โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

GCAP GOLD ชี้ศึกตะวันออกกลางดันทองผันผวน รับศึกสองด้าน “ภูมิรัฐศาสตร์-ดอกเบี้ยเฟด”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 11.34 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 04.34 น.

สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านจ่อลุกลาม ดันแรงซื้อ Safe Haven พุ่ง หลังขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซกระทบน้ำมันโลก 20% จับตา "เงินเฟ้อพลังงาน" บีบเฟดชะลอลดดอกเบี้ย กลายเป็นปัจจัยลบสกัดช่วงบวกราคาทองคำระยะสั้น GCAP GOLD ชี้ทองโลกเริ่มพักฐาน ให้แนวรับสำคัญ $5,000 ด้านทองไทยแนะทยอยสะสมในกรอบ 75,500 บาท

5 มีนาคม 2569–สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ก้าวเข้าสู่จุดเปราะบางอย่างมีนัยสำคัญ หลังปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสงครามเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ดัชนีความกลัวในตลาดการเงินพุ่งสูงขึ้น นักลงทุนทั่วโลกเริ่มเบนเข็มเข้าสู่การถือครองทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากความไม่แน่นอนทางรัฐศาสตร์

ภูมิรัฐศาสตร์เขย่าตลาดโลก: สงครามและภาวะชะงักงันของห่วงโซ่พลังงาน

ปัจจัยที่สร้างความกังวลสูงสุดในขณะนี้คือการประกาศปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” โดยอิหร่าน ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีน้ำมันดิบไหลผ่านถึง 1 ใน 5 ของอุปทานโลก การหยุดชะงักของการเดินเรือบรรทุกน้ำมันไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อภาคการขนส่ง แต่กำลังกลายเป็นชนวนเหตุให้ราคาพลังงานโลกดีดตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะกลายเป็นแรงกดดันเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจโลกในระยะถัดไป

นโยบายการเงินเผชิญทางสองแพร่งแรงดึงระหว่าง "ความเสี่ยง" และ "ดอกเบี้ย"

แม้ราคาทองคำจะได้รับอานิสงส์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ตัวแปรสำคัญที่เข้ามาคานอำนาจคือ ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยตลาดเริ่มให้น้ำหนักว่าการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานจะเป็นตัวเร่งให้เงินเฟ้อกลับมาฟื้นตัว (Re-inflation) ซึ่งอาจบีบให้เฟดต้องชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยออกไปจากแผนเดิม

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์จาก GCAP GOLD ให้ความเห็นต่อทิศทางดังกล่าวว่า:

"ทิศทางทองคำในช่วงนี้ถูกดึงจากสองแรงสำคัญ คือแรงซื้อจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาด เนื่องจากความเสี่ยงที่ราคาพลังงานจะปรับสูงขึ้นและกดดันเงินเฟ้อในระยะถัดไป"

สอดคล้องกับท่าทีของ Neel Kashkari ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิส ที่ระบุชัดเจนว่าเหตุการณ์โจมตีอิหร่านได้เพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยในปีนี้ โดยเฟดกำลังเฝ้าระวังว่าราคาน้ำมันจะทรงตัวในระดับสูงนานเพียงใด ซึ่งปัจจัยนี้จะกลายเป็น "เพดาน" ที่จำกัดการปรับขึ้นของราคาทองคำในระยะสั้น

ทองคำเข้าสู่โหมดปรับฐาน

นอกเหนือจากปัจจัยสงคราม ตลาดกำลังรอความชัดเจนจากข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะชะลอตัวลงเหลือเพียง 58,000 ตำแหน่ง ลดลงจากเดือนก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาดจริง อาจเป็นปัจจัยที่กลับมาหนุนโอกาสการผ่อนคลายนโยบายการเงิน และช่วยพยุงราคาทองคำได้ในระดับหนึ่ง
ในทางเทคนิค ฝ่ายวิเคราะห์ GCAP GOLD ประเมินว่าราคาทองคำโลก (Gold Spot) เริ่มเผชิญแรงขายทำกำไรหลังจากไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญ ทำให้โครงสร้างราคาเข้าสู่ช่วงการพักตัว:

  • แนวรับสำคัญ: อยู่ที่ระดับ $5,000 หากหลุดจากจุดนี้ มีโอกาสไหลลงทดสอบโซน $4,860
    • แนวต้านสำคัญ: อยู่ที่ $5,260 และ $5,340 โดยต้องปิดเหนือระดับหลังให้ได้จึงจะกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นที่ชัดเจน
    • กลยุทธ์ทองคำไทย: แนะนำให้ใช้จังหวะการย่อตัวเข้า "ทยอยสะสม" โดยวางโซนรับแรกที่ 75,500 – 76,000 บาท และแนวรับที่สองที่ 73,300 บาท เพื่อรอรอบการดีดตัวทำกำไรในกรอบ 78,500 – 79,500 บาท

สรุปภาวะตลาด ทองคำในขณะนี้จึงอยู่ในสภาวะ "Wait and See" เพื่อประเมินว่าผลกระทบจากราคาน้ำมันจะกดดันนโยบายดอกเบี้ยของเฟดได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางเสียงกลองรบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าจะสงบลง

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...