มีแล้วครับ กับคอมเมนต์เกี่ยวกับกรณีคอนเสิร์ตนี้ ไม่ว่าจะเคสคอนเสิร์ตหรือเคสศิลปินในค่าย ตอนนี้เราจริงจังมากขึ้น เราหาคนที่มีความรู้เฉพาะทางมาดูแลเรื่องนี้ มันอาจใช้เวลาแต่เรากำลังทำให้ทุกคนเห็นว่าการทำแบบนี้เราไม่สนับสนุน เราจะพยายามทำกรณีศึกษาให้ทุกคนเห็นว่าอะไรคือสิ่งที่ถูก อะไรคือสิ่งที่ไม่ถูก และคนที่ไม่ถูกควรได้รับผลกระทบยังไง”

อันไหนที่มันเกินเลยจนรู้สึกว่าต้องฟ้องแล้ว? “ผมว่าทุกคนอ่านก็น่าจะรู้ ว่าอันนี้มันไม่ใช่การติชมอย่างสร้างสรรค์ แต่มันเป็นการใช้อารมณ์ หรือบั่นทอนความรู้สึกของคน ผมว่าอันนี้อยากให้ชาวโซเชียลทุกคนใจเย็นๆ กันหน่อย ผมว่าทุกวันนี้มันค่อนข้างจะเป็นสังคมที่น่ากลัวขึ้นไปทุกวัน”

มีกี่รายที่ฟ้องแน่นอน? “หลักสิบครับ (ฟ้องกรณีคอนเสิร์ตเขมจิรา?) รวมกรณีอื่นๆ ด้วย เพราะเรามีศิลปินหลายคนที่โดนความท็อกซิกต่างๆ เกิดขึ้น”

อันนี้คือฟ้องหมิ่นประมาท หรือเรียกค่าเสียหายด้วย? “ทั้งหมดเลย เพราะเราใจดีมามากพอแล้ว ที่ผ่านมาเราค่อนข้าง Empathy มากๆ แต่ทุกวันนี้ความ Empathy มันไม่สามารถทำให้ทุกคนเข้าใจ ก็ต้องมีมาตรการที่ชัดเจนมากขึ้น ส่วนค่าเสียหายก็แล้วแต่ทนายที่จะตีมูลค่าความเสียหายในชื่อเสียงหรือความอะไรหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้น (หลักล้านขึ้นใช่ไหม?) แล้วแต่ทนายเลยแต่ผมรู้สึกว่าเราจะไม่ยอมความแล้ว ซึ่งแต่ก่อนยอมรับว่ามียอมความ เพราะเราก็สงสารกับการที่เขามาขอโทษมาไหว้มาอะไร แต่ ณ ตอนนี้รู้สึกว่าไม่แล้ว ณ ตอนนี้รู้สึกว่าต่อให้ใช้เวลานานแค่ไหน ถ้าปรับหรืออะไรยังไงคนเหล่านั้นต้องได้รับการลงโทษก็ต้องออกมาขอโทษสาธารณะด้วย”

พี่ออฟทำใจยังไงในฐานะค่ายวัยรุ่น ที่ต้องเจอกับโซเชียลเยอะมาก? “ก็ต้องยอมรับความจริง อันไหนผิดพลาดเราต้องพัฒนาและรับฟัง เพราะคนเราจะเติบโตได้มันจะต้องรับฟัง แต่ทุกวันนี้มันเกินเลยเกินไป สิ่งที่ต้องทำคือทำใจ เราอยู่ตรงนี้มีทั้งคนพร้อมจะเข้าใจและไม่เข้าใจ คนที่พร้อมจะรับฟังและคนที่ต่อให้ทำอะไรก็จะไม่รับฟัง เราก็แค่แยกแยะมันออกมาให้ได้ ตอนนี้สิ่งที่ตัวเองทำคืออาจจะถอยห่างจากโซเชียลบ้าง เพราะเสพมากๆ แล้วจิตตกเหมือนกัน เพราะเราเองมั่นใจมากว่าเป็นคนซื่อสัตย์กับการทำงาน เราเติบโตมาจากศูนย์ ขายที่ดินมาสร้างค่าย มันยากมากที่จะมายืนจุดนี้ ดังนั้นไม่มีทางที่เราจะไม่อีโมชั่นนอลกับสิ่งนี้ แต่เราต้องเติบโตมากขึ้น อะไรที่ต้องรับฟังก็รับฟัง แต่อะไรที่ปล่อยผ่านได้ก็จะพยายามปล่อยผ่าน เพราะสุดท้ายสิ่งที่เรียนรู้จากการทำงานตลอดเราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้จริงๆ ครับ”

