โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประวัติวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 15.52 น.
ประวัติวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ จากเทศกาลโรมันโบราณ สู่ตำนานนักบุญวาเลนไทน์ และวิวัฒนาการเป็นวันแห่งความรักที่ทั่วโลกเฉลิมฉลองมากว่า 1,500 ปี

วันวาเลนไทน์คืออะไร

วันวาเลนไทน์ หรือ วันนักบุญวาเลนไทน์ ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันที่ผู้คนทั่วโลกใช้แสดงความรัก ความห่วงใย และความปรารถนาดีต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก ครอบครัว หรือเพื่อนสนิท

ประวัติของวันวาเลนไทน์มีอายุกว่า 1,500 ปี โดยมีรากฐานจากทั้งความเชื่อในยุคโรมันโบราณและประเพณีของศาสนาคริสต์ ก่อนจะพัฒนาเป็นวันแห่งความรักในความหมายแบบปัจจุบัน

ต้นกำเนิดจากเทศกาลลูเพอร์คาเลียของโรมัน

ก่อนจะมีวันวาเลนไทน์ ชาวโรมันมีเทศกาลที่เรียกว่า Lupercalia จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–15 กุมภาพันธ์ เพื่อเฉลิมฉลองความอุดมสมบูรณ์และการชำระล้างบาป เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อบูชาเทพ Faunus เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์

พิธีกรรมจัดขึ้นบริเวณถ้ำลูเพอร์คัลบนเนินเขาพาลาทีน ซึ่งตามตำนานเป็นสถานที่ที่หมาป่าเลี้ยงดู Romulus and Remus ผู้ก่อตั้งกรุงโรม

ภายในเทศกาลมีพิธีบูชายัญ และกิจกรรมจับฉลากชื่อหญิงสาวให้ชายหนุ่มจับคู่กันในช่วงเทศกาล ซึ่งบางคู่พัฒนาไปสู่การแต่งงานในภายหลัง ถือเป็นจุดเริ่มต้นแนวคิดการจับคู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

ตำนานนักบุญวาเลนไทน์ จุดกำเนิดวันแห่งความรัก

เรื่องราวสำคัญของวันวาเลนไทน์เกี่ยวข้องกับ Saint Valentine นักบวชชาวโรมันในคริสต์ศตวรรษที่ 3

ในยุคของ Claudius II จักรพรรดิทรงเชื่อว่าชายโสดเป็นทหารที่ดีกว่าผู้ที่มีครอบครัว จึงออกคำสั่งห้ามการหมั้นและแต่งงานในกรุงโรม

วาเลนไทน์เห็นว่าความรักเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงแอบทำพิธีแต่งงานให้คู่รักอย่างลับ ๆ เมื่อเรื่องถูกเปิดเผย เขาถูกจับกุมและประหารชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ราวปี ค.ศ. 269–270

ตำนานเล่าว่า ก่อนถูกประหาร เขาได้เขียนจดหมายถึงหญิงสาวผู้มาเยี่ยมในคุก ลงท้ายว่า “From Your Valentine” ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของการ์ดวาเลนไทน์ในปัจจุบัน

การประกาศอย่างเป็นทางการโดยศาสนจักร

ในปี ค.ศ. 496 สมเด็จพระสันตะปาปาเกลาซิอุสที่ 1 ทรงประกาศให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นวันฉลองนักบุญวาเลนไทน์อย่างเป็นทางการ เพื่อแทนที่เทศกาลลูเพอร์คาเลียของชาวเพเกน

แม้ต่อมาในปี ค.ศ. 1969 จะมีการถอดวันดังกล่าวออกจากปฏิทินนักบุญสากลของโรมัน เนื่องจากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ไม่ชัดเจน แต่การเฉลิมฉลองยังคงดำเนินต่อเนื่องในหลายประเทศทั่วโลก

วาเลนไทน์กับวรรณกรรมยุโรป

วันวาเลนไทน์เริ่มเชื่อมโยงกับความรักโรแมนติกอย่างชัดเจนในศตวรรษที่ 14 ผ่านผลงานของ Geoffrey Chaucer ในบทกวี The Parliament of Fowls ที่กล่าวถึงนกเลือกคู่ในวันเซนต์วาเลนไทน์

ต่อมา William Shakespeare ก็กล่าวถึงวันวาเลนไทน์ในผลงานหลายเรื่อง ทำให้วันนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นในอังกฤษ และพัฒนาเป็นธรรมเนียมมอบดอกไม้และการ์ดอวยพรตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 เป็นต้นมา

สัญลักษณ์สำคัญของวันวาเลนไทน์

วันวาเลนไทน์มีสัญลักษณ์ที่คุ้นเคย ได้แก่

  • ดอกกุหลาบสีแดง สื่อถึงความรักและความปรารถนา
  • คิวปิด เทพแห่งความรักผู้ถือคันธนู
  • การ์ดวาเลนไทน์ ที่มีข้อความบอกรัก
  • รูปหัวใจ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สากลของความรัก

สิ่งเหล่านี้กลายเป็นองค์ประกอบหลักของวัฒนธรรมวาเลนไทน์ทั่วโลก

วันวาเลนไทน์ในยุคปัจจุบัน

ปัจจุบัน วันวาเลนไทน์ไม่ได้จำกัดเฉพาะความรักแบบคู่รักเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการแสดงความห่วงใยต่อคนรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือบุคคลที่เราชื่นชม

กิจกรรมที่พบได้บ่อย ได้แก่ การมอบดอกไม้ ช็อกโกแลต ของขวัญ การ์ดอวยพร และการรับประทานอาหารร่วมกัน

จากเทศกาลโบราณที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางศาสนา สู่วันแห่งความรักที่อบอุ่นใจ วันวาเลนไทน์จึงเป็นตัวอย่างของการผสมผสานประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และวัฒนธรรมที่เดินทางข้ามเวลากว่า 15 ศตวรรษ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...