Treasurist Fund Port Pro (แนวโน้มลงทุนรอบโลก & กองทุนน่าสนใจ) ประจำสัปดาห์ที่ 2 – 6 มี.ค. 2569
“Treasurist Fund Port Pro” วิเคราะห์สรุปแนวโน้มลงทุนรอบโลก & กองทุนน่าสนใจ ช่วยให้คุณวางแผนการลงทุนประจำสัปดาห์ที่ 2 - 6 มีนาคม 2569 โดยกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์เทรเชอริสต์
ประเด็นสำคัญ:
1. กลุ่มสีฟ้า (ตัวช่วยชี้วัด) >>
- สหรัฐฯ และอิสราเอลจับมือถล่มอิหร่านตั้งแต่วันเสาร์ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก (เทรเชอริสต์ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้) เช้าวันอาทิตย์ มีรายงานยืนยันการเสียชีวิตของ Ali Khamenei ผู้นำสูงสุดอิหร่าน และล่าสุดช่วงดึกวันอาทิตย์ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ The Atlantic สื่อสหรัฐฯ ว่าได้พูดคุยกับกลุ่มผู้นำอิหร่านและทั้งสองฝ่ายพร้อมเข้าสู่โต๊ะเจรจา
- ตลาดเปิดแล้วช่วงเช้า USD Index ขยับขึ้นเล็กน้อย มาอยู่ที่ 90 +0.3% จากวันศุกร์ และ THB/USD ขยับอ่อนค่าตามมาด้วยเล็กน้อย อยู่ที่ 31.16 แนวโน้มระยะกลางยังเป็นฝั่งแข็งค่า เทรเชอริสต์แนะนำปิดความเสี่ยง (hedge) อัตราแลกเปลี่ยนไว้ตั้งแต่ 8 ธ.ค. 68
- ภาพรวมตลาดการเงินเช้านี้ (ข้อมูล ณ 35 น.) เคลื่อนไหวในกรอบไม่กว้าง ที่บวกก็ไม่แรง ที่ลงก็ไม่เยอะ
2. กลุ่มแนวโน้มระยะกลางสีเขียว (ซื้อได้ ถือต่อได้) >>
- ทองคำบวกไม่ถึง 1% เช้านี้ซื้อขายในระดับ 5,300-5,350 USD/Oz (น้ำมันดิบที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะขยับขึ้นแรง ก็บวกเพียง 3.9%)
- หุ้นญี่ปุ่น -1.1% เคลื่อนไหวไม่กว้าง แทบไม่ต่างจากวันซื้อขายในสถานการณ์โลกที่เป็นปกติ แนวโน้มยังเป็นขาขึ้นต่อไป
- หุ้นเกาหลีใต้ ยุโรป ไทย ตามราคาปิดวันศุกร์ที่ผ่านมา (เท่าที่มีข้อมูล ณ ขณะนี้) ยังเป็นแนวโน้มขาขึ้น ถือลงทุนได้ต่อไป ตามสัดส่วนที่แนะนำ
3. กลุ่มแนวโน้มระยะกลางสีแดง (รอดู) >>
- เทรเชอริสต์แนะนำปรับตัวออกจากหุ้นเทคตั้งแต่กลางเดือน ก.พ. 69 หลังพบแนวโน้มไม่ไปต่อ แม้ราคาจะย่อลงไม่มากนักจาก all-time high แต่ก็เพื่อให้หลีกจาก "ทางตัน" กระจายเงินลงทุนไปสู่กลุ่มอื่นที่ยังเป็น "ทางโล่ง" ได้ เพื่อให้ภาพรวม "ไปต่อ" ได้
- หุ้นจีนและอินเดีย ซึ่งมีสัดส่วนลงทุนได้สูงตามมาตรฐานปกติ ยังอยู่แนวโน้มขาลงต่อเนื่อง อดทนรอไปก่อน ยังไม่ต้องรีบเข้าลงทุน กลับเข้าเร็วไปมีโอกาสมากกว่าที่จะลงต่อ-เงินจม
วิธีดูข้อมูลนี้ให้เข้าใจและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
ดู “สรุป” และ “รายการ” เพื่อให้ได้ข้อมูลทันทีว่ารายการไหนมีแนวโน้มระยะกลางอยู่ในขาขึ้น ซึ่งอยู่ในช่วงที่ลงทุนได้ และดู “ลำดับวัฏจักรของแนวโน้ม” เพื่อเข้าใจการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มจากระยะสั้นที่จะส่งผ่านมาถึงระยะกลาง และทำความเข้าใจรายละเอียดคำแนะนำในสถานะแนวโน้มต่าง ๆ .. โดยสีของกล่องแต่ละรายการจะอิงตามประเภทสินทรัพย์ หุ้น = สีฟ้า สินค้าโภคภัณฑ์ = สีทอง และ กองรีท (สินทรัพย์ทางเลือก) = สีเขียว
