โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ลงทุนตราสารหนี้ต้องรู้ ตลาดแรก vs ตลาดรอง ต่างกันอย่างไร ?

Wealthy Thai

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 02.15 น.

การลงทุนในตราสารหนี้ (พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้เอกชน) เป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอและความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น แต่นักลงทุนมือใหม่หลายคนอาจสงสัยว่า เราจะสามารถซื้อตราสารหนี้ได้จากที่ไหนบ้าง และคำว่า "ตลาดแรก" กับ "ตลาดรอง" มีความแตกต่างกันอย่างไร ในบทความนี้ Wealthy Thai ได้สรุปข้อมูลที่น่าสนใจ เพื่อไขข้อสงสัยต่างๆ มาให้แล้ว

1.ตลาดแรก (Primary Market) การซื้อ "ของใหม่" แกะกล่อง

ตลาดแรกคือ ตลาดสำหรับเสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่เป็นครั้งแรก โดยเป็นการระดมทุนจากนักลงทุนไปยังบริษัทหรือผู้ออก (รัฐบาล หรือ บริษัทเอกชน) โดยตรง

ลักษณะการซื้อ : เป็นการจองซื้อในช่วงเวลาที่กำหนด (Subscription Period)
ราคา : กำหนดจำนวนหน่วยหรือจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำไว้ เช่น 100,000 บาท หรือเท่ากับ 100 หน่วย หน่วยละ 1,000 บาท
รูปแบบการเสนอขาย:

  • PO (Public Offering) : เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป โดยเปิดเผยข้อมูลของบริษัทให้เข้าถึงได้ และปฏิบัติตามเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต)

  • PP (Private Placement) : เสนอขายในวงจำกัด เช่น นักลงทุนสถาบันหรือนักลงทุนรายใหญ่

ช่องทางซื้อ : ติดต่อซื้อได้ที่สถาบันการเงินที่เป็นผู้จัดจำหน่ายหรือเป็นตัวแทนจำหน่ายโดยตรง หรือซื้อหุ้นกู้ผ่านช่องทางออนไลน์และแอปพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้งของสถาบันการเงิน

2.ตลาดรอง (Secondary Market) การซื้อ "ของเปลี่ยนมือ"

หากคุณพลาดซื้อตราสารหนี้ในตลาดแรก หรือต้องการขายตราสารหนี้ที่ถืออยู่ก่อนจะครบกำหนด คุณต้องเข้ามาที่ "ตลาดรอง" ซึ่งเป็นตลาดสำหรับซื้อขายตราสารหนี้ที่ถูกเปลี่ยนมือจากนักลงทุนคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง โดยบริษัทผู้ออกตราสารหนี้ไม่ได้เงินทุนจากการซื้อขายนี้ และไม่ได้เป็นการเพิ่มจำนวนสินทรัพย์ใหม่ ช่วยสร้างสภาพคล่อง (Liquidity)
ลักษณะการซื้อ : ซื้อขายได้ตลอดเวลาทำการ โดยไม่ต้องรอช่วงเปิดจอง
ราคา : ราคาจะขึ้นลงตาม "ราคาตลาด" ซึ่งผันผวนตามอัตราดอกเบี้ยในขณะนั้น (อาจจะแพงกว่าหรือถูกกว่าราคาจองซื้อก็ได้)
ช่องทางซื้อขาย: สามารถซื้อขายแบบ Over the Counter หรือ OTC คือไม่มีระบบหรือสถานที่กลางในการจับคู่การซื้อขาย โดยนักลงทุนที่จะซื้อขายตราสารหนี้สามารถติดต่อกับธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ทำหน้าที่เป็นดีลเลอร์ โดยข้อมูลการซื้อขายตรวจสอบได้ผ่านสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)
นอกจากการซื้อตราสารหนี้ในตลาดแรกและตลาดรองแล้ว ยังมีการลงทุนทางอ้อมผ่าน “กองทุนรวมตราสารหนี้” อีกด้วย ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญอย่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เป็นผู้บริหารจัดการให้ นักลงทุนสามารถเลือกกองทุนที่มีนโยบายเหมาะสมกับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ โดยปัจุบันมีกองทุนลักษณะนี้ในประเทศและต่างประเทศให้เลือกหลากหลาย
โดยสรุปแล้วการเข้าใจความแตกต่างระหว่างตลาดแรกและตลาดรองจะช่วยให้นักลงทุนบริหารเงินได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หากต้องการความแน่นอนในเรื่องราคาและจังหวะที่ชัดเจน ตลาดแรก คือคำตอบ แต่หากต้องการความยืดหยุ่นหรือต้องการผลตอบแทนที่อาจเพิ่มขึ้นจากส่วนต่างราคา ตลาดรอง ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...