Romance Scam จากรักออนไลน์สู่ขบวนการฟอกเงิน-หลอกลงทุนข้ามชาติ
คดี Romance Scam สร้างความเสียหายระดับพันล้านดอลลาร์ในหลายประเทศ และพัฒนาไปสู่การหลอกลงทุนและฟอกเงินข้ามพรมแดน กลายเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อระบบการเงินยุคดิจิทัล
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ในยุคที่แพลตฟอร์มดิจิทัลกลายเป็นพื้นที่หลักของการพบปะ สร้างความสัมพันธ์ และลงทุน“ความรักออนไลน์” กำลังถูกแปรเปลี่ยนเป็นเครื่องมือของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเป็นระบบ ภายใต้รูปแบบที่รู้จักกันในชื่อ Romance Scam ซึ่งพัฒนาไปไกลกว่าการหลอกเอาเงินส่วนบุคคล กลายเป็นกลไกหนึ่งของการฟอกเงินและการหลอกลงทุนขนาดใหญ่
รายงานจากหน่วยงานกำกับดูแลและองค์กรบังคับใช้กฎหมายในหลายประเทศชี้ตรงกันว่า ความเสียหายจาก Romance Scam เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมีแนวโน้มซ้อนทับกับ Investment Scam หรือที่เรียกว่า “pig-butchering scam” ซึ่งใช้ความสัมพันธ์ปลอมเป็นสะพานเชื่อมไปสู่การชักชวนลงทุนในคริปโตฯ ทองคำ หรือแพลตฟอร์มซื้อขายปลอม
ความเสียหายเชิงตัวเลข: ใหญ่กว่าที่หลายคนคิด
- สหรัฐอเมริกา
คณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐ (Federal Trade Commission: FTC) ระบุว่า ในปี 2566 ชาวอเมริกันรายงานความเสียหายจาก Romance Scam รวม 1.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากผู้ร้องเรียนกว่า 64,000 ราย ซึ่งเป็นประเภทสแกมที่สร้างความเสียหายต่อรายสูงที่สุดในบรรดากลโกงผู้บริโภคทั้งหมด
FTC อธิบายว่ารูปแบบการหลอกมักเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ผู้เสียหายถูกสร้างความเชื่อใจนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ก่อนถูกขอให้โอนเงินหลายครั้ง ทำให้มูลค่าความเสียหายเฉลี่ยต่อรายสูงกว่าสแกมรูปแบบอื่นอย่างมีนัยสำคัญ
- สหราชอาณาจักร
ข้อมูลจาก Action Fraud และ City of London Police ระบุว่า ปีงบประมาณ 2567/68 สหราชอาณาจักรมีความเสียหายจาก Romance Fraud ราว 106 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้นประมาณ 18% จากปีก่อนหน้า โดยมูลค่าความเสียหายเฉลี่ยต่อเหยื่ออยู่ที่ราว 11,200 ปอนด์ต่อราย
เจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษชี้ว่าสัดส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีและการลงทุนปลอมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้โครงสร้างของ Romance Scam เชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมทางการเงินมากขึ้น
- ออสเตรเลีย
สำนักงานการแข่งขันและผู้บริโภคออสเตรเลีย (ACCC) ผ่านรายงาน Targeting Scams 2567 ระบุว่า Romance Scam เป็นหนึ่งในประเภทสแกมที่สร้างความเสียหายสูงที่สุด โดยในปี 2567 มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 156.8 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
ขณะที่ข้อมูลเบื้องต้นปี 2568 ระบุความเสียหายจาก Romance Scam ราว 28.7 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และยังอยู่ในกลุ่มอาชญากรรมที่สร้างความเสียหายเฉลี่ยต่อรายสูง
