โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สำรวจ ‘กองทัพ-เศรษฐกิจ’ อิสราเอล ไหวหรือไม่ หากสงครามอิหร่านยืดเยื้อ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 03.57 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 08.00 น.

ผู้นำในอิสราเอล และสหรัฐ เผยว่า ความขัดแย้งกับอิหร่านอาจยืดเยื้อนานหลายสัปดาห์ สำหรับ "สหรัฐ" ซึ่งนำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำว่า เรื่องนี้จะไม่เป็นปัญหา และกองทัพสหรัฐมีขีดความสามารถในการสู้รบระยะยาว แต่สำหรับ "อิสราเอล" ซึ่งอ่อนล้าอยู่แล้วจากการปฏิบัติการทหารฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา รวมถึงการทำสงคราม และการโจมตีในเลบานอน, ซีเรีย และสงคราม 12 วันกับอิหร่านเมื่อปีก่อน ความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า

นับตั้งแต่อิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.69) อิสราเอลเผชิญกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธ และโดรนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงต้องประกาศเตือนภัยทางอากาศ ปิดโรงเรียน และระดมกำลังสำรองหลายหมื่นนาย

หลายเมือง เช่น ไฮฟา และกรุงเทลอาวีฟ ต้องเผชิญกับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง หน่วยบริการฉุกเฉินกำลังทำงานหนัก และประชาชนที่ไม่คุ้นเคยกับสงครามในระดับที่รัฐบาลของตนก่อขึ้นกับประเทศอื่นๆ ต้องใช้เวลาหลายวันที่ผ่านมา เข้าๆ ออกๆ จากที่หลบภัย

สังคมกระหายเผชิญหน้าศัตรู

แม้ประชาชนอิสราเอลเผชิญกับความยากลำบาก ทว่าความกระตือรือร้นในการทำสงครามยังคงสูง

จากการสัมภาษณ์ชาวอิสราเอลในเมืองใหญ่ แสดงให้เห็นถึงความกระหายการเผชิญหน้าศัตรูที่สาธารณชนได้รับสารมานานหลายสิบปีว่าศัตรูมุ่งมั่นที่จะกำจัดพวกเขา

ชิร์ เฮเวอร์ นักเศรษฐศาสตร์การเมืองชาวอิสราเอล กล่าวว่า ทันทีที่สงครามเริ่มต้น อิสราเอลก็ถูกครอบงำด้วยกระแสลัทธิทหารนิยม

“มันไม่เหมือนกับ [สงคราม 12 วันในเดือนมิถุนายน 2025] ครั้งนั้น ที่ส่วนใหญ่เป็นความตื่นตระหนก ความหวาดกลัวว่าอิหร่านจะทำลายอิสราเอลได้ แต่ตอนนี้มันคือ ลัทธิทางทหารที่บ้าคลั่ง และความมั่นใจเกินเหตุ แม้แต่ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์สงครามซึ่งมีจำนวนน้อยมากยังแนะนำให้ [นายกรัฐมนตรีอิสราเอล] เนทันยาฮูทำสงครามในระยะ ‘สั้น’ ราวกับว่า อิสราเอลสามารถตัดสินใจได้ว่าสงครามจะจบลงเมื่อใด”

การสนับสนุนสงครามเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้สังคมอิสราเอลหัวรุนแรงมากขึ้น นักการเมืองฝ่ายขวาจัดที่เคยอยู่ชายขอบได้ก้าวขึ้นสู่ศูนย์กลางของรัฐบาล จากนั้นความแตกแยกทางการเมือง และความตึงเครียดทางเศรษฐกิจก็ผลักดันให้คนหนุ่มสาวที่มีความสามารถหลั่งไหลออกนอกประเทศมากขึ้น

ผู้ที่ยังคงอยู่ในประเทศถูกปลูกฝังให้คิดว่า “อิหร่าน” เป็นศัตรูตัวฉกาจของประเทศอยู่แล้ว และสงครามที่ยืดเยื้อหลายสัปดาห์อาจทำให้สังคมมีแนวคิดทางการทหารมากขึ้นไปอีก

“มันเหมือนกับการโจมตีทางอากาศของอังกฤษในสงครามโลกครั้งที่สอง” ดาเนียล บาร์-ทาล นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ กล่าว “ในตอนนั้น อังกฤษยอมรับการทิ้งระเบิดเพราะพวกเขาเห็นว่าตัวเองกำลังต่อสู้กับความชั่วร้ายขั้นสูงสุด ชาวอิสราเอลก็มีความรู้สึกแบบเดียวกัน เราถูกปลูกฝังให้เชื่อเกือบตั้งแต่เกิดว่า อิหร่านเป็นสิ่งชั่วร้าย และได้รับการตอกย้ำผ่านโรงเรียนอนุบาล โรงเรียนมัธยม และกองทัพ”

สำหรับบาร์-ทาลแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะคาดเดาว่าสังคมอิสราเอลจะเป็นอย่างไร หลังสงครามอิหร่านปะทุขึ้นอีกครั้งเป็นเวลาหลายสัปดาห์ รู้เพียงว่า "ความเชื่อมั่นทางศีลธรรม" ของอิสราเอลในอดีต ที่มองว่าการก่อตั้งรัฐของตนเป็นสิ่งชอบธรรม "แทบไม่ได้สั่นคลอน"แม้จะเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ในช่วงนัคบาปี 1948 หรือเกิดเหตุการณ์ที่ถูกมองว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา หรืออีกนัยคือ สังคมยังคงมีแนวคิดขวาจัดเหตุการณ์สูญเสียใดๆ ยังไม่อาจสั่นคลอนความมุ่งมั่นทางทหารของอิสราเอลได้

“ตอนนี้ เรามีคนรุ่นใหม่ที่ยังคงยึดมั่นในลัทธิทหาร และแนวคิดขวาจัดมากขึ้น และเนทันยาฮู บอกเราว่า ตอนนี้เราจำเป็นต้องใช้ดาบในการดำรงชีวิต นี่เป็นเพียงหลักฐานเพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่า อิสราเอลต้องการศัตรูเพื่อความอยู่รอด”

‘ขีปนาวุธ’ กำลังสำคัญของอิสราเอล-อิหร่าน

นอกเหนือจากผลกระทบทางสังคมแล้ว อิสราเอลต้องคำนึงถึงการคำนวณทางทหารด้วย หากสงครามยืดเยื้อ

ฮัมเซ อัตตาร์ นักวิเคราะห์ด้านกลาโหมชี้ว่า สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดตอนนี้คือ การพิจารณาว่าอิสราเอลจะสามารถรักษาระดับการทำสงครามในปัจจุบันกับคู่ต่อสู้ที่มีขนาด และกำลังทางทหารอย่างอิหร่านได้นานเพียงใด และนี่จะส่งผลกระทบต่อทั้งการสนับสนุนที่อิสราเอลได้รับจากพันธมิตร เช่น ที่ได้รับจากสหรัฐ และยุโรปอย่างไร และกองทัพของอิสราเอลจะเหนื่อยล้าก่อนอิหร่านหรือไม่

“ในช่วงสามวันแรกของสงคราม อิหร่านยิงขีปนาวุธมากกว่า 200 ลูกใส่อิสราเอล” อัตตาร์ กล่าวกับอัลจาซีรา

“เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ในช่วงสงคราม 12 วัน พวกเขายิงขีปนาวุธประมาณ 500 ลูก ซึ่งแต่ละลูกอิสราเอลต้องตอบโต้ด้วยการยิงจรวดสกัดกั้น นั่นอาจมากกว่าขีดความสามารถในการตอบโต้ที่อิสราเอลมี ดังนั้น หากปราศจากความช่วยเหลือจากสหรัฐ อิสราเอลอาจสูญเสียการควบคุมน่านฟ้าไปแล้วในตอนนี้”

อิสราเอลมีระบบป้องกันภัยทางอากาศ 3 ระบบ ได้แก่ ไอรอนโดม (Iron Dome) สำหรับสกัดจรวด และปืนใหญ่พิสัยสั้น, เดวิด สลิง (David’s Sling) สำหรับต่อต้านจรวด และขีปนาวุธนำวิถีพิสัยกลาง และแอร์โรว์ 2 และแอร์โรว์ 3 (Arrow 2 และ Arrow 3) ซึ่งออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นขีปนาวุธข้ามทวีป

อิสราเอลไม่ได้เปิดเผยว่ามีขีปนาวุธสกัดกั้นเท่าไร แต่เริ่มมีจำนวนขีปนาวุธสกัดกั้นลดลงในช่วงสงคราม 12 วัน ซึ่งบ่งชี้ว่า การรักษาระดับการสกัดกั้นที่สูงอาจทำได้ยากขึ้น หากสงครามยืดเยื้อเป็นเวลานาน ซึ่งเรื่องนี้อาจนำไปสู่การปันส่วนขีปนาวุธสกัดกั้น และการมุ่งเน้นไปที่การป้องกันเป้าหมายทางทหาร และทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตมากขึ้น

อัตตาร์อ้างอิงแหล่งข่าวจากอิสราเอล และสหรัฐระบุว่า อิหร่านผลิตขีปนาวุธในอัตรา 100 ลูกต่อเดือน หลังเกิดความขัดแย้งในเดือนมิถุนายน ปีก่อน บ่งชี้ว่าเตหะรานได้สะสมคลังขีปนาวุธไว้จำนวนมากแล้ว

อย่างไรก็ตาม อัตตาร์ บอกว่า ภัยคุกคามจากอิหร่านนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของขีปนาวุธที่พวกเขามีด้วย

นักวิเคราะห์กลาโหมรายนี้กล่าว "เราไม่รู้ว่าขีปนาวุธเหล่านั้นเป็นประเภทใด” โดยอธิบายถึงขีปนาวุธประเภทต่างๆ ได้แก่ ขีปนาวุธพิสัยไกล ซึ่งยิงได้ไกลถึงกรีซ และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ขีปนาวุธพิสัยกลาง ที่ยิงได้ถึงอิสราเอล และขีปนาวุธพิสัยใกล้ ซึ่งสามารถโจมตีกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซียได้

“ขณะเดียวกัน เราก็ไม่รู้ว่าอิหร่านมีขีปนาวุธเท่าไร ก่อนเกิดสงคราม 12 วัน แล้วถูกทำลายไปกี่ลูกในระหว่างสงคราม หรือพวกเขามีฐานยิงกี่แห่ง” อัตตาร์กล่าวเสริม “ถ้าคุณไม่มีฐานยิง ซึ่งสหรัฐ และอิสราเอลกำลังเล็งเป้าหมายอยู่ จำนวนขีปนาวุธที่คุณมีก็ไม่มีประโยชน์ มันเหมือนกับการมีกระสุน แต่ไม่มีปืนไรเฟิล”

ปัญหาเศรษฐกิจไม่อาจหยุดยั้งอิสราเอล

นักวิเคราะห์เตือนว่า สงครามที่ดำเนินต่อเนื่องเกือบตลอด 2 ปีที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจของอิสราเอล โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านยุทธภัณฑ์ที่เป็นภาระหนักของงบประมาณรัฐบาลอิสราเอล และการส่งกำลังสำรองหลายแสนนายไปประจำการเป็นระยะเวลานานกว่าที่ผู้กำหนดนโยบายคาดการณ์ไว้แต่แรก

มีรายงานว่าในปี 2024 อิสราเอลใช้จ่ายไปกับสงครามในเลบานอน และฉนวนกาซามากถึง 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้ประเทศขาดดุลงบประมาณสูงสุดในรอบหลายปีและตัวเลขเบื้องต้นจากปี 2025 แสดงให้เห็นว่า การใช้จ่ายด้านสงครามอาจสูงถึง 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์

ด้วยแรงกดดันทางเศรษฐกิจจึงนำไปสู่การลดอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลอิสราเอลในปี 2024 จากทั้งสามสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือหลัก

“อิสราเอลกำลังเผชิญกับวิกฤติหนี้สิน วิกฤติพลังงาน วิกฤติการขนส่ง และวิกฤติบริการด้านสุขภาพ” เฮเวอร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังแต่ไม่มีสิ่งใดเพียงพอที่จะหยุดยั้งปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลได้ นักเศรษฐศาสตร์การเมืองเตือนว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องของเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องของเทคโนโลยี”เฮเวอร์ บอกว่า

“หากสหรัฐยังคงจัดหาอาวุธที่ทันสมัยมาก จนทหารสามารถบรรจุกระสุนเอง เล็งเป้าเอง และสังหารเป้าหมายได้จากระยะไกลได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตของตนเองให้แก่อิสราเอลได้ ผมก็ไม่เห็นว่าวิกฤติเศรษฐกิจภายในอิสราเอลเพียงพอที่จะหยุดยั้งการรุกรานของอิสราเอลได้อย่างไร”

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...