ข้อเรียกร้องด่วนถึง กกต: ขอโทษ-เปิดความจริง-เปิดทางจับตา หลังจ่าหน้าซองเลือกตั้งล่วงหน้าผิดซ้ำรอยปี’ 66
1 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า ผู้ลงทะเบียนกว่าสองล้านคนออกจากบ้านมาใช้สิทธิ เป็น 9 ชั่วโมงแห่งความโกลาหลและความผิดพลาดในการบริหารจัดการของกกต. ปัญหาที่รุนแรงที่สุดคือการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในการจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งผิดพลาด ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เจตจำนงของผู้ลงคะแนนถูกบิดเบือน และนำไปสู่ข้อครหาเรื่อง “บัตรขาด” หรือ “บัตรเขย่ง” ในเขตเลือกตั้งปลายทาง ปัญหาลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งในครั้งนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากความสับสนเรื่องรหัสไปรษณีย์กับรหัสเขต 5 หลัก
แม้ในการเลือกตั้งปี 2569 กกต. จะปรับลดรหัสเหลือ 4 หลักเพื่อแก้ปัญหา แต่ในทางปฏิบัติกลับล้มเหลว เนื่องจาก กกต. ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลรหัสทั้ง 4 หลักนี้ให้สาธารณชนรับทราบล่วงหน้า ภาระการตรวจสอบความถูกต้องจึงตกอยู่บนบ่าของ กปน. เพียงฝ่ายเดียว นอกจากนี้จากการสังเกตการณ์พบว่า กปน. ไม่มีการทวนรหัสจังหวัดและเขตก่อนหย่อนซองลงหีบ ซึ่งขัดต่อคำแถลงของกกต.ต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ที่ระบุว่า จะมีขั้นตอนดังกล่าวเพิ่มขึ้นมาเพื่อป้องกันความผิดพลาด ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผู้ใช้สิทธิใช้ไหวพริบทักท้วงเมื่อเห็นว่ามีการเขียนรหัสผิด กลับต้องเผชิญกับปฏิกิริยายืนกรานความถูกต้องจากเจ้าหน้าที่ ก่อนจะจบลงด้วยการแก้ไขแบบ “ขีดฆ่าและเซ็นกำกับ” ท่ามกลางความกังวลว่ารอยขีดฆ่านั้นจะทำให้บัตรกลายเป็นบัตรเสียหรือไม่
ข้อมูลจากแพลตฟอร์มสังเกตการณ์การเลือกตั้ง Vote62 ที่ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีซองจดหมายกว่า 400 กรณี ชี้ชัดว่า นี่ไม่ใช่เพียงความผิดพลาดเล็กน้อย แต่คือ “ความล้มเหลวในการบริหารจัดการเชิงระบบ” ดังนั้น เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นและปกป้องทุกคะแนนเสียงไม่ให้ตกหล่นสูญหาย เราจึงขอเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการดังนี้
ขออภัยและยอมรับความผิดพลาด
กกต. ต้องแถลงขอโทษต่อประชาชนสำหรับความผิดพลาดในการจ่าหน้าซองที่เกิดขึ้นซ้ำซากต่อเนื่องจากการเลือกตั้งครั้งก่อน การมองว่าเป็นเพียงความผิดส่วนบุคคลของ กปน. คือความมักง่าย เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ความผิดพลาดเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก ย่อมสะท้อนถึงความล้มเหลวของระบบการอบรมและการกำกับดูแลที่ชัดเจน และผลลัพธ์จากความผิดพลาดอาจรุนแรงกว่าปี 2566
เปิดเผยสถิติความจริง
กกต. ต้องรวบรวมและเปิดเผยตัวเลขความผิดพลาดทั้งหมดอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะจำนวนซองที่มีการแก้ไขรหัสจังหวัดและเขตในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง โดยต้องแถลงต่อสาธารณะ และต้องมีกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับเพื่อให้ประชาชนวางใจได้ว่าบัตรในซองที่ถูกแก้ไขจะถูกส่งถึงเขตที่ถูกต้อง หากพื้นที่ใดมีข้อร้องเรียนหรือพบความผิดปกติเรื่องจำนวนบัตรไม่ว่าจะ “บัตรขาด” หรือ “บัตรเขย่ง” ต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อยุติที่กระจ่างชัด
สนับสนุนการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง
ความโกลาหลในวันนี้ยืนยันแล้วว่า “สายตาของประชาชน” คือเกราะป้องกันความผิดพลาดที่มีประสิทธิภาพที่สุด การตรวจสอบและรายงานปัญหาจากหน้าหน่วยเลือกตั้งโดยประชาชน มีผลโดยตรงต่อการระงับยับยั้งความผิดพลาดและปกป้องคะแนนเสียงมหาศาล กกต. จึงมีหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวกและสนับสนุนให้ประชาชนสังเกตการณ์การจัดการเลือกตั้ง การนับคะแนน และการรายงานคะแนนได้เต็มที่ โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะมีความผิดพลาดน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อกกต. เผชิญความท้าทายที่ต้องการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติไปพร้อมกัน จะต้องนับคะแนนพร้อมกัน 3 กระดาน โดยเจ้าหน้าที่ กปน. ไม่มีประสบการณ์ จึงไปเดิมพันครั้งสำคัญว่า กกต. และภาคประชาชนช่วยกันทำให้การออกเสียงของประชาชนทุกคนถูกนับรวมอย่างมีความหมายได้หรือไม่