เตือน ผลไม้ 5 ชนิด ที่ไม่ควรกินตอนท้องว่าง ส่งผลเสีย เสี่ยงทำร้ายกระเพาะ
เตือน ผลไม้ 5 ชนิด ที่ไม่ควรกินตอนท้องว่าง ส่งผลเสียมากกว่าผลดี เสี่ยงทำร้ายกระเพาะไม่ต่างจากการดื่มแอลกอฮอล์ หลายคนยังไม่รู้ เผลอกินบ่อยๆ
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าแม้จะหิวมากเพียงใดก็ไม่ควรรีบรับประทานผลไม้บางชนิดทันที เพราะอาจส่งผลเสียต่อกระเพาะอาหาร และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคทางเดินอาหารได้
โดยทั่วไปหลายคนทราบดีว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็น“ศัตรูของกระเพาะอาหาร” โดยเฉพาะเมื่อดื่มขณะท้องว่าง เนื่องจากเมื่อไม่มีอาหารช่วยเคลือบกระเพาะ สารเอทานอลจะสัมผัสกับเยื่อบุกระเพาะโดยตรง ทำให้เกิดการระคายเคือง แสบร้อน เลือดคั่ง และอาจนำไปสู่แผลในกระเพาะอาหารได้
อย่างไรก็ตามศาสตราจารย์ หลี่ จื้อกัง จากมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนปักกิ่ง ประเทศจีน ระบุว่า ยังมีข้อเท็จจริงที่หลายคนไม่ทราบ นั่นคือ ผลไม้บางชนิดหากรับประทานตอนท้องว่างก็อาจทำลายกระเพาะอาหารได้ไม่ต่างจากการดื่มแอลกอฮอล์
ศาสตราจารย์หลี่ยกตัวอย่างกรณีผู้ป่วยหญิงวัยกว่า 30 ปีรายหนึ่ง ซึ่งเกิดภาวะกระเพาะอาหารทะลุ หลังรับประทานลูกพลับจำนวนมากและดื่มน้ำส้มขณะท้องว่าง เมื่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจึงพบว่าเธอมีแผลในกระเพาะอาหารอยู่ก่อนแล้วโดยไม่รู้ตัว
จากการสอบถามพบว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าวพยายามลดน้ำหนักด้วยการกินผลไม้แทนมื้ออาหาร หรือรับประทานผลไม้จำนวนมากเพื่อลดปริมาณอาหารในมื้อถัดไป แต่เลือกผลไม้ที่ไม่เหมาะกับการรับประทานขณะท้องว่าง
จากกรณีดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญจึงเตือนว่า แม้จะหิวมากก็ไม่ควรรับประทานผลไม้ 5 ชนิดต่อไปนี้ทันทีขณะท้องว่าง
1. ลูกพลับ
ลูกพลับมีสารแทนนินและเพกตินสูง เมื่อเข้าสู่กระเพาะที่ว่างและมีกรดเข้มข้น สารเหล่านี้อาจตกตะกอนรวมตัวกันเป็นก้อนแข็ง คล้ายก้อนนิ่วในกระเพาะ ซึ่งสามารถเสียดสีกับผนังกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดเลือดออกหรือกระเพาะทะลุได้
2. มะเขือเทศ
มะเขือเทศมีสารประกอบฟีนอลิก เมื่อสัมผัสกับกรดในกระเพาะขณะท้องว่าง อาจเกิดการรวมตัวเป็นสารคล้ายเจลที่เกาะติดกับเยื่อบุกระเพาะ ส่งผลให้เกิดอาการปวดบริเวณลิ้นปี่อย่างรุนแรง และรบกวนกระบวนการย่อยอาหาร จนอาจทำให้กระเพาะเกิดการอักเสบเฉียบพลัน
3. ส้ม
หลายคนคุ้นเคยกับการดื่มน้ำส้มหรือรับประทานส้มในมื้อเช้า แม้ส้มจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่การกินขณะท้องว่างอาจไม่เหมาะสม เนื่องจากส้มมีน้ำตาลและกรดอินทรีย์สูง ซึ่งอาจกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะ ทำให้กรดในกระเพาะเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดอาการแน่นท้องหรือระคายเคืองได้
4. กล้วย
การรับประทานกล้วยขณะท้องว่างอาจทำให้ระดับแมกนีเซียมในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สมดุลของแร่ธาตุในร่างกายเปลี่ยนแปลง และอาจเพิ่มภาระต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ ความเป็นกรดของกล้วยยังอาจกระตุ้นระบบประสาทของกระเพาะ ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้หรือจุกเสียดได้
5. สับปะรด
สับปะรดมีเอนไซม์โบรมีเลน (bromelain) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยย่อยโปรตีน หากรับประทานขณะท้องว่าง เอนไซม์ดังกล่าวอาจระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะและลำไส้ ทำให้เกิดอาการแสบร้อน เวียนศีรษะ และอาจส่งผลเสียต่อผนังกระเพาะหากรับประทานเป็นประจำ
อาหารที่เหมาะสำหรับรับประทานเมื่อท้องว่าง
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากต้องการปกป้องระบบย่อยอาหาร ควรเลือกอาหารที่ช่วยลดความเป็นกรดของน้ำย่อย เช่น
- โจ๊กหรือซุปอุ่น ช่วยเคลือบเยื่อบุกระเพาะและลดการระคายเคืองจากกรด
- ไข่ต้ม ให้โปรตีนคุณภาพดี ช่วยให้อิ่มนานโดยไม่กระตุ้นกระเพาะ
- ข้าวโอ๊ต มีใยอาหารละลายน้ำ ช่วยสร้างชั้นป้องกันเยื่อบุกระเพาะ
- ขนมปัง สามารถดูดซับกรดในกระเพาะ ช่วยบรรเทาอาการแสบท้อง
- ถั่วต่าง ๆ เช่น อัลมอนด์หรือวอลนัต ให้ไขมันดี ช่วยรักษาสมดุลความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร
ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่ท้องว่าง เป็นปัจจัยสำคัญในการดูแลสุขภาพกระเพาะอาหารและระบบย่อยอาหารในระยะยาว
ที่มา SOHA
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เตือน ผลไม้ 5 ชนิด ที่ไม่ควรกินตอนท้องว่าง ส่งผลเสีย เสี่ยงทำร้ายกระเพาะ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th