ทั้งนี้หน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศยอมรับตรงกันว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียง “ส่วนหนึ่งของความจริง” เนื่องจากเหยื่อจำนวนมากไม่แจ้งความ เพราะอับอายหรือไม่มั่นใจว่าจะได้รับเงินคืน ส่งผลให้ขนาดที่แท้จริงของปัญหาอาจสูงกว่าสถิติหลายเท่า
จากหลอกเดต สู่กลไกฟอกเงิน
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมการเงิน ระบุว่า Love Scam ยุคใหม่แทบไม่ใช่การหลอกเดี่ยวอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ฟอกเงิน โดยเหยื่อถูกใช้เป็นผู้โอนเงินให้เครือข่าย ผู้เปิดบัญชีม้า หรือผู้รับ-ส่งคริปโตฯ ผ่านวอลเล็ต
FTC ระบุว่าคริปโตฯ เป็นช่องทางชำระเงินที่ก่อความเสียหายสูงสุดใน Romance Scam เนื่องจากติดตามยากและโอนข้ามพรมแดนได้ทันที
ประเทศไหนรับมือได้เป็นรูปธรรมมากที่สุด
แม้ไม่มีประเทศใดสามารถแก้ปัญหาได้เด็ดขาด แต่มี 3 โมเดลนโยบายที่ได้รับการจับตา
- สหราชอาณาจักร: บังคับธนาคารร่วมรับผิด
หน่วยงานกำกับระบบชำระเงินของอังกฤษ (Payment Systems Regulator: PSR) ออกกฎ Mandatory Reimbursement ให้ธนาคารต้องชดเชยเหยื่อ Authorised Push Payment Scam สูงสุด 85,000 ปอนด์ต่อราย เริ่ม ต.ค.2567 เป้าหมายคือสร้างแรงจูงใจให้ธนาคารลงทุนในระบบตรวจจับธุรกรรมผิดปกติตั้งแต่ต้นทาง
- ออสเตรเลีย: ตั้งศูนย์ต่อต้านสแกมระดับชาติ
ออสเตรเลียจัดตั้ง National Anti-Scam Centre (NASC) ภายใต้ ACCC เพื่อรวมข้อมูลจากธนาคาร แพลตฟอร์มดิจิทัล และตำรวจ ทำให้สามารถปิดกั้นบัญชีต้องสงสัยได้รวดเร็วขึ้น
- สิงคโปร์: ให้อำนาจรัฐหยุดการโอน
กฎหมาย Protection from Scams Act 2025 ให้อำนาจเจ้าหน้าที่สั่งจำกัดธุรกรรมบัญชีบุคคลที่เชื่อว่ากำลังถูกหลอก แม้เจ้าของบัญชีจะต้องการโอนเอง
แนวทางป้องกันสำหรับประชาชน
สัญญาณเตือนหลัก
สร้างความสัมพันธ์เร็วผิดปกติ (love bombing)
เลี่ยงวิดีโอคอลหรือการพบตัวจริง
ชวนลงทุนโอกาสพิเศษผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่คุ้นเคย
ขอให้โอนเงินหรือช่วยรับเงินแทน
หลักปฏิบัติ 5 ข้อ
อย่าโอนเงินเพราะความสัมพันธ์ออนไลน์
ตรวจสอบบริษัท/แพลตฟอร์มผ่านหน่วยงานกำกับ
เว้นระยะคิดอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนโอนเงินก้อนใหญ่
เล่าให้คนใกล้ตัวฟัง
หากสงสัย ให้หยุดคุยและเก็บหลักฐาน
หากโอนแล้ว
ติดต่อธนาคารทันที
แจ้งความและศูนย์รับเรื่องสแกม
รายงานบัญชีผู้หลอกต่อแพลตฟอร์ม
ทั้งนี้ Romance Scam ไม่ใช่อาชญากรรมเชิงอารมณ์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอาชญากรรมการเงินระดับโลก การรับมือจึงต้องอาศัยทั้งนโยบายรัฐ ระบบธนาคาร และความรู้เท่าทันของประชาชน
อย่างไรก็ตามในโลกที่ “ความรัก” ถูกนำมาเป็นเหยื่อล่อ การป้องกันที่ดีที่สุดยังคงเป็น สติ ความโปร่งใส และการตรวจสอบก่อนเชื่อ ซึ่งอาจช่วยรักษาได้ทั้งหัวใจและทรัพย์สินในคราวเดียว
อ้างอิง : www.ftc.gov3 , www.ftc.gov , www.psr.org.uk , www.accc.gov.au , www.accc.gov.au , sso.agc.gov.sg , www.reuters.com