โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เตือนแล้วนะ! อุ่นอาหารในไมโครเวฟด้วยกล้องชนิดนี้ แค่พลาดนิดเดียว เสี่ยงระเบิดไฟไหม้บ้าน

News In Thailand

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 08.52 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 08.51 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เตือนแล้วนะ! อุ่นอาหารในไมโครเวฟด้วยกล้องชนิดนี้ แค่พลาดนิดเดียว เสี่ยงระเบิดไฟไหม้บ้าน

เรียกได่ว่า หลายคนกลับถึงบ้านด้วยความหิว รีบหยิบกล่องแก้วที่แช่แข็งไว้ (อุณหภูมิ -18 องศา) แล้วโยนเข้าเตาอบที่วอร์มไว้ร้อนจัด (200 องศา) หรือใส่หม้อนึ่งที่น้ำกำลังเดือดทันที หารู้ไม่ว่าคุณกำลังทำการทดลองวิทยาศาสตร์ที่อันตรายที่สุดที่เรียกว่า "Thermal Shock" หรือการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิฉับพลัน

แก้วเป็นวัสดุที่นำความร้อนได้ไม่ดีนัก เมื่อเจอกับความต่างของอุณหภูมิที่รุนแรง ผิวด้านนอกจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในขณะที่แกนกลางยังเย็นจัดและหดตัวอยู่ แรงดันมหาศาลนี้จะทำให้แก้วที่แม้จะเป็นกระจกนิรภัย ทนไม่ไหว จนเกิดการ "ระเบิด" แตกกระจายคาเตา ทำให้อาหารมื้อนั้นต้องทิ้งทั้งหมด แถมยังต้องมานั่งเก็บกวาดเศษแก้วที่อันตรายอีกด้วย

แม้จะเป็นกล่องแก้วแบรนด์ดังราคาแพง ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นอมตะ เพื่อป้องกันการแตกโพละ สิ่งสำคัญคือคำว่า "ช้าๆ" ต้องให้เวลาแก้วได้ปรับอุณหภูมิ วิธีที่ดีที่สุดคือนำออกจากช่องแช่แข็งมาพักไว้ในช่องธรรมดาล่วงหน้า 1 คืน

แต่หากเร่งด่วนจริงๆ ให้นำกล่องแก้วมาล้างด้วย "น้ำประปาอุณหภูมิห้อง" สักพักเพื่อให้คลายความเย็นลงก่อน ห้ามนำจากช่องฟรีซเข้าแหล่งกำเนิดความร้อนโดยตรงเด็ดขาด ยอมเสียเวลาละลายน้ำแข็ง 5 นาที ดีกว่าเสียเวลา 2 ชั่วโมงมานั่งเก็บกวาดเศษแก้ว

นอกจากเรื่องอุณหภูมิแล้ว ยังมีอีก 2 ข้อห้ามสำคัญ คือ

1. ฝาพลาสติก: ห้ามนำเข้าไมโครเวฟหรือหม้อนึ่งเด็ดขาด เพราะความร้อนจะทำให้ฝาบิดเบี้ยวและอาจปล่อยสารเคมีอันตรายออกมาปนเปื้อนอาหาร

2. ห้ามตั้งเตาไฟโดยตรง: อย่าเผลอนำกล่องแก้วไปตั้งบนเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าโดยตรง เพราะนั่นไม่ใช่แค่การอุ่นอาหาร แต่คือการเผาทำลายกล่องแก้วให้พังพินาศทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...