โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สิ้นตำนาน พล.ต.ท.ทวี มือปราบสืบเหนือ-สืบใต้ ตงฉินโจรเกรงขาม

Thaiger

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 22.37 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 15.37 น. • Thaiger ข่าวไทย

วงการสีกากีเศร้า สิ้น พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ อดีต ผบช.น. ตำนานมือปราบสืบเหนือ-สืบใต้ ในวัย 89 ปี นายตำรวจชั้นครู ผู้ปราบปรามอาชญากรอย่างเด็ดขาดจนโจรทั่วประเทศเกรงขาม

ภาพจาก :cops-magazine

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) วัย 89 ปี เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยโรคชราภายในบ้านพัก ถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของวงการตำรวจไทย ผู้ได้รับฉายาว่าตำนานสืบเหนือสืบใต้ ซึ่งโจรทั่วประเทศต่างเกรงขามในฝีมือการปราบปรามอาชญากรรมอย่างเด็ดขาด

ประวัติ พล.ต.ท.ทวี เกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ มีความผูกพันกับอาชีพตำรวจมาตั้งแต่เด็กเพราะมีพ่อรับราชการตำรวจ คือ พ.ต.ต.สม ทิพย์รัตน์ หลังจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนเชียงรายสามัคคี ได้เข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพมหานครในโรงเรียนไพศาลศิลป์ ปี 2503 สอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จบการศึกษารุ่นที่ 16 ร่วมกับเพื่อนร่วมรุ่นที่ประสบความสำเร็จในสายงานตำรวจมากมาย

การรับราชการเริ่มต้นในตำแหน่งผู้บังคับหมวด ศูนย์ฝึกไชยะ จังหวัดปัตตานี ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเสือคาบดาบจากหน่วยรบพิเศษป่าหวาย จังหวัดลพบุรี รวมถึงหลักสูตรรบแบบกองโจรที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อรับมือกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายในพื้นที่ภาคใต้ พล.ต.ท.ทวี ทำงานป้องกันผืนแผ่นดินเกิดที่ปัตตานีนานกว่า 7 ปี ผู้บังคับบัญชาเห็นถึงความทุ่มเทจึงย้ายให้มาดำรงตำแหน่งสารวัตรสืบเหนือ จากนั้นเลื่อนตำแหน่งขึ้นตามลำดับจนถึงผู้กำกับการสืบเหนือ สร้างผลงานคลี่คลายคดีสำคัญมากมาย เช่น คดีคนร้ายเจาะเซฟธนาคารสาขาราชดำเนินขโมยเงิน 9 ล้านบาท คดีขโมยเครื่องลายครามในพระตำหนักจังหวัดเชียงใหม่ คดีขโมยงาช้างบ้านผู้ใหญ่

ผลงานอันโดดเด่นส่งผลให้ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครบาลเหนือ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครใต้ จนกระทั่งก้าวขึ้นเป็นนายพลในตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครใต้ ภายหลังย้ายไปเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทำหน้าที่หัวหน้าชุดเฉพาะกิจปราบปรามมือปืนรับจ้าง กวาดล้างนักฆ่าอาชีพทั่วประเทศ ก่อนจะกลับมาดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ควบคู่กับการดูแลงานจเรตำรวจ ในช่วงปีสุดท้ายของชีวิตราชการ พล.ต.ท.ทวี ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จนกระทั่งเกษียณอายุราชการในปี 2541

พล.ต.ท.ทวี เคยให้สัมภาษณ์ถึงความภาคภูมิใจในอาชีพนักสืบว่า “ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จในชีวิตราชการไม่น้อย ได้ทำหน้าที่สืบสวนปราบปรามเหมือนที่วาดฝันไว้ในสมัยเด็กตอนเห็นพ่อเป็นตำรวจ กลายเป็นแรงผลักดันให้เราเกิดความสนใจอยากรู้ว่าตำรวจจับผู้ร้ายได้อย่างไร พยายามจดจำรายละเอียด ติดตามการทำงานของพ่อมาตลอด”

“ผมถือว่าการสืบสวนเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง มันมีศิลปะในตัวของมัน ต้องสนใจเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงาน ต้องกว้างขวาง รู้จักคนทุกวงการ ศึกษาแผนประทุษกรรมของคนร้ายให้ได้ เนื่องจากสมัยนั้นเทคโนโลยียังไม่เจริญก้าวหน้าเหมือนปัจจุบัน จำเป็นต้องเอาระบบสายลับเข้ามาช่วยงานสืบสวนมากกว่า ความยากง่ายของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน มันเป็นศิลปะ ไม่มีรูปแบบแน่นอนตายตัว พอมีเทคโลยีเข้ามาช่วยมากขึ้น ทั้งกองพิสูจน์หลักฐาน กองทะเบียนประวัติอาชญากร สถาบันนิติเวช ประกอบกันเป็นนิติวิทยาศาสตร์ พวกผมก็ต้องเข้าไปเรียนรู้ ตั้งแต่การหาลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุ การตรวจดีเอ็นเอ การนำคอมพิวเตอร์มาใช้สืบสวน ตรวจสอบประวัติอาชญากร การผ่าชันสูตรพลิกศพ พิสูจน์กระเพาะอาหารของคนตายเพื่อเป็นแนววิเคราะห์ที่มาที่ไปของรูปคดี”

สำหรับคดีที่สร้างความภาคภูมิใจสูงสุดคือคดีเรียกค่าไถ่ พล.ต.ท.ทวี เล่าว่า “เมื่อก่อนคดีเรียกค่าไถ่เกิดขึ้นถี่มาก ตำรวจต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือตัวประกันให้ปลอดภัย นอกจากความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่แล้วยังสะเทือนขวัญต่อประชาชนด้วย ถ้าช่วยเหยื่อได้ก็จะถือว่าเป็นความสำเร็จสูงสุด”

คดีแรกที่ทำคือคดีเรียกค่าไถ่ลูกชายเจ้าของลูกชิ้นศรีย่าน คนงานจับตัวเด็กไป ทีมสืบสวนตามจับกุมคนร้าย ช่วยเหลือตัวประกันได้อย่างปลอดภัย ต่อมาในปี 2519 คนร้ายจับหลานสาวนายแพทย์ย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่เรียกค่าไถ่ 3 ล้านบาท ทีมตำรวจสืบเหนือใช้เวลา 7 วันช่วยเหลือเด็กออกมาได้พร้อมจับกุมคนร้ายทั้งหมด พล.ต.ท.ทวี ระบุว่าเป็นภาพประทับใจเมื่อแม่โผเข้ากอดลูก อีกคดีคือการจับตัวเด็กหญิงลูกเจ้าของร้านขายนกเรียกค่าไถ่ 3 ล้านบาท ทีมตำรวจวางแผนแข่งกับเวลานาน 10 วันจนช่วยตัวประกันสำเร็จโดยไม่มีการสูญเสีย

ในอดีตคดีมือปืนรับจ้างเป็นปัญหาใหญ่ คนร้ายก่อเหตุโดยไม่คำนึงถึงความสูญเสียของครอบครัวเหยื่อ ทีมสืบเหนือสืบใต้จำเป็นต้องใช้มาตรการเด็ดขาดกับมือปืนที่ต่อสู้ขัดขืน นอกจากนี้ยังมีคดีอาชญากรชาวต่างชาติก่อเหตุอุกอาจในกรุงเทพมหานคร เช่น กรณีชาวจีนแผ่นดินใหญ่ปล้นทรัพย์ พรรคพวกบุกชิงตัวผู้ต้องหาในศาลโดยใช้ระเบิดขว้างทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทีมตำรวจต้องเข้าระงับเหตุอย่างรวดเร็ว

พล.ต.ท.ทวี ยังได้ฝากข้อคิดถึงนักสืบรุ่นใหม่ว่า “จุดเริ่มต้นของตำรวจ ควรเชิญผู้ที่ประสบความสำเร็จในแต่ละฝ่ายไปบรรยายถ่ายทอดประสบการณ์การสืบสวนให้นักเรียนฟัง เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นนักสืบให้เด็กรุ่นใหม่ได้ซึบซับตั้งแต่ยังอยู่ในรั้วสถาบันตำรวจ การสืบสวนไม่ใช่โดดเด่นเพียงคนเดียว ต้องใช้ทีมเวิร์ก ผู้บังคับบัญชาต้องเป็นผู้นำที่ดีกับผู้ใต้บังคับบัญชา นำไปสู่กระบวนการทำงานที่ดี ทำอะไรให้ถูกต้อง มีพยานหลักฐาน ปลุกขวัญกำลังใจให้กับตำรวจที่ทำงานลำบากเหน็ดเหนื่อย”

แม้ พล.ต.ท.ทวี จะเกษียณอายุราชการไปนานแล้ว แต่ยังคงติดตามข่าวสาร เป็นห่วงลูกน้อง คอยโทรศัพท์สอบถามเวลามีคดีซับซ้อน พร้อมให้กำลังใจทีมงานเสมอ การเสียชีวิตของพล.ต.ท.ทวี จึงนับเป็นการสูญเสียปูชนียบุคคลสำคัญที่ทิ้งผลงานอันทรงคุณค่าไว้ให้วงการตำรวจไทยสืบไป

อ้างอิงข้อมูลจาก สืบนครบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...