ETDA เดินหน้ากำกับดูแล DPS ยกระดับบริการดิจิทัลไทยสู่ “อนาคตที่เชื่อมั่นได้”
ETDA เผยความคืบหน้าการกำกับดูแลบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (DPS) ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่โปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมชูมาตรการกำกับดูแลที่ยืดหยุ่นและการทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 จากเวทีเสวนา ETDAxPress: BEING BEYOND TRUST “เปิดทุกเรื่องงานกำกับดูแลบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (DPS) สู่อนาคตที่เชื่อมั่นได้” ETDA ได้สะท้อนมุมมองสำคัญว่า การกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลในยุคปัจจุบันไม่ใช่กระบวนการที่เป็นเส้นตรงเพียงแค่การ “ออกกฎหมายแล้วจบงาน” แต่เป็นการทำงานต่อเนื่องที่ต้องสื่อสารกับสังคม ติดตามผลลัพธ์ และปรับปรุงระบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงอย่างสม่ำเสมอ
หนึ่งในประเด็นสำคัญ คือ การกำกับดูแลแพลตฟอร์มบริการเรียกรถ (Ride Sharing) ซึ่งเผชิญความท้าทายด้านโครงสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ขับขี่ที่ต้องการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายแต่ยังติดเงื่อนไขด้านต้นทุน ประกันภัย และข้อจำกัดของสัญญาเช่าซื้อรถยนต์
- มาตรการ Driver Verify : ETDA พัฒนาระบบเพื่อออกใบรับรองให้ผู้ขับขี่ที่ลงทะเบียน เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการจดทะเบียนรถสาธารณะ (รย.17 และ รย.18) กับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วเกือบ 30,000 ราย
- การขยายเวลาบังคับใช้ : มีการประกาศขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ Ride Sharing Platform ไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 เพื่อให้แพลตฟอร์มและผู้ขับขี่มีระยะเวลาเตรียมความพร้อม อย่างไรก็ตาม การผ่อนปรนนี้ครอบคลุมเฉพาะตัวแพลตฟอร์มเท่านั้น ผู้ขับขี่ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายของ ขบ. อย่างเคร่งครัด
- แนวทางแก้ไขปัญหาประกันภัย : ETDA กำลังบูรณาการความร่วมมือกับ ขบ., คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เหมาะสม ลดภาระค่าใช้จ่าย และเปิดทางให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น
สำหรับการกำกับดูแล e-Marketplace ภายใต้กฎหมาย DPS ที่เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ETDA มุ่งเน้นไปที่การทำให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติ โดยเฉพาะกับ 21 แพลตฟอร์มที่มีลักษณะเฉพาะตามประกาศ คธอ.
- ด่านหน้าจัดการความเสี่ยง : แพลตฟอร์มต้องทำหน้าที่ตรวจสอบผู้ขาย แสดงข้อมูลสินค้าให้ครบถ้วน และมีระบบ Notice and Take Down สำหรับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะสินค้าภายใต้การกำกับของ สมอ. และ อย.
- การเปลี่ยนผ่านเชิงระบบ : ETDA เปลี่ยนบทบาทจากการเตรียมความพร้อมสู่การติดตามผลเชิงลึก เพื่อประเมินว่าสินค้าผิดกฎหมายลดลงหรือไม่ และแก้ปัญหาที่ต้นตอของระบบมากกว่าการไล่จับเป็นรายกรณี
อย่างไรก็ตาม เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคขยายตัวไปสู่ Social Commerce (การซื้อขายผ่าน Post, Live หรือ Chat) ETDA จึงเตรียมขยายแนวทางการกำกับดูแลให้ครอบคลุมตามระดับความเสี่ยง (Risk-based Approach) เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าไม่ได้มาตรฐานและการโฆษณาเกินจริง โดยจะยึดตามพฤติกรรมการซื้อขายจริงเป็นหลัก เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับแพลตฟอร์มขนาดใหญ่
เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ETDA ได้ผลักดันแนวคิด Self-regulation (การกำกับดูแลตนเอง) เพื่อเป็นกลไกเสริมที่สร้างความยืดหยุ่น โดยกำหนด “มาตรฐานขั้นต่ำ” ที่แพลตฟอร์มต้องร่วมมือกันจัดการสินค้าอันตราย เช่น ปืน, Simbox หรือบุหรี่ไฟฟ้า
กลไกนี้ประกอบด้วย 3 เสาหลัก :
- ระบบแจ้งเตือนและนำออก (Notice and Take Down): ที่รวดเร็วและชัดเจน
- การคัดกรองเบื้องต้น: ตรวจสอบสินค้าก่อนขึ้นแพลตฟอร์มตามศักยภาพของแต่ละราย
- การระบุตัวตนผู้ขาย: เพื่อความโปร่งใสและรองรับการบังคับใช้กฎหมายหากเกิดการกระทำผิด
ทั้งนี้ ETDA จะติดตามผ่านช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้มั่นใจว่า Self-regulation ไม่ใช่เพียง “สัญญาใจ” แต่เป็นมาตรฐานที่จับต้องได้
หัวใจสำคัญของงานกำกับดูแลโดย ETDA คือ การออกแบบระบบดิจิทัลที่โปร่งใส เป็นธรรม และทำงานได้จริง โดยเน้นย้ำว่าความเชื่อมั่นในบริการดิจิทัลไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่หน่วยงานรัฐ แพลตฟอร์ม และผู้ประกอบการ ร่วมกันผลักดันและปรับปรุงระบบให้ทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงไป