โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ไทยเครดิต ทุ่ม 600 ล้าน ยกระดับ Digital Platform คาดกดค่าใช้จ่ายต่ำ 40%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 07.28 น.

ธนาคารไทยเครดิต ทุ่ม 600 ล้านบาท เดินหน้ายกระดับ Core Banking สู่ Digital Full Platform ดึงเทคโนโลยี ขยายฐานลูกค้า-ลดต้นทุน-ค่าใช้จ่าย ตั้งเป้า 2-3 ปี กดค่าใช้จ่ายต่อรายได้ต่ำ 40% พร้อมตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อมากกว่า 11% รักษาหนี้เสียไม่เกิน 4.5%

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในปี 2569 ธนาคารยังคงเน้นธุรกิจ ลูกค้า Micro SMEs และผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Underserved) ในระบบธนาคาร ซึ่งเป็นกลุ่มที่ธนาคารต่าง ๆ ไม่ได้เข้ามาเล่นมากนัก เพราะเป็นกลุ่มที่มีต้นทุนในการเข้าถึงค่อนข้างสูง ส่งผลให้ธนาคารไม่เข้ามาตลาดกลุ่มนี้ จึงเป็นโอกาสของธนาคารไทยเครดิตจะขยายธุรกิจเข้าในกลุ่มนี้มากขึ้น

โดยในปี 2569 ตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อ 2 หลัก หรือมากกว่า 11% ขึ้นไป โดยเน้นสินเชื่อเพื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี และสินเชื่อนาโนและไมโครเครดิต ซึ่งปัจจุบันมียอดสินเชื่อคงค้าง 181,900 ล้านบาท

ขณะที่รักษาคุณภาพสินเชื่อ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ไม่เกิน 4.5% จากปัจจุบันอยู่ที่ 4.2% โดยในปีนี้ธนาคารมีแผนที่จะขายเอ็นพีแอลจำนวน 1,500-2,000 ล้านบาท จากปี 2568 ที่ขายออกไปราว 50 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการขายออกไปที่เล็กน้อย เนื่องจากมีเอ็นพีแอลในระบบอยู่จำนวนมาก ทำให้ธนาคารเน้นที่จะบริหารจัดการเอง ประกอบกับมาตรการภาครัฐ และมาตรการช่วยเหลือของธนาคาร ทำให้สามารถบริหารจัดการหนี้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ ธนาคารตั้งเป้ายกระดับแพลตฟอร์มครั้งใหญ่ เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ Digital Banking ให้ครบวงจร ผ่าน 3 โครงการ ได้แก่ 1.Micro Pay ที่มีการย้ายขึ้นสู่แพลตฟอร์มใหม่ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/2568 เพื่อความคล่องตัวและฟีเจอร์ใหม่ 2.Alpha SME ซึ่งเป็นการบัญชีวงเงิน O/D ให้ลูกค้าสามารถโอนเงินไปบัญชีธนาคารอื่นได้

และ 3.ระบบ Core Banking ใหม่ ซึ่งจะเป็นการช่วยในเรื่องหาลูกค้าใหม่ และสร้างการเติบโต เพื่อเข้าสู่ Digital Full Platform คาดว่าภานยในต้นปี 2570 จะแล้วเสร็จ อย่างไรก็ดี การยกระดับการ Transform สู่ Digital Bank เป็นสิ่งที่ธนาคารทำมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยใช้งบประมาณการลงทุนราว 600 ล้านบาท

“การยกระดับ Core Banking คาดว่าจะช่วยในการเข้าถึงลูกค้าใหม่ ลดค่าใช้จ่าย และต้นทุนในการดำเนินการ เนื่องจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยภายใน 2-3 ปี ค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income) จะปรับลดลงต่ำกว่า 40% และคาดหวังว่าผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) จะเพิ่มขึ้นแตะ 20% จากปัจจุบันอยู่ที่ 16.3%”

สำหรับส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) คาดปี’69 อยู่ในกรอบ 7.5-8% จากปี’68 อยู่ที่ 7.7%
ต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) คาดปี’69 อยู่ในกรอบ 1.5-2% จากปี’68 อยู่ที่ 1.83%

“ปี’69 ยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์การเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยตั้งเป้าขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อหลักในอัตราเลขสองหลัก ควบคู่ไปกับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างเข้มงวด ภายใต้เสาหลักยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่นสูง”

สำหรับเหตุการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางไม่กระทบต่อเราเท่าไหร่ในแง่ธุรกิจ แต่ถ้าภาพรวมอาจส่งผลต่อราคาพลังงาน ราคาน้ำมัน และจะกระทบค่าใช้จ่ายลูกค้าเรา ซึ่งสิ่งที่จะกระทบมากกว่า คือ เทคโนโลยี และ AI ทำให้ธนาคารต้องเร่งปรับตัว เดินหน้าลดต้นทุน ลงทุนเปลี่ยนผ่านดิจิทัล ในระยะกลาง ระยะยาว จะเห็นการเปลี่ยนแปลง ถ้าเราลดต้นทุนได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทยเครดิต ทุ่ม 600 ล้าน ยกระดับ Digital Platform คาดกดค่าใช้จ่ายต่ำ 40%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...