โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข้อเรียกร้องด่วนถึง กกต: ขอโทษ-เปิดความจริง-เปิดทางจับตา หลังจ่าหน้าซองเลือกตั้งล่วงหน้าผิดซ้ำรอยปี’ 66

iLaw

อัพเดต 01 ก.พ. เวลา 13.28 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. เวลา 13.28 น. • iLaw

1 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า ผู้ลงทะเบียนกว่าสองล้านคนออกจากบ้านมาใช้สิทธิ เป็น 9 ชั่วโมงแห่งความโกลาหลและความผิดพลาดในการบริหารจัดการของกกต. ปัญหาที่รุนแรงที่สุดคือการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในการจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งผิดพลาด ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เจตจำนงของผู้ลงคะแนนถูกบิดเบือน และนำไปสู่ข้อครหาเรื่อง “บัตรขาด” หรือ “บัตรเขย่ง” ในเขตเลือกตั้งปลายทาง ปัญหาลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งในครั้งนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากความสับสนเรื่องรหัสไปรษณีย์กับรหัสเขต 5 หลัก

แม้ในการเลือกตั้งปี 2569 กกต. จะปรับลดรหัสเหลือ 4 หลักเพื่อแก้ปัญหา แต่ในทางปฏิบัติกลับล้มเหลว เนื่องจาก กกต. ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลรหัสทั้ง 4 หลักนี้ให้สาธารณชนรับทราบล่วงหน้า ภาระการตรวจสอบความถูกต้องจึงตกอยู่บนบ่าของ กปน. เพียงฝ่ายเดียว นอกจากนี้จากการสังเกตการณ์พบว่า กปน. ไม่มีการทวนรหัสจังหวัดและเขตก่อนหย่อนซองลงหีบ ซึ่งขัดต่อคำแถลงของกกต.ต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ที่ระบุว่า จะมีขั้นตอนดังกล่าวเพิ่มขึ้นมาเพื่อป้องกันความผิดพลาด ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผู้ใช้สิทธิใช้ไหวพริบทักท้วงเมื่อเห็นว่ามีการเขียนรหัสผิด กลับต้องเผชิญกับปฏิกิริยายืนกรานความถูกต้องจากเจ้าหน้าที่ ก่อนจะจบลงด้วยการแก้ไขแบบ “ขีดฆ่าและเซ็นกำกับ” ท่ามกลางความกังวลว่ารอยขีดฆ่านั้นจะทำให้บัตรกลายเป็นบัตรเสียหรือไม่

ข้อมูลจากแพลตฟอร์มสังเกตการณ์การเลือกตั้ง Vote62 ที่ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีซองจดหมายกว่า 400 กรณี ชี้ชัดว่า นี่ไม่ใช่เพียงความผิดพลาดเล็กน้อย แต่คือ “ความล้มเหลวในการบริหารจัดการเชิงระบบ” ดังนั้น เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นและปกป้องทุกคะแนนเสียงไม่ให้ตกหล่นสูญหาย เราจึงขอเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการดังนี้

ขออภัยและยอมรับความผิดพลาด

กกต. ต้องแถลงขอโทษต่อประชาชนสำหรับความผิดพลาดในการจ่าหน้าซองที่เกิดขึ้นซ้ำซากต่อเนื่องจากการเลือกตั้งครั้งก่อน การมองว่าเป็นเพียงความผิดส่วนบุคคลของ กปน. คือความมักง่าย เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ความผิดพลาดเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก ย่อมสะท้อนถึงความล้มเหลวของระบบการอบรมและการกำกับดูแลที่ชัดเจน และผลลัพธ์จากความผิดพลาดอาจรุนแรงกว่าปี 2566

เปิดเผยสถิติความจริง

กกต. ต้องรวบรวมและเปิดเผยตัวเลขความผิดพลาดทั้งหมดอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะจำนวนซองที่มีการแก้ไขรหัสจังหวัดและเขตในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง โดยต้องแถลงต่อสาธารณะ และต้องมีกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับเพื่อให้ประชาชนวางใจได้ว่าบัตรในซองที่ถูกแก้ไขจะถูกส่งถึงเขตที่ถูกต้อง หากพื้นที่ใดมีข้อร้องเรียนหรือพบความผิดปกติเรื่องจำนวนบัตรไม่ว่าจะ “บัตรขาด” หรือ “บัตรเขย่ง” ต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อยุติที่กระจ่างชัด

สนับสนุนการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง

ความโกลาหลในวันนี้ยืนยันแล้วว่า “สายตาของประชาชน” คือเกราะป้องกันความผิดพลาดที่มีประสิทธิภาพที่สุด การตรวจสอบและรายงานปัญหาจากหน้าหน่วยเลือกตั้งโดยประชาชน มีผลโดยตรงต่อการระงับยับยั้งความผิดพลาดและปกป้องคะแนนเสียงมหาศาล กกต. จึงมีหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวกและสนับสนุนให้ประชาชนสังเกตการณ์การจัดการเลือกตั้ง การนับคะแนน และการรายงานคะแนนได้เต็มที่ โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะมีความผิดพลาดน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อกกต. เผชิญความท้าทายที่ต้องการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติไปพร้อมกัน จะต้องนับคะแนนพร้อมกัน 3 กระดาน โดยเจ้าหน้าที่ กปน. ไม่มีประสบการณ์ จึงไปเดิมพันครั้งสำคัญว่า กกต. และภาคประชาชนช่วยกันทำให้การออกเสียงของประชาชนทุกคนถูกนับรวมอย่างมีความหมายได้หรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...