ดู “ตัวอย่างกองทุนน่าสนใจ” เพื่อนำไปศึกษาหนังสือชี้ชวน/Fund Fact Sheet ให้เพียงพอก่อนตัดสินใจลงทุนจริงต่อไป โดยทั้งหมดเป็นกองทุนที่ซื้อได้จริงกับ บลน. เทรเชอริสต์ com หรือจะเลือกลงทุนกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกันก็ได้ตามชอบ
ดู “ต้นสัปดาห์ที่เริ่มแนวโน้มระยะกลาง” เพื่อให้เห็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้ม โดยควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษเมื่อแนวโน้มระยะกลางเพิ่งเปลี่ยนทิศทาง (Reversal) จากเขียวเป็นแดง-จากแดงเป็นเขียว เพราะแปลว่า ผู้ลงทุนควรรีบพิจารณา ซื้อ/ขาย ตั้งแต่ต้นแนวโน้ม
แต่ละรายการควรลงทุนมากน้อยเท่าไรเมื่อเทียบกับเงินที่มี
ภาพรวมให้อิงตามการแบ่งสัดส่วนลงทุนตามประเภทสินทรัพย์ (Asset Allocation) ตามผล Suitability Test ที่แต่ละท่านทำไว้เองล่าสุด เช่น ถ้าเป็นผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงสุด สามารถมีกองทุนหุ้นรวมกันได้ถึง 70% ของพอร์ตโดยรวม แต่ถ้ารับความเสี่ยงได้ต่ำสุด สัดส่วนกองทุนหุ้นก็ไม่ควรเกิน 10% .. และหากตารางนี้ยังไม่แนะนำกองทุนประเภทใด สามารถลงทุนในประเภทกองทุนที่ระดับความเสี่ยงต่ำกว่าไปพลางก่อน เช่น หากยังไม่แนะนำกองทุนหุ้นใด ๆ เลย สามารถใช้โควต้าสัดส่วนกองทุนหุ้น ไปลงทุนในกองทุนตราสารหนี้เพิ่มขึ้นได้ นับเป็นการลดความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนในภาวะที่หุ้นยังไม่สดใส
กรณีสินทรัพย์ประเภทเดียวกันแนะนำให้ลงทุนได้หลายรายการพร้อมกัน สามารถแบ่งสัดส่วนคร่าว ๆ ได้ตามขนาดตลาด (Market Capitalization) ของรายการนั้น ๆ เช่น เนื่องจากตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่กว่าตลาดหุ้นเวียดนาม หลายเท่าตัว ก็อาจจะแบ่งสัดส่วนกองทุนหุ้นญี่ปุ่นให้สูงกว่ากองทุนหุ้นเวียดนาม
หากแนวโน้มระยะกลางเป็นกรอบสีส้ม ซึ่งหมายความว่าแนวโน้มมีโอกาสสูงที่จะเปลี่ยนแปลง แต่ยังต้องรอการยืนยัน >> กรณีมีสัญญาณ Temp Up (มีโอกาสสูงที่จะเปลี่ยนจากแดงเป็นเขียว) หากเน้นความเร็ว สามารถเริ่มเข้าซื้อได้ในสัดส่วน 50% ของตัวมันเอง (อ่านประกอบกับข้อ 4.2) แต่หากเน้นความแน่นอน ก็ยังรอดูไปก่อน จนกว่าจะกลายเป็นสีเขียวจึงเริ่มเข้าซื้อ
>> กรณีมีสัญญาณ Temp Down (มีโอกาสสูงที่จะเปลี่ยนจากเขียวเป็นแดง) หากเน้นความเร็ว สามารถขายลดปริมาณลงมาเหลือ 50% ของตัวมันเอง (อ่านประกอบกับข้อ 4.2) แต่หากเน้นความแน่นอน ก็ยังถือเต็ม 100% ไว้ตามเดิมก่อน จนกว่าจะกลายเป็นสีแดงจึงขายทั้งหมดชวนสังเกตความสัมพันธ์แบบแปรตามและแปรผกผันกันระหว่างสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ เช่น ช่วงที่ USD Bond Yield ขยับขึ้น จะเห็นว่า USD Index ก็จะขยับขึ้นตาม และหุ้นปรับตัวลง
หลักการและคำอธิบายเพิ่มเติม
- รูปแบบตัวเลขเชิงสังคมเศรษฐกิจ (Socioeconomics) ที่เป็น time series เช่น จำนวนประชากรของประเทศหนึ่ง ๆ ย้อนหลังหลายปี ยอดขายของอุตสาหกรรมหนึ่ง ๆ ย้อนหลังหลายไตรมาส มักไม่เปลี่ยนแปลงแบบสุ่ม แต่เป็นแนวโน้ม (ขึ้นแล้วมักขึ้นต่อ ลงแล้วมักลงต่อ) .. รูปแบบ time series ของราคาหลักทรัพย์ต่าง ๆ ย้อนหลังหลายวัน-สัปดาห์-เดือน ที่เป็นผลมาจากเหตุปัจจัยเชิง Socioeconomics จึงมีแนวโน้มเช่นกัน .. จึงสามารถใช้การคำนวณทางคณิตศาสตร์มาช่วยประเมินความต่อเนื่องของแนวโน้มได้ กล่าวคือ ที่ขึ้นมา ตอนนี้ยังขึ้นอยู่ไหม ที่ลงมา ตอนนี้ยังลงอยู่ไหม และที่สำคัญคือ ตอนไหนที่กำลังเกิด reversal คือการเปลี่ยนจากลงเป็นขึ้น-ขึ้นเป็นลง
- แนวโน้มระยะกลาง >> ดูภาพระยะหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน เป็นกรอบเวลาที่ให้สัญญาณช้ากว่าแนวโน้มระยะสั้น แต่ก็มักจะแม่นยำกว่า (ขึ้นแล้วขึ้นต่อ ลงแล้วลงต่อ) โดยเป็นการใช้เครื่องมือ MACD ใน 2-Week/Weekly Timeframe มาช่วยวิเคราะห์ .. ซึ่งแนวโน้มระยะกลาง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปมาถี่เสมอไป อาจกินเวลาหลายเดือนหรือเป็นปีได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับบริบทแต่ละช่วงเวลา
- แนวโน้มระยะสั้น >> ภาพระยะหลายวันถึงหลายสัปดาห์ เป็นกรอบเวลาที่ให้สัญญาณเร็วกว่าแนวโน้มระยะกลาง แต่อาจเปลี่ยนไปมาได้บ่อย โดยเป็นการใช้เครื่องมือ MACD ใน Week/Weekly Timeframe มาช่วยวิเคราะห์
- สำหรับ Treasurist Fund Port Tax เลือกใช้แนวโน้มระยะยาว >> ใช้เครื่องมือ MACD ใน Monthly Timeframe มาช่วยวิเคราะห์
- ข้อมูลนี้ช่วยแสดงแนวโน้มปัจจุบันไปจนถึงอนาคตสั้น ๆ ได้ตาม "แรงเฉื่อย" ของแนวโน้ม แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าอีก 2 เดือน 6 เดือนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เมื่อสถานการณ์ตรงหน้าเปลี่ยนไป ก็ต้องรีบปรับตัว
- การตัดสินใจลงทุน/ชะลอลงทุนตามแนวโน้มของ Treasurist Fund Traffic Control หากวิเคราะห์แบบย้อนหลัง (hindsight analysis) จะไม่สามารถชนะแบบซื้อแล้วถือยาว (buy-and-hold) ได้ .. แต่ในโลกความเป็นจริง การลงทุนคือ "การมองไปข้างหน้า" และ "ปรับตัวตามสถานการณ์" .. ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ หากในอนาคตเกิดสงครามโลกหรือโรคระบาดครั้งใหญ่ แนวโน้มการลงทุนโดยรวมย่อมเป็นขาลงอย่างรุนแรง โดยยังไม่เห็นอนาคต (เช่น ณ ต้นปี 2563 โลกยังไม่มีวัคซีนโควิด-19 และยังไม่มีใครรู้ว่าวิกฤติครั้งนั้นจะบรรเทาลงเมื่อใด แต่พอมองย้อนหลัง ทุกอย่างก็ชัดเจนหมด เพราะเกิดแล้วจบแล้ว) ซึ่งการใช้คำแนะนำจาก Treasurist Fund Traffic Control ควรจะช่วยให้ผู้ลงทุนเลี่ยงผลขาดทุนที่รุนแรงได้อย่างทันท่วงที และช่วยให้ทราบจังหวะในการกลับเข้ามาลงทุนในระยะถัดไปด้วยเช่นกัน
- กองทุนน่าสนใจ จะอิงตามดัชนีหุ้นหลักของรายการนั้น ๆ เช่น รายการหุ้นญี่ปุ่น ก็จะพิจารณาดัชนี NIKKEI 225 ว่ามีสถานะแนวโน้มอย่างไร แล้วจึงเลือกกองทุนหุ้นญี่ปุ่นที่น่าสนใจมานำเสนอ หุ้นเทคก็จะพิจารณาดัชนี NASDAQ ว่ามีสถานะแนวโน้มอย่างไร แล้วจึงเลือกกองทุนหุ้นเทคที่น่าสนใจมานำเสนอ อย่างไรก็ดี หากแนวโน้มระยะกลางยังไม่เอื้อต่อการลงทุน ก็ยังไม่แนะนำกองทุนน่าสนใจ
สนใจซื้อขาย รับคำปรึกษาเรื่องการลงทุนกองทุนรวม ทำได้ง่าย ๆ ที่ treasurist.com
(เนื้อหานี้ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537)