โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

พลังงานจวกปั๊มเชลล์ ‘ขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 4.20 บาท’ เกินกว่าเหตุ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมประชุมหารือเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐและอิสราเอล กับอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศเป็นกรณีๆ ไป

ส่วนล่าสุดกรณีสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊ม) เชลล์ ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศขึ้นไปถึง 4.20 บาท/ลิตร ถือเป็นเรื่องที่เกินกว่าเหตุ แม้ประเทศไทยจะเป็นตลาดการค้าเสรีก็ตาม

“รัฐบาลยังคงยืนยันว่ามีนโยบายตรึงราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนไม่ให้ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งการปรับขึ้นราคาหน้าปั๊มครั้งนี้ เข้าใจว่าเป็นน้ำมันในสต๊อกเดิมที่มีอยู่แล้ว ก็ควรบริหารจัดการน้ำมันในสต๊อกเก่าให้ขายในราคาเดิมไปก่อนสัก 2-3 วัน ซึ่งเชื่อว่าจะยังอยู่ได้ แต่จู่ๆ มาปรับขึ้นราคา ก็มองว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล ตอบประชาชนไม่ได้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำแบบนี้”

ทั้งนี้ ในเวลาปกติก่อนจะมีการประกาศปรับขึ้น/ลงราคาน้ำมัน อาจจะมีการแจ้งผู้ค้าน้ำมันล่วงหน้า 1 สัปดาห์ เพื่อให้ปั๊มมีการบริหารจัดการสต๊อกน้ำมันก่อน เช่น สต๊อกปั๊มใหญ่จะใช้เวลา 3-4 วัน ปั๊มเล็ก 1-2 วัน ซึ่งในยามสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ค้าก็ควรบริหารจัดการสต๊อกน้ำมันของเดิมในราคาเดิมไปก่อน อย่างน้อยก็เพื่อให้ประชาชนได้มีเวลาปรับตัวอย่างน้อย 1 สัปดาห์

พลังงานจวกปั๊มเชลล์ ‘ขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 4.20 บาท’ เกินกว่าเหตุ

ในทางกลับกัน เมื่อมีการปรับราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศขึ้นเป็นบางปั๊ม จะทำให้คนแห่ไปเติมน้ำมันในปั๊มที่ราคาถูกกว่า จนเป็นห่วงว่าในบางพื้นที่โดยเฉพาะปั๊มขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล อาจทำให้ปั๊มน้ำมันบางสาขาจะขาดแคลนน้ำมันได้ เพราะคนตื่นตระหนกรีบไปเติมตุนหรือสต๊อกน้ำมันจากปั๊มที่ขายถูกกว่าไว้ใช้

อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังมีนโยบายใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศสักระยะหนึ่ง หรือประมาณ 1 เดือน บนสมมติฐานราคาน้ำมันตลาดโลกที่ 110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และสถานะกองทุนวันที่ 1 มี.ค.2569 เป็นบวก 2,459 ล้านบาท มีกระแสเงินสด 2.7 หมื่นล้านบาท และยังมีหนี้ที่ต้องชำระให้กับสถาบันการเงินอยู่อีกกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจให้น้อยที่สุด

ดังนั้น ขอให้มั่นใจว่ากองทุนจะยังทำหน้าที่อุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศได้สักระยะหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนผ่านพ้นวิกฤตไปได้ แต่ระบุไม่ได้ว่าจะนานแค่ไหน ซึ่งคงพอให้ประชาชนปรับตัวได้ หากจะมีการปรับราคาน้ำมันขึ้น ต้องมีเวลาให้ประชาชนรับรู้สถานการณ์และเตรียมตัวเตรียมใจปรับตัวในการประหยัด ผู้ประกอบการมีการบริหารจัดการต้นทุนก่อนอย่างน้อย 1 สัปดาห์ โดยต้องมีการหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อใช้แนวทางการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงควบคู่กันด้วย

“ประเมินสถานการณ์สู้รบขณะนี้มองว่าจะยืดเยื้อและขยายวงกว้างแน่นอน แต่หวังว่าจะไม่นานเท่ารัสเซีย-ยูเครน แต่รอบนี้มองว่ามีความเป็นไปได้ที่อาจได้เห็นราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับขึ้นไปแตะที่ระดับ 150-170 เหรียญสหรัฐ จากขณะนี้ราคาปรับขึ้นมากว่า 22 เหรียญสหรัฐ อยู่ที่กว่า 110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลแล้ว จากก่อนที่จะเกิดเหตุสู้รบอยู่ที่ 97-98 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล คิดเป็นเงิน 4 บาทกว่า”

อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันตลาดโลกขยับเป็น 130 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล กองทุนอาจเริ่มทยอยลดเงินอุดหนุน และทยอยราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศขึ้นครั้งละ 50 สตางค์ ไม่เกิน 1 บาทต่อลิตร โดยน้ำมันดีเซลอาจขยับเพดานราคา จากปัจจุบันไม่เกิน 30 บาท เป็นไม่เกิน 33 บาท และเป็นไม่เกิน 35 บาท หากมีความจำเป็น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก โดยยังไม่มีความจำเป็นที่กองทุนต้องกู้เงินเพิ่มเติมมาอุดหนุนราคาเหมือนช่วงที่ผ่านมาแต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...