โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ จับเลขาฯ นายก อบจ.สมุทรปราการ โยงบัญชีม้าแถวสอง ยึดทรัพย์หรูจำนวนมาก

THE STANDARD

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 08.51 น. • thestandard.co
ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ จับเลขาฯ นายก อบจ.สมุทรปราการ โยงบัญชีม้าแถวสอง ยึดทรัพย์หรูจำนวนมาก

วันนี้ (4 มีนาคม) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายสแกมเมอร์และบัญชีม้าแถว 1 และแถว 2 รวมกว่า 20 ราย โดยพบว่าหนึ่งในผู้ต้องหาคนสำคัญคือ สิทธิไชย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรปราการ

ซึ่งมีพฤติการณ์รับโอนเงินจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกลงทุน มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 3 ล้านบาท และคาดว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อของเครือข่ายนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลว่ามีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองระดับท้องถิ่นหรือระดับประเทศด้วยหรือไม่

ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) ได้รับแจ้งความผ่านระบบออนไลน์จากผู้เสียหายหลายรายว่า ถูกหลอกลวงให้ลงทุนเทรดหุ้นผ่านทางเฟซบุ๊ก และเมื่อโอนเงินเข้าแอปพลิเคชันปลอมกลับไม่ได้รับเงินปันผลตามที่กล่าวอ้าง ชุดปฏิบัติการจึงได้สืบสวนเส้นทางการเงินจนพบความเชื่อมโยงกับบัญชีม้า 23 ราย จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับ และนำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 5 จุดในจังหวัดสมุทรปราการ

โดยมุ่งเน้นไปที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างและบริษัทประกอบกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของสิทธิไชย ในตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง รวมถึงห้องชุดในคอนโดมิเนียมหรูย่านถนนบางนา-ตราด ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมสิทธิไชยได้ตามหมายจับของศาลจังหวัดระยองและจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ ฮาร์ดดิสก์ สมุดบัญชีธนาคาร 41 เล่ม และรถยนต์หรู 3 คัน ซึ่งรวมถึงรถยนต์ยี่ห้อปอร์เช่ 1 คัน

เบื้องต้นจากการสอบปากคำ สิทธิไชยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเงินจำนวนดังกล่าวเกิดจากการประกอบธุรกิจซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และไม่ทราบแหล่งที่มาของบุคคลที่โอนเงินเข้ามา

ด้าน พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลในระบบรับแจ้งความ (Case ID) พบผู้เสียหาย 2 รายที่ถูกหลอกลงทุนและทำงาน โอนเงินเข้าบัญชีม้าแถวแรก ก่อนถูกโอนส่งต่อไปยังบัญชีม้าแถว 2 ซึ่งเป็นชื่อของสิทธิไชยในเวลาอันรวดเร็ว โดยพบว่าเส้นทางการเงินนี้เกิดขึ้นช่วงก่อนที่สิทธิไชยจะเข้ามารับตำแหน่งเลขานุการนายก อบจ.สมุทรปราการ ได้เพียงไม่นาน

สำหรับแนวทางการสืบสวนหลังจากนี้ ตำรวจไซเบอร์และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะร่วมกันตรวจสอบเส้นทางการเงินจากสมุดบัญชีทั้ง 41 เล่ม รวมถึงบริษัทของผู้ต้องหาอย่างละเอียด ว่ามีการรับโอนเงินจากผู้เสียหายรายอื่นหรือเข้าข่ายการฟอกเงินหรือไม่ ส่วนประเด็นความเชื่อมโยงกับนักการเมืองนั้น

ทาง พล.ต.ต.ทินกร ระบุว่ายังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่อยู่ระหว่างการขยายผลเส้นทางการเงินอย่างรัดกุมที่สุด ทั้งนี้ หลังจากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาได้ใช้สิทธิ์ขอประกันตัวเพื่อไปต่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...