มันก็มาถึงจุดที่เราก็ขอเลือกเหมือนกันสำหรับคนที่ไม่ได้รักเรา หรือเขาอาจจะเลิกเป็นแฟนคลับน้องๆ ในค่ายเรา ซึ่งเราก็ยังรับสิ่งนั้นได้ใช่ไหม? “จริงๆ การเลิกรักมันก็เป็นสิ่งที่เจ็บปวด แต่ว่าถ้าเขามีเหตุผลมากพอ เรารู้สึกว่าเราไม่สามารถที่จะไปบังคับเขาได้ วันนึงเขาอาจจะมีความสุข วันหนึ่งเขาจะเห็นค่ายพัฒนามากขึ้น เขาอาจจะเจอศิลปินที่เขารักมาอยู่ค่ายเราเขาก็อาจจะกลับมาก็ได้ เราก็คิดในเชิงบวกดีกว่า แต่เป็นไปได้ก็ไม่อยากให้ทุกคนไป เป็นไปได้ก็ไม่อยากให้ทุกคนต่อว่ามากเกินไป แต่ว่าต่อว่าได้นะ ติชมได้ เพราะเป็นสิ่งที่บางอย่างเราก็เรียนรู้จากสิ่งที่แฟนคลับพูดเหมือนกันว่าอันนี้เราเอามาปรับปรุงดีกว่า แต่ว่า ณ ตอนนี้โซเชียลมันรุนแรง มันอาจจะเยอะมากๆ จนบางทีสมมุติมี 10 ข้อความก็อาจจะมี 2 ข้อความที่เราอ่าน แล้วเอากลับมาพัฒนาตัวเองได้”

แสดงว่าตอนนี้ต้องจิตแข็งเลยใช่ไหม? “ต้องจิตแข็ง เพราะว่า ณ วันนี้ผมเห็นผู้จัดหลายๆ คนประสบปัญหาเดียวกันในการที่โดนเลยแบบนี้ก็รู้สึกว่าต้องจิตแข็ง ต้องทำใจ แล้วก็ต้องแยกแยะอะไรที่เป็นคำพูดที่หวังดีเอามาปรับใช้มากกว่า สุดท้ายแล้วเราทำงานกับโซเชียลมันหนีไม่ได้หรอก ผมเคยพยายามไม่เข้าเลย แต่ไม่เข้าเลยมันก็อดใจไม่ไหวมันก็ต้องเข้าไปส่องบ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น เราจะได้เอามาปรับปรุงหรือว่าพัฒนาตัวเองต่อไป หรือว่าอะไรที่แฟนคลับชอบก็ตาม เขาชอบสิ่งนี้เราทำต่อไปดีไหมมันก็ต้องอยู่กับมันให้ได้”

การฟ้องอยากให้มันเป็นมาตรฐานด้วยไหมว่าเวลาจะวิจารณ์ใครควรมีขอบเขต? “ใช่ครับ คือผมมองว่าการวิจารณ์มันก็เสรีในระดับหนึ่ง แต่มันควรมีขอบเขตอย่างที่บอกจริงๆ ใครที่เกินขอบเขตก็ต้องให้เห็นเลยว่าโทษของมันคือยังไง เราก็จะพยายามทำให้ได้ต่อให้มันจะยากแค่ไหน บางคนอาจจะมองว่าทำไมค่ายเราหาคนผิดยากจังเลย มันยากจริงๆ นะครับในตรงนี้ เพราะว่าทั่วโลกเจอกันหมด นักแสดงหรือว่าค่ายใหญ่ๆ ก็ตาม แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผมตั้งใจมากๆ ปีนี้ ผมต้องทำให้ได้ มันไม่ใช่แค่เพื่อเราแต่มันเพื่อทุกคนที่โดนวิจารณ์แบบไร้ขอบเขตเกินไป มันต้องใช้กฎหมายแล้วล่ะครับ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อ๊อฟชั่น ไม่ยอม! เตรียมฟ้องชาวเน็ตวิจารณ์คอนฯ เขมจิรา-ศิลปินเกินขอบเขต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...