พระรัศมี พระพุทธสิหิงค์ เคยสูญหายเมื่อปี 2487 สู่การหล่อใหม่
เดิม “พระพุทธสิหิงค์” ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ ไปประดิษฐานเป็นพระประธาน ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร (บางเขน) ซึ่งเป็นวัดสัญลักษณ์ของคณะราษฎร
นี่เป็นการเชื่อมโยงความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเข้ากับระบอบใหม่หลังการปฏิวัติสยาม โดยจัดให้มีพิธีสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ในวันชาติ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2485
ขโมยพระเกตุมาลา
ในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2487 มีคนร้ายปลอมตัวเป็นตำรวจขโมย “พระเกตุมาลา” หรือพระรัศมีเหนือพระเศียรพระพุทธรูปของพระพุทธสิหิงค์ไปในช่วงสับเปลี่ยนเวรยาม
หลังพยายามตามหาอยู่นานแต่ก็ไม่พบ ดังนั้น ใน พ.ศ. 2490 ทางรัฐบาลจึงเสนอให้สร้างใหม่ คณะผู้ก่อการ 2475 จึงลงขันใช้เงิน “กองทุน 24 มิถุนาฯ” จัดสร้างพระรัศมีองค์ใหม่ทดแทน แสดงให้เห็นว่า คณะผู้ก่อการ 2475 ถวายความสำคัญกับพระพุทธสิหิงค์องค์นี้มากเพียงใด
หลังการรัฐประหาร พ.ศ. 2490 ขั้วอำนาจฝ่ายอนุรักษนิยมกลับมามีบทบาท จึงเสนอให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับมาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ตามเดิม โดยที่สำนักพระราชวังใช้วิธีสร้าง “องค์จำลอง” ที่ทำจากปูนยิปซัมไปประดิษฐานแทนที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ แล้วอัญเชิญองค์จริงกลับมา ภายหลังวัดพระศรีมหาธาตุฯ จึงได้สร้างพระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธานแทน
เมื่ออัญเชิญกลับมาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์แล้ว รัฐบาลจัดพระราชพิธีสมโภชพระพุทธสิหิงค์คู่กับพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกตใน พ.ศ. 2491
พิธีครั้งนี้มองกันว่าเป็น “การประกาศชัยชนะทางการเมือง” ของฝ่ายอนุรักษนิยม และฝ่ายปฏิปักษ์ของฝ่ายคณะราษฎรในการดึงเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศูนย์รวมใจของราชวงศ์จักรี กลับคืนมาจากฝ่ายคณะราษฎรได้สำเร็จ
หล่อพระรัศมี พระพุทธสิหิงค์ ขึ้นใหม่
มีหลักฐานว่า พระรัศมีปัจจุบันของพระพุทธสิหิงค์ทำขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2495 ทั้งนี้ พระรัศมีของเดิมที่ถูกโจรกรรมไปนั้นหล่อจากทองคำลงยาราชาวดี ใจกลางของเปลวรัศมีประดับเพชร 10 เม็ด
ภายหลังสงครามมหาเอเชียบูรพายุติ คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ให้ตั้งการพระราชพิธีอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับมาประดิษฐานสมโภชหน้าพระแก้วมรกต วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หลังจากเสร็จพระราชพิธีแล้ว ในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2491 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์จากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กลับมาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ตามเดิม
ครั้งนั้นมีการสร้างพระรัศมีใหม่เป็นการชั่วคราวด้วยยิปซัมปิดทอง ถึง พ.ศ. 2495 จึงดำเนินการหล่อโลหะเงินกะไหล่ทองดังที่ปรากฏในปัจจุบัน
ปัจจุบัน ใน พ.ศ. 2568 กรมศิลปากรได้ดำเนินโครงการการอนุรักษ์พระพุทธสิหิงค์ เนื่องด้วยปัจจุบันผิวกะไหล่ทององค์พระพุทธสิหิงค์เกิดชำรุดหมองคล้ำ มีสนิมคอปเปอร์ซัลเฟต ลักษณะเป็นจุดสีดำนูนขนาดเล็ก กระจายทั่วพื้นผิว
ซึ่งนอกจากจะดำเนินการทำความสะอาด และกำจัดสนิมพื้นผิวแล้ว ยังพบหลักฐานว่า พระพุทธสิหิงค์มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบศิลปกรรมไปจากของแท้ดั้งเดิมหลายประการ นับแต่ส่วนของพระรัศมี ยอดฉัตร และระย้าที่ห้อยระบายฉัตร ในวาระนี้จึงดำเนินการหล่อพระรัศมี พระพุทธสิหิงค์ ด้วยทองคำประดับเพชรตามหลักฐานเดิม โดยจะได้ดำเนินการบูรณะฉัตรต่อไป
อ่านเพิ่มเติม :
- ตามรอย “พระพุทธสิหิงค์” พระพุทธรูปสำคัญของไทยทั้ง 3 องค์ กับพุทธศิลป์ 3 แบบ
- “พระพุทธสิหิงค์ รัชกาลที่ 1” กับการเมืองไทยสมัยคณะราษฎร
- “พระพุทธสิหิงค์” ในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ทำไมถึงเป็นปางสมาธิ ขัดสมาธิราบ ต่างจากที่อื่น?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
วิศรุต บวงสรวง. “พระพุทธสิหิงค์ รัชกาลที่ 1” กับการเมืองไทยสมัยคณะราษฎร ทศวรรษ 2470-90. ใน ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 41 ฉบับที่ 2, ธันวาคม 2562
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระรัศมี พระพุทธสิหิงค์ เคยสูญหายเมื่อปี 2487 สู่การหล่อใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com