โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

EMPIRE เพิ่มทุน RO 145.5 ล้านหุ้นลุยโซลูชั่นใหม่ ดันรายได้โตต่อเนื่อง

ทันหุ้น

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 07.50 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 07.50 น.

#ทันหุ้น-EMPIRE ผู้ถือหุ้นอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน Rights Offering จำนวน 145.5 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท สัดส่วน 3.3334:1 ราคาหุ้นละ 0.50 บาท วันเสนอขาย 3 – 9 เมษายน 2569 เพื่อลงทุนในบริษัท ฟิวชั่น ซี จำกัด เสริมแกร่งโครงสร้างธุรกิจ และ เป็นเงินทุนหมุนเวียน เดินหน้าแผนดำเนินงาน เร่งสร้างความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย ด้วยแนวทางการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เน้นหาโซลูชั่นใหม่เพื่อต่อยอดธุรกิจเดิม พร้อมพิสูจน์ความสำเร็จด้วยการสร้างรายได้ต่อเนื่อง และยกระดับธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด ด้านผลประกอบการปี 2568 รายได้รวม 710.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.87% และ ขาดทุนลดลง 62.54%

นางสาววัชราภรณ์ สุวินย์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น โกลบอล เอมไพร์ จำกัด (มหาชน) หรือ EMPIRE เปิดเผยถึงมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีการอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 72,750,000 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 363,750,000 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 436,500,000 ล้านบาท และมีมติอนุมัติหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวน 145,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท โดยมอบอำนาจให้คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณากำหนดช่วงเวลาการจัดสรรและจองซื้อเป็นคราวเดียว หรือหลายคราว ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ได้รับสิทธิการจัดสรรหุ้น (วันขึ้น XR)

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2569 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติอนุมัติการออกและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวน 145,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 30 ของทุนชำระแล้วของบริษัท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) ในอัตราส่วนการจัดสรร 3.3334 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยเสนอขายราคาหุ้นละ 0.50 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนในวันที่ 16 มีนาคม 2569 และกำหนดวันจองซื้อและชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนระหว่างวันที่ 3 – 9 เมษายน 2569

ด้านวัตถุประสงค์ในการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพื่อลงทุนในหุ้นสามัญบริษัท ฟิวชั่น ซี จำกัด หรือ Fusion C ผู้ประกอบธุรกิจการจัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ (ยกเว้นโปรแกรมเว็บเพจและเครือข่าย) จำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ 100 บาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 100 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ในราคาซื้อขายรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 10,000,000 บาท โดยหลังธุรกรรมดังกล่าวแล้วเสร็จ Fusion C จะเป็นบริษัทย่อยในเครือเพื่อสร้างการเติบโตให้กับ EMPIRE ส่วนจำนวนเงินที่เหลือ ใช้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป

สำหรับทิศทางการดำเนินงานช่วงไตรมาส 1/2569 ในระยะแรกจะมุ่งเน้นการศึกษาข้อมูลเชิงลึกขององค์กร วิเคราะห์ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาอย่างรอบด้าน พร้อมจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไขปัญหาทั้งหมดอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทิศทางธุรกิจมีความชัดเจน สามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างมั่นคง โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคณะกรรมการ คณะที่ปรึกษา และ บุคลากรจากหน่วยงานอิสระที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบและวางระบบมาตรการกำกับการตรวจสอบให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย คาดว่าแผนการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะมีความชัดเจนขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป

“การเข้ามารับหน้าที่นี้จากกระบวนการคัดเลือกของคณะกรรมการบริษัท ด้วยความตั้งใจที่จะเข้ามาแก้โจทย์ธุรกิจอย่างจริงจัง แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างท้าทาย แต่เชื่อว่าปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการศึกษาข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้าน เพื่อเป็นฐานในการตัดสินใจในแต่ละขั้นตอน ขณะเดียวกันยังคงมุ่งเน้นการจัดระเบียบขององค์กร ผลักดันธุรกิจที่มีศักยภาพ พร้อมมองหาโอกาสการลงทุนเพื่อสร้างโซลูชั่นใหม่ รวมถึงการต่อยอดระบบนิเวศน์ทางธุรกิจครบวงจรด้วยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตร โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการเสริมสร้างธุรกิจให้เป็นอาณาจักรที่มีการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรที่แข็งแกร่ง และ คำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดภายใต้หลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด” นางสาววัชราภรณ์ กล่าว

ขณะที่ ผลการดำเนินงานของบริษัทประจำปี 2568 มีทิศทางที่ดีขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ เพิ่มศักยภาพไปสู่อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาวและมีอัตรากำไรสูง ส่งผลให้บริษัทมีรายได้รวม 710.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้รวม 453.04 ล้านบาท จำนวน 257.65 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 56.87% และ มีผลขาดทุนสุทธิ 164.61 ล้านบาท ลดลง 62.54% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 439.04 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความสามารถในการลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามบริษัทยังอยู่ระหว่างการทบทวนโครงสร้างรายได้ และ มาตรการควบคุมต้นทุน พร้อมประเมินแนวทางปรับสัดส่วนธุรกิจ มุ่งเน้นเพิ่มรายได้และอัตรากำไรที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรากฐานการเติบโตอย่างมั่นคง และ มีความยั่งยืน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...