“ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์” ส่งสัญญาณแทรกแซง หลังฟรังก์แข็งค่าสูงสุดรอบ 10 ปี
ความตึงเครียดตะวันออกกลางดันนักลงทุนแห่ถือสินทรัพย์ปลอดภัย กดเงินยูโรแข็งค่าสูงสุดรอบ 10 ปี ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ย้ำพร้อมเข้าแทรกแซง หากฟรังก์แข็งค่าเร็วเกินไป
วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 15.32 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) ระบุว่ามีความพร้อมมากขึ้นที่จะเข้าแทรกแซงตลาดเงินตราต่างประเทศ หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางผลักดันค่าเงินฟรังก์สวิสแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าทศวรรษเมื่อเทียบกับยูโร
ในการซื้อขายช่วงต้นวัน เงินยูโรร่วงลงแตะ 0.9037 ฟรังก์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤต “Franc Shock” เมื่อเดือนมกราคม 2558 โดยนักลงทุนแห่ถือสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ SNB ออกแถลงการณ์เชิงแทรกแซงทางวาจา (verbal intervention) ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เพื่อส่งสัญญาณว่าจะไม่ปล่อยให้ฟรังก์แข็งค่าเร็วเกินไป เพราะอาจกดดันเงินเฟ้อให้ติดลบ และกระทบภาคส่งออกของสวิตเซอร์แลนด์
“ท่ามกลางพัฒนาการในต่างประเทศ ความพร้อมของเราในการเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนได้เพิ่มขึ้น” ธนาคารกลางระบุ พร้อมย้ำว่าพร้อมดำเนินการเพื่อสกัดการแข็งค่าอย่างรวดเร็วและรุนแรงของฟรังก์ หากเป็นภัยต่อเสถียรภาพด้านราคาในประเทศ
ครั้งล่าสุดที่ SNB ส่งสัญญาณลักษณะนี้คือในปี 2559 หลังการลงประชามติ Brexit ของสหราชอาณาจักรทำให้ฟรังก์แข็งค่าพุ่งขึ้น
นักวิเคราะห์มองว่า SNB มีแนวโน้มขายฟรังก์ในตลาดเพื่อชะลอการแข็งค่า แต่ไม่น่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำกว่าระดับปัจจุบันที่ 0%
อเลสซานโดร บี นักเศรษฐศาสตร์จาก UBS ระบุว่า อาจเห็นการเข้าแทรกแซงบางส่วนเพื่อลดแรงเหวี่ยงของการแข็งค่า แต่ SNB ไม่น่าจะปกป้องระดับใดระดับหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น 0.90 ฟรังก์ต่อยูโร เพราะกระแสเงินไหลเข้าฟรังก์อาจกลับทิศได้อย่างรวดเร็ว
เขาเสริมว่ายังไม่ชัดเจนว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อเพียงใด จึงไม่เหมาะสมที่จะใช้นโยบายฉุกเฉินอย่างการปรับดอกเบี้ยติดลบ เว้นแต่จะเกิดปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว เช่น เศรษฐกิจโลกชะลอตัวหนัก หรือธนาคารกลางอื่น ๆ เริ่มลดดอกเบี้ย
“การพุ่งขึ้นของฟรังก์ครั้งนี้ไม่ใช่ปัญหาเชิงโครงสร้างในยูโรโซนเหมือนปี 2554 แต่เป็นผลจากภูมิรัฐศาสตร์และแรงหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุน” เขากล่าว
อ้างอิง : reuters.com