“พันธบัตรโลก” ถูกเทขายหนัก Sell America กลับมา ตลาดหวั่นเกมภาษีทรัมป์
"พันธบัตรโลก" ถูกเทขายหนัก Sell America กลับมา ตลาดหวั่นเกมภาษีทรัมป์ ขณะที่นักลงทุนกังวลยุโรปและญี่ปุ่นอาจลดการถือครองบอนด์สหรัฐ
วันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 08.30 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasuries) เข้าร่วมแรงเทขายในตลาดพันธบัตรโลก หลังความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่เชื่อมโยงกับประเด็นกรีนแลนด์ บ่อนทำลายความต้องการถือครองสินทรัพย์สหรัฐ และซ้ำเติมความกังวลเกี่ยวกับสถานะการคลังระยะยาวของรัฐบาลสหรัฐ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีและ 30 ปี ปรับเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3 เบซิสพอยต์ในการซื้อขายช่วงเอเชีย หลังตลาดพันธบัตรสหรัฐปิดทำการเมื่อวันจันทร์เนื่องในวันหยุด โดยแผนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเรียกเก็บภาษีนำเข้ากับบางประเทศในยุโรป เพื่อแลกกับความพยายามเข้าซื้อกรีนแลนด์ ได้จุดชนวนคำถามอีกครั้งถึงความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาลสหรัฐ
แรงขายยังลุกลามไปยังตลาดญี่ปุ่น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 40 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 4% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการออกพันธบัตรประเภทนี้ในปี 2550 ขณะที่นักลงทุนจับตาการประมูลพันธบัตรอายุ 20 ปีของญี่ปุ่น หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี จากแผนของรัฐบาลญี่ปุ่นในการลดภาษีอาหาร ด้านตลาดพันธบัตรออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ปรับตัวลงเช่นกัน ขณะที่สัญญาฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอ่อนตัวลง
แอนดรูว์ ไทซ์เฮิร์สต์ นักกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยอาวุโสจาก Nomura Australia ระบุว่า ช่วงปลายของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกมีความเปราะบางอย่างมาก ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่เกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กระแสคาดการณ์ว่า ริก รีเดอร์ อาจถูกเสนอชื่อเป็นประธานเฟดคนใหม่ รวมถึงความเป็นไปได้ที่ศาลสูงสุดสหรัฐอาจตัดสินคัดค้านมาตรการภาษีบางส่วนของทรัมป์ ซึ่งอาจยิ่งเพิ่มความกังวลต่อฐานะงบประมาณของรัฐบาล
ทั้งนี้ ประเทศในยุโรปถือครองพันธบัตรและหุ้นสหรัฐมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ โดยส่วนหนึ่งอยู่ในความดูแลของกองทุนภาครัฐ ส่งผลให้เกิดการคาดการณ์ว่า ยุโรปอาจลดการถือครองสินทรัพย์สหรัฐเพื่อตอบโต้สงครามภาษีระลอกใหม่ของทรัมป์ ซึ่งอาจผลักดันต้นทุนการกู้ยืมของสหรัฐให้สูงขึ้น และกดดันตลาดหุ้น เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐพึ่งพาเงินทุนจากต่างชาติเป็นอย่างมาก
นักกลยุทธ์ของบลูมเบิร์ก ระบุว่า ในสถานการณ์ที่ยุโรปและสหรัฐเผชิญหน้ากันจากกรณีกรีนแลนด์ เป็นเรื่องปกติที่นักลงทุนจะมองหาสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งในภาวะตลาดปกติจะหมายถึงดอลลาร์และพันธบัตรสหรัฐ แต่ในเวลานี้ ตลาดไม่ได้อยู่ในสภาวะปกติอีกต่อไป
แรงกดดันต่อพันธบัตรสหรัฐยังเพิ่มขึ้นจากความกังวลว่า นักลงทุนญี่ปุ่นอาจขายพันธบัตรสหรัฐเพื่อนำเงินกลับประเทศ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเร่งให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้นแรงยิ่งกว่าเดิม
โรนัลด์ เทมเพิล นักกลยุทธ์การตลาดจาก Lazard Asset Management ระบุว่า ความกังวลหลักของเขาคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นจนทำให้การลงทุนในพันธบัตรสหรัฐไม่น่าสนใจ เมื่อพิจารณาบนฐานการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน พร้อมเตือนว่า หากอัตราผลตอบแทนในญี่ปุ่นยังคงปรับขึ้นต่อไป นักลงทุนญี่ปุ่นอาจเลือกย้ายเงินกลับประเทศ เพื่อรับผลตอบแทนที่สูงกว่าสหรัฐหรือยุโรป หลังหักต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว
อ้างอิง : www.bloomberg.com