สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 4 มีนาคม 2569
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 4 มีนาคม 2569
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 มี.ค. 69 7:54: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 74.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.33 ดอลลาร์ หรือ 4.7% สูงสุด นับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2025
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 81.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.66 ดอลลาร์ หรือ 4.7% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2025
ราคาน้ำมันปิดพุ่งขึ้น 4.7% ในวันอังคาร (3 มี.ค.) หลังสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงานจากตะวันออกกลาง และเพิ่มความกังวลว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อ
*** ตลาดพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกเผชิญแรงเทขายอย่างหนักติดต่อกันสองวัน สะท้อนให้เห็นว่า สงครามทางอากาศระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน กำลังกดดันตลาดการเงินที่เปราะบางจากความกังวลเงินเฟ้ออยู่แล้ว ราคาพันธบัตรร่วงลง ท่ามกลางความวิตกว่าสงครามที่ยืดเยื้อกับอิหร่านจะผลักดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น และทำให้ความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต้องชะงักลง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 2 ปี ล่าสุดอยู่ที่ 3.732% หลังจากก่อนหน้านี้พุ่งแตะ 3.84% เพิ่มขึ้นจากระดับ 3.516% เมื่อวันศุกร์ นับเป็นการปรับขึ้นในรอบสองวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2024
ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 2 ปี ปรับขึ้นสู่ระดับ 2.177% และเคยแตะ 2.236% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหนึ่งปี และถือเป็นการปรับขึ้นสองวันที่รุนแรงที่สุดในรอบปี
ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี อยู่ที่ 3.498% เพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุด 3.365% เมื่อวันจันทร์ และเคยพุ่งแตะ 3.599% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นสองวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2025
*** ราคาทองคำปรับตัวลดลงในวันอังคาร โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่แผ่วลง หลังมีความกังวลว่า เงินเฟ้ออาจเพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ
ราคาทองคำตลาดสปอตร่วงลง 3.6% สู่ระดับ 5,137.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 2.07 น. ของวันนี้ตามเวลาไทย หลังราคาพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 สัปดาห์เมื่อวันจันทร์
*** สื่อต่างประเทศรายงานว่า กองทัพอิสราเอลได้โจมตีสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านเมื่อวันอังคาร ซึ่งเป็นองค์กรนักบวชที่มีหน้าที่คัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ของประเทศ
สื่ออิหร่านและอิสราเอลต่างรายงานตรงกันว่า มีการโจมตีสถานที่แห่งหนึ่งของสภาผู้เชี่ยวชาญในเมืองโกม ทางตอนใต้ของกรุงเตหะราน ขณะที่รายละเอียดผลการโจมตีไม่ตรงกัน โดยสถานี Kan News ของอิสราเอล ซึ่งอ้างเจ้าหน้าที่อาวุโสรายหนึ่ง ระบุว่าสภากำลังประชุมเพื่อเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งแทนอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด ขณะที่สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่าน ระบุว่า ไม่มีการประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
สำนักข่าว Fars ของอิหร่าน รายงานเพิ่มเติมว่า สภาผู้เชี่ยวชาญกำลังดำเนินกระบวนการลงคะแนนผ่านระบบทางไกลและวิธีการรักษาความปลอดภัยรูปแบบอื่น พร้อมระบุว่า การประกาศผู้นำคนใหม่อาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ อาจเริ่มปฏิบัติภารกิจคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากมีความจำเป็น พร้อมระบุว่าได้สั่งการให้สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาของสหรัฐฯ (DFC) จัดทำประกันความเสี่ยงทางการเมืองและค้ำประกันทางการเงินสำหรับการค้าทางทะเลในอ่าวเปอร์เซีย
มาตรการดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในก้าวที่แข็งกร้าวที่สุดของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อควบคุมราคาพลังงานที่พุ่งสูง ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง และเพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก
*** ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส แถลงเมื่อวันอังคารว่า ฝรั่งเศสจะส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน Charles de Gaulle ไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมเดินหน้าสร้างแนวทางระหว่างประเทศร่วมกัน เพื่อรักษาความปลอดภัยการเดินเรือ ซึ่งกำลังเผชิญความเสี่ยงจากวิกฤตตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง
ในการกล่าวสุนทรพจน์ถ่ายทอดสดทั่วประเทศ มาครงระบุว่า จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ขณะที่เส้นทางเดินเรือผ่านคลองสุเอซและทะเลแดงกำลังถูกคุกคามจากความขัดแย้งที่ขยายวงกว้าง
*** ผลสำรวจจากองค์กรหลายแห่งแสดงให้เห็นว่า ผู้บริหารในภาคธุรกิจยังมองว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยเสี่ยงสูงที่อาจรบกวนการเติบโต ความเชื่อมั่น และการลงทุนในอนาคตของสหรัฐฯ หากสถานการณ์ลุกลามต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ สามารถฝ่าคลื่นลมจากมาตรการการค้า นโยบายปราบปรามคนเข้าเมือง และแรงสั่นสะเทือนด้านอื่นๆ ตลอดปีที่ผ่านมา แต่กำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหม่ที่อาจยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจเปิดฉากโจมตีอิหร่าน
*** ผู้กำหนดนโยบายระดับสูงของจีนเตรียมประกาศเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจประจำปี ในการประชุมสองสภา (Two Session) ประจำปีที่จะเริ่มขึ้นในวันนี้
ในการประชุมปีนี้ คาดว่าทางการจีนจะเปิดเผยรายละเอียดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับใหม่ ซึ่งเป็นฉบับที่ 15 นับตั้งแต่จีนเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ด้านนักลงทุนจับตาสัญญาณว่า รัฐบาลจีนมีแนวทางอย่างไรในการผลักดันเป้าหมายด้านเทคโนโลยีในประเทศ
ทั้งนี้ คาดว่าจีนจะกำหนดเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในปีนี้ ไว้ที่ราว 4.55% ขณะที่เป้าหมายเงินเฟ้อยังคงเดิมที่ระดับ 2% และตั้งเป้าขาดดุลงบประมาณที่ 4% ของ GDP
*** ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลง 7.24% ในเช้าวันนี้ หลังเผชิญแรงเทขายจากวันก่อนหน้า และทำสถิติการร่วงลงหนักสุดในรอบ 19 เดือน ท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง
*** แซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI กล่าวกับพนักงานในการประชุมเมื่อวันอังคารว่า บริษัทไม่มีอำนาจตัดสินใจเชิงปฏิบัติการ เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของบริษัทไปใช้โดยกระทรวงกลาโหม
อัลต์แมนระบุว่า ไม่ว่าบุคคลใดจะมองว่าการโจมตีอิหร่านเป็นเรื่องถูกต้อง หรือการบุกเวเนซุเอลาเป็นเรื่องไม่เหมาะสม พนักงานก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปมีส่วนชี้ขาดในประเด็นดังกล่าว พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจด้านการทหารเป็นเรื่องของรัฐบาล การประชุมครั้งนี้มีขึ้นเพียง 4 วันหลังจาก OpenAI ประกาศข้อตกลงความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน
*** พาเวล เกอร์วิช ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของสตาร์ทอัพด้านความปลอดภัยไซเบอร์ Tenzai กล่าวว่า เตือนถึงความเสี่ยงที่อิหร่านอาจเปิดฉากโจมตีทางออนไลน์ต่อภาคธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ มากขึ้น หากมองในแง่จังหวะเวลา ตอนนี้คือช่วงเวลาที่จะลงมือ ไม่เช่นนั้นอิหร่านก็อาจไม่มีโอกาสอีก พร้อมประเมินว่าความเสี่ยงในขณะนี้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เกอร์วิชระบุว่า อิหร่านอาจสะสมขีดความสามารถทางไซเบอร์ไว้ล่วงหน้า และกำลังรอจังหวะที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อเปิดปฏิบัติการ โดยหลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีในภูมิภาคช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านได้เพิ่มระดับการตอบโต้ โดยโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ สถานทูต และศูนย์กลางสำคัญหลายแห่ง รวมถึงเทลอาวีฟ โดฮา และดูไบ